
TITLE: ร่ำไห้กลางโรง! Hamilton 2020 บน Disney+ ทำผมอึ้ง ทึ่ง เสียว ยันจบ!
สวัสดีครับพี่น้องชาวพันทิปทุกคน ผมนี่เพิ่งจะดู Hamilton เวอร์ชั่นปี 2020 ที่ลงใน Disney+ จบไปสดๆ ร้อนๆ เลยครับ ขอบอกว่าอาการตอนนี้คือยังมึนๆ งงๆ กับความสุดยอดของมