"โรม" เดือด! นักการเมืองฝั่งตรงข้าม "เอ็งต่างจาก ฮุน เซน ตรงไหนวะ" ใช้เหตุชายแดนโจมตี ปชน.เกลียดทหาร
.
.
เมื่อคืนวันที่ 21 ธ.ค. 2568 พรรคประชาชนนำโดย นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน จัดเวทีเปิดตัวผู้สมัคร สส.ระยอง และประเดิมปราศรัยหาเสียงครั้งแรก
.
โดย นายรังสิมันต์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า วันนี้ไม่ใช่การปะทะทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสงครามลูกผสม มีทั้งการสู้รบ สงครามข่าวสาร สแกมเมอร์ และทางกัมพูชารู้ดีว่ามีข้าราชการไทยที่กินเงินเดือนของฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เราจะไม่ชนะเด็ดขาด ถ้าไม่ทำให้สงครามลูกผสมนี้พังทะลายลง
.
“พี่น้องทราบดีว่าทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะดีหรือไม่ แต่เรามักจะพบว่าช่วงเลือกตั้งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศดีที่สุด คนละครึ่งก็สู้ไม่ได้ เงินดิจิทัลก็ไม่อาจจะทานเทียม ที่ผ่านมาเงินที่ใช้ในการซื้อเสียงเป็นเงินที่เกิดจากการหักหัวคิวโครงการต่างๆ นักการเมืองชอบมีบริษัทรับเหมาหักหัวคิว กินส่วนแบ่ง” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
ช่วงหนึ่ง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สิ่งที่เราเห็นผ่านการสู้รบชายแดน มันไม่ใช่แนวรบเดียวของฮุน เซน เพราะแนวรบอื่น มันอยู่ในประเทศตรงนี้แล้ว พวกมันมีแขนขาเป็นนักการเมืองเทาหรือดำ เป็นข้าราชการที่ขายวิญญาณให้แก๊งสแกมเมอร์ไปหมดแล้ว สาเหตุที่สแกมเมอร์ ชอบตั้งถิ่นฐานที่ชายแดน เพราะพวกนี้รู้ดีว่านักการเมืองและข้าราชการเอื้อประโยชน์ให้
.
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยท่าทีดุดันว่า เวลานี้ ด้วยความที่ทุกคนกล่าวขานกันอย่างชัดเจนว่าพวกส้มมาแน่ วันนี้เราจึงเจอปฏิบัติการ IO ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารพยายามทำลายดิสเครดิตพรรคประชาชนกันอย่างถ้วนหน้า ยกตัวอย่างล่าสุด แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ตนยังคิดอยู่เลยว่าเป็นสื่อได้อย่างไร สื่อต้องช่วยกันเผยแพร่ความจริง แต่สื่อบางเจ้ามันไม่เป็นแบบนั้น สื่อบางเจ้าทำหน้าที่เผยแพร่ความเท็จโจมตีพรรคประชาชน ต้องการทำให้ประชาชนนั้นไม่สามารถไปรัฐบาลได้
.
“ไปโจมตีว่าพรรคประชาชนรู้แล้วหรือยัง ว่าทหารมีไว้ทำไม ประทานโทษ ที่ผ่านมา พรรคประชาชนเราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าเราต้องการเห็นทหารอาชีพ เราไม่ต้องการเห็นมันผู้ใดที่ดึงทหารมายุ่งกับการเมือง ไม่เข้าใจหรือ เราต้องการเห็นทหารอาชีพ เราต้องการเห็นทหารปกป้องประเทศ แต่เราไม่ต้องการเห็นมันผู้ใดเอาทหารมายุ่งการเมือง” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า พูดถึงเรื่องนี้มันเจ็บใจ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าครอบครัวข้างแม่ของตนเป็นทหาร แต่ความโชคร้ายคือยศตำแหน่งไม่ได้สูง ชีวิตความเป็นอยู่เลยลำบาก แล้วรู้หรือไม่ว่าพวกตั้งคำถามโจมตีพรรคประชาชนเรื่องทหาร หาว่าพรรคประชาชนเกลียดทหาร ประทานโทษ ปี 2566 ในค่ายทหารเกือบทั้งหมดในประเทศเราชนะเลือกตั้ง
.
“ดังนั้น ช่วยกันกระจายข่าวนี้ว่า คนพวกนี้มันต้องการที่จะดิสเครดิตพรรคประชาชน ต้องการใช้ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ที่มีการปะทะทางอาวุธ มาโจมตีพรรคประชาชน ถามตรงๆว่าทำแบบนี้พวกเอ็งต่างจากฮุน เซน ตรงไหนวะ” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
.
เท้ง รุดเยี่ยมศูนย์อพยพชายแดน เผยปชช.อยากกลับบ้าน-ขาดรายได้ อยากกลับสู่ภาวะปกติ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5516066
.
‘เท้ง’ รุดเยี่ยมพี่น้องประชาชนจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชาที่ศูนย์อพยพ พร้อมให้กำลังใจ ‘ชรบ.’ หวังสถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว
.
เมื่อคืนวันที่ 21 ธันวาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุว่า
.
“ได้มาเยี่ยมเยียนถามไถ่สารทุกข์สุขดิบพี่น้องประชาชนที่ต้องอพยพจากการปะทะไทย-กัมพูชา ระลอกล่าสุด
.
โดยใน 3 ศูนย์อพยพที่ผมเดินทางไปวันนี้ มีจำนวนผู้อพยพรวมกันกว่า 800 คน พี่น้องจำนวนหนึ่งที่ผมได้พูดคุย สะท้อนว่าแม้จะได้รับการเยียวยาบางส่วนจากรัฐบาล และได้รับการดูแลอย่างดีจากศูนย์อพยพ การกินอยู่ไม่ลำบาก แต่พวกเขาก็ยังรู้สึก “ล้า” เพราะต้องอยู่ศูนย์อพยพมาเป็นระยะเวลานาน และมีความเป็นห่วง ต้องทิ้งเรือกสวนไร่นาและสัตว์เลี้ยงมาแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ ขาดรายได้ จึงอยากกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อจะได้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพการงานตามแต่เดิม เพื่อให้มีเงินมาหล่อเลี้ยงและใช้หนี้
.
วันนี้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อยากกลับบ้าน”
.
อีกทั้งยังได้ไปเยี่ยมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต้องขอชื่นชมพี่ๆ ชรบ. ที่ทำงานอย่างเข้มแข็งไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ แม้บางพื้นที่จะจัดอยู่ในเขตสีส้มหรือสีแดงที่ความเสี่ยงสูง เรียกว่าเป็นสปิริตของผู้นำ-ผู้ดูแลชุมชน
.
“ผมขอส่งแรงใจไปให้พี่น้องทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันครั้งนี้ และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววันครับ”
.
https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/posts/pfbid0P4D7hvRmfbxDfuaeJHZFTjFadxpK6a3TF22oq5gw2DPm7P7JNhkxGjeJ4SvuEpRel
.
.
ช่อ ลุยฟ้องเพจดัง-คนแชร์ เฟคนิวส์ปมกางแผนรบไทย-กัมพูชา ย้ำไม่เคยเปิดข้อมูลกระทบมั่นคง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5516103
.
ช่อ พรรณิการ์ หอบหลักฐาน ลุยฟ้องเพจดัง โพสต์เฟคนิวส์ ปม กางแผนรบ ป้องสิทธิตนเอง ยันไม่เคยเปิดข้อมูลกระทบมั่นคง วอนปชช.ใช้วิจารณญาณ พร้อมยันไม่ฟ้อง ดังพันกร ชี้เป็นสิทธิ
.
จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ที่บิดเบือน ใส่ร้ายว่า น.ส.
พรรณิการ์ วานิช เรียกร้องให้ทหารเปิดเผยแผนการรบต่อสาธารณะ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และถูกแชร์ต่อเป็นวงกว้าง จนก่อให้เกิดความเสียหาย น.ส.
พรรณิการ์ จึงเดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่สร้างและเผยแพร่เฟคนิวส์ดังกล่าว
.
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่ สน.ทองหล่อ น.ส.
พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นำหลักฐานข้อความในเฟซบุ๊ก เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ที่ว่า “
จะรบกันไปถึงเมื่อไหร่ ทหารต้องกางแผนที่ออกมาและเปิดเผยแผนการรบให้ประชาชนประชาชนทราบ ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568” ในข้อหา หมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการที่มาแจ้งความเป็นการปกป้องสิทธิของตัวเอง ปกป้องการเลือกตั้งที่ตะเกิดขึ้น โดยจะฟ้อง 4 แอคเคาต์ คือ แอคเคาต์ต้นเรื่อง คือ “เพจ
หมึกซึม” และบุคคลที่แชร์ต่อ
.
โดน น.ส.
พรรณิการ์ ยืนยันว่า ตนไม่เคยพูดข้อความ ในวันและเวลาดังกล่าว เพราะวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เพราะวันดังกล่าวตนไม่ได้ไปออกรายการไหน ตนนั่งทำงานตลอดทั้งวัน และไม่ได้สัมภาษณ์กับใครเลย ฉะนั้นข้อความนี้เป็นข้อมูลเท็จ และเป็นข่าวปลอม ที่จงใจให้เกิดความเสียหาย เพราะมีคนนำไปแชร์ต่ออีกหลายคน ซึ่งบุคคลที่แชร์ต่อมีทั้ง นักการเมืองที่มีตำแหน่งเป็นอดีตโฆษกพรรค / แอ๊กเคาต์ IO ทหาร / และอดีตนักดนตรี ที่มีการนำไปแชร์ต่อและลงแคปชั่นที่บิดเบือน ด่าทอตนเอง ที่ว่า ขายชาติ
.
นอกจากนี้ ยัง มีการนำคลิปจากรายการ ถกไม่เถียง ที่ตนไปออกรายการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งวันนั้น ตนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลนาย
อนุทิน และตอนนั้นสถานการณ์ชายแดนยังไม่มีการรบระลอกใหม่และยังไม่มีการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ซึ่งคำพูดที่ถูกนำมาบิดเบือนนั้นคือช่วงที่ว่าต้องการให้ “
รัฐบาลอนุทินกางแผนปราบสแกมเมอร์ และที่บอกว่า จะรบให้จบนั้น จบอย่างไร แต่ไม่ต้องบอกรานละเอียกแผนที่การรบ ไม่อยากทราบ เพราะถ้าต้องบอกละเอียดจะทำให้คู่กรณีทราบ” ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกนำไปตัดต่อบิดเบือนคำพูดที่ตนพูดทันทีว่าไม่อยากทราบแต่ก็ถูกตัดต่อออกไป
น.ส.
พรรณิการ์ ขอให้ประชาชนไตร่ตรองว่าทำไมพรรคประชาชน ถึงจับคู่ให้เป็นอยู่ฝั่ง
ฮุนเซน ทำไมถึงใส่ร้ายให้เป็นคนพวกขายชาติ ให้ไทยเสียเปรียบ อยากจะขอให้ประชาชนมองย้อนกลับไป ตั้งแต่พรรคก้าวไกล ที่ฮุนเซนกลัวว่าพรรคจะชนะการเลือกตั้ง จึงปล่อยเฟคนิวส์ว่า พิธาจะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกนอกประเทศ ตนมองว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งของประเทศไทยในปี 2566 ซึ่งเรื่องนั้นก็จบไปเพราะว่าพรรคก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ตนอยากจะสื่อว่า พรรคประชาชน เป็นคนที่ออกมาเปิดโปงเรื่อง เบนสมิธ และการที่เปิดโปงภาพถ่ายกับนักการเมืองต่างๆ แทบจะหมดประเทศที่ถ่ายรูปคู่กับฮุนเซน แต่ทำไมคนที่ออกมากลับถูกกระบวนการใส่ร้ายป้ายสีสร้างเฟคนิวส์ ตนจะขอความเป็นธรรมและขอให้พี่น้องประชาชนไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับ เพราะในระยะเวลาที่ใกล้สู่การเลือกตั้ง จะมีเฟคนิวส์ หรือ ขบวนการ IO ออกมาเรื่อยๆ รวมถึงขอฝากไปถึง กกต. ให้เข้ามาจัดการเรื่องเฟคนิวส์ข้อมูลเท็จให้เหมือนกับการซื้อเสียง กกต.ควรจับการซื้อเสียง
.
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึง ทหารแนวหน้าหรือไม่ น.ส.
พรรณิการ์บอกว่า ขอพูดตรงๆ จากใจว่า ในขณะที่พี่น้องทหารแนวหน้าต้องเผชิญความเสี่ยง เหยียบกับระเบิดแทบทุกวัน ต้องเสียสละชีวิตและรอคอยอยู่ที่บ้าน มีทหารจำนวนไม่น้อยที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสู้รบที่ผ่านมา แต่กลับยังมี “
IOทหาร” บางกลุ่มที่กระทำการเช่นนี้ ตนอยากถามว่า ได้คำนึงถึงพี่น้องทหารแนวหน้าที่พลีชีพไปหรือไม่ และสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่นั้น คือหน้าที่ของทหารจริงหรือไม่ หน้าที่ของทหารที่แท้จริงซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศชื่นชม คือการเสียสละ ปกป้องประเทศชาติ ต้องจากครอบครัว ลูก เมีย และบ้านเรือน ไม่ใช่การปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังให้กับพรรคการเมือง ซึ่งไม่ใช่ภารกิจของทหารแต่อย่างใด
.
ในฐานะที่ตนเป็นกรรมาธิการด้านความมั่นคง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วกว่า 2 ปี ตนได้ทำงานร่วมกับทหารในทุกระดับ และพบว่าทุกคนมีจุดยืนร่วมกัน คือ ผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่มีใครตั้งคำถามว่าจะต้องปกป้องประชาชนหรือไม่ เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องปกป้อง และต้องสนับสนุนให้ทหารแนวหน้ามีกำลังรบและงบประมาณที่เพียงพอ เนื่องจากอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการจัดซื้อ เราไม่มีเงินนอกระบบหรือเงินผิดกฎหมายเหมือนบางฝ่าย เราทำทุกอย่างเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ รวมถึงดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของทหารแนวหน้า
.
สถานการณ์ชายแดน แม้วันนี้อาจหยุดการสู้รบ แต่ในอนาคตก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งอีก ชายแดนจะปลอดภัยได้อย่างไร ขณะที่กับระเบิดยังคงมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการกู้ให้หมด ตนและคณะกรรมาธิการจึงพยายามผลักดันการใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบตรวจจับ เพื่อลดความเสี่ยง และลดจำนวนทหารที่ต้องออกลาดตระเวนในพื้นที่อันตราย
.
ตนขอยืนยันว่า ในทุกการให้สัมภาษณ์ ตนไม่เคยเปิดเผยข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เคยพูดถึงการลบข้อมูลแผนที่หรือข้อมูลอ่อนไหวใดๆ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล และยืนยันว่า ไม่มีใครต้องการไปเข้าข้างฮุน เซน แต่อย่างใด
JJNY : "โรม"เดือด! นักการเมืองฝั่งตรงข้าม│เท้งรุดเยี่ยมศูนย์อพยพ│ช่อลุยฟ้องเฟคนิวส์│คนอเมริกันไม่เชื่อมั่นนโยบายทรัมป์
.
.
.
.
.
.
.
เท้ง รุดเยี่ยมศูนย์อพยพชายแดน เผยปชช.อยากกลับบ้าน-ขาดรายได้ อยากกลับสู่ภาวะปกติ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5516066
.
‘เท้ง’ รุดเยี่ยมพี่น้องประชาชนจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชาที่ศูนย์อพยพ พร้อมให้กำลังใจ ‘ชรบ.’ หวังสถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว
.
เมื่อคืนวันที่ 21 ธันวาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุว่า
.
“ได้มาเยี่ยมเยียนถามไถ่สารทุกข์สุขดิบพี่น้องประชาชนที่ต้องอพยพจากการปะทะไทย-กัมพูชา ระลอกล่าสุด
.
โดยใน 3 ศูนย์อพยพที่ผมเดินทางไปวันนี้ มีจำนวนผู้อพยพรวมกันกว่า 800 คน พี่น้องจำนวนหนึ่งที่ผมได้พูดคุย สะท้อนว่าแม้จะได้รับการเยียวยาบางส่วนจากรัฐบาล และได้รับการดูแลอย่างดีจากศูนย์อพยพ การกินอยู่ไม่ลำบาก แต่พวกเขาก็ยังรู้สึก “ล้า” เพราะต้องอยู่ศูนย์อพยพมาเป็นระยะเวลานาน และมีความเป็นห่วง ต้องทิ้งเรือกสวนไร่นาและสัตว์เลี้ยงมาแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ ขาดรายได้ จึงอยากกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อจะได้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพการงานตามแต่เดิม เพื่อให้มีเงินมาหล่อเลี้ยงและใช้หนี้
.
วันนี้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อยากกลับบ้าน”
.
อีกทั้งยังได้ไปเยี่ยมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต้องขอชื่นชมพี่ๆ ชรบ. ที่ทำงานอย่างเข้มแข็งไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ แม้บางพื้นที่จะจัดอยู่ในเขตสีส้มหรือสีแดงที่ความเสี่ยงสูง เรียกว่าเป็นสปิริตของผู้นำ-ผู้ดูแลชุมชน
.
“ผมขอส่งแรงใจไปให้พี่น้องทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันครั้งนี้ และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววันครับ”
.
https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/posts/pfbid0P4D7hvRmfbxDfuaeJHZFTjFadxpK6a3TF22oq5gw2DPm7P7JNhkxGjeJ4SvuEpRel
.
.
ช่อ ลุยฟ้องเพจดัง-คนแชร์ เฟคนิวส์ปมกางแผนรบไทย-กัมพูชา ย้ำไม่เคยเปิดข้อมูลกระทบมั่นคง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5516103
.
ช่อ พรรณิการ์ หอบหลักฐาน ลุยฟ้องเพจดัง โพสต์เฟคนิวส์ ปม กางแผนรบ ป้องสิทธิตนเอง ยันไม่เคยเปิดข้อมูลกระทบมั่นคง วอนปชช.ใช้วิจารณญาณ พร้อมยันไม่ฟ้อง ดังพันกร ชี้เป็นสิทธิ
.
จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ที่บิดเบือน ใส่ร้ายว่า น.ส.พรรณิการ์ วานิช เรียกร้องให้ทหารเปิดเผยแผนการรบต่อสาธารณะ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และถูกแชร์ต่อเป็นวงกว้าง จนก่อให้เกิดความเสียหาย น.ส.พรรณิการ์ จึงเดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่สร้างและเผยแพร่เฟคนิวส์ดังกล่าว
.
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่ สน.ทองหล่อ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นำหลักฐานข้อความในเฟซบุ๊ก เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ที่ว่า “จะรบกันไปถึงเมื่อไหร่ ทหารต้องกางแผนที่ออกมาและเปิดเผยแผนการรบให้ประชาชนประชาชนทราบ ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568” ในข้อหา หมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการที่มาแจ้งความเป็นการปกป้องสิทธิของตัวเอง ปกป้องการเลือกตั้งที่ตะเกิดขึ้น โดยจะฟ้อง 4 แอคเคาต์ คือ แอคเคาต์ต้นเรื่อง คือ “เพจหมึกซึม” และบุคคลที่แชร์ต่อ
.
โดน น.ส.พรรณิการ์ ยืนยันว่า ตนไม่เคยพูดข้อความ ในวันและเวลาดังกล่าว เพราะวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เพราะวันดังกล่าวตนไม่ได้ไปออกรายการไหน ตนนั่งทำงานตลอดทั้งวัน และไม่ได้สัมภาษณ์กับใครเลย ฉะนั้นข้อความนี้เป็นข้อมูลเท็จ และเป็นข่าวปลอม ที่จงใจให้เกิดความเสียหาย เพราะมีคนนำไปแชร์ต่ออีกหลายคน ซึ่งบุคคลที่แชร์ต่อมีทั้ง นักการเมืองที่มีตำแหน่งเป็นอดีตโฆษกพรรค / แอ๊กเคาต์ IO ทหาร / และอดีตนักดนตรี ที่มีการนำไปแชร์ต่อและลงแคปชั่นที่บิดเบือน ด่าทอตนเอง ที่ว่า ขายชาติ
.
นอกจากนี้ ยัง มีการนำคลิปจากรายการ ถกไม่เถียง ที่ตนไปออกรายการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งวันนั้น ตนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลนายอนุทิน และตอนนั้นสถานการณ์ชายแดนยังไม่มีการรบระลอกใหม่และยังไม่มีการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ซึ่งคำพูดที่ถูกนำมาบิดเบือนนั้นคือช่วงที่ว่าต้องการให้ “รัฐบาลอนุทินกางแผนปราบสแกมเมอร์ และที่บอกว่า จะรบให้จบนั้น จบอย่างไร แต่ไม่ต้องบอกรานละเอียกแผนที่การรบ ไม่อยากทราบ เพราะถ้าต้องบอกละเอียดจะทำให้คู่กรณีทราบ” ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกนำไปตัดต่อบิดเบือนคำพูดที่ตนพูดทันทีว่าไม่อยากทราบแต่ก็ถูกตัดต่อออกไป
น.ส.พรรณิการ์ ขอให้ประชาชนไตร่ตรองว่าทำไมพรรคประชาชน ถึงจับคู่ให้เป็นอยู่ฝั่งฮุนเซน ทำไมถึงใส่ร้ายให้เป็นคนพวกขายชาติ ให้ไทยเสียเปรียบ อยากจะขอให้ประชาชนมองย้อนกลับไป ตั้งแต่พรรคก้าวไกล ที่ฮุนเซนกลัวว่าพรรคจะชนะการเลือกตั้ง จึงปล่อยเฟคนิวส์ว่า พิธาจะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกนอกประเทศ ตนมองว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งของประเทศไทยในปี 2566 ซึ่งเรื่องนั้นก็จบไปเพราะว่าพรรคก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ตนอยากจะสื่อว่า พรรคประชาชน เป็นคนที่ออกมาเปิดโปงเรื่อง เบนสมิธ และการที่เปิดโปงภาพถ่ายกับนักการเมืองต่างๆ แทบจะหมดประเทศที่ถ่ายรูปคู่กับฮุนเซน แต่ทำไมคนที่ออกมากลับถูกกระบวนการใส่ร้ายป้ายสีสร้างเฟคนิวส์ ตนจะขอความเป็นธรรมและขอให้พี่น้องประชาชนไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับ เพราะในระยะเวลาที่ใกล้สู่การเลือกตั้ง จะมีเฟคนิวส์ หรือ ขบวนการ IO ออกมาเรื่อยๆ รวมถึงขอฝากไปถึง กกต. ให้เข้ามาจัดการเรื่องเฟคนิวส์ข้อมูลเท็จให้เหมือนกับการซื้อเสียง กกต.ควรจับการซื้อเสียง
.
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึง ทหารแนวหน้าหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์บอกว่า ขอพูดตรงๆ จากใจว่า ในขณะที่พี่น้องทหารแนวหน้าต้องเผชิญความเสี่ยง เหยียบกับระเบิดแทบทุกวัน ต้องเสียสละชีวิตและรอคอยอยู่ที่บ้าน มีทหารจำนวนไม่น้อยที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสู้รบที่ผ่านมา แต่กลับยังมี “IOทหาร” บางกลุ่มที่กระทำการเช่นนี้ ตนอยากถามว่า ได้คำนึงถึงพี่น้องทหารแนวหน้าที่พลีชีพไปหรือไม่ และสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่นั้น คือหน้าที่ของทหารจริงหรือไม่ หน้าที่ของทหารที่แท้จริงซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศชื่นชม คือการเสียสละ ปกป้องประเทศชาติ ต้องจากครอบครัว ลูก เมีย และบ้านเรือน ไม่ใช่การปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังให้กับพรรคการเมือง ซึ่งไม่ใช่ภารกิจของทหารแต่อย่างใด
.
ในฐานะที่ตนเป็นกรรมาธิการด้านความมั่นคง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วกว่า 2 ปี ตนได้ทำงานร่วมกับทหารในทุกระดับ และพบว่าทุกคนมีจุดยืนร่วมกัน คือ ผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่มีใครตั้งคำถามว่าจะต้องปกป้องประชาชนหรือไม่ เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องปกป้อง และต้องสนับสนุนให้ทหารแนวหน้ามีกำลังรบและงบประมาณที่เพียงพอ เนื่องจากอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการจัดซื้อ เราไม่มีเงินนอกระบบหรือเงินผิดกฎหมายเหมือนบางฝ่าย เราทำทุกอย่างเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ รวมถึงดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของทหารแนวหน้า
.
สถานการณ์ชายแดน แม้วันนี้อาจหยุดการสู้รบ แต่ในอนาคตก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งอีก ชายแดนจะปลอดภัยได้อย่างไร ขณะที่กับระเบิดยังคงมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการกู้ให้หมด ตนและคณะกรรมาธิการจึงพยายามผลักดันการใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบตรวจจับ เพื่อลดความเสี่ยง และลดจำนวนทหารที่ต้องออกลาดตระเวนในพื้นที่อันตราย
.
ตนขอยืนยันว่า ในทุกการให้สัมภาษณ์ ตนไม่เคยเปิดเผยข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เคยพูดถึงการลบข้อมูลแผนที่หรือข้อมูลอ่อนไหวใดๆ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล และยืนยันว่า ไม่มีใครต้องการไปเข้าข้างฮุน เซน แต่อย่างใด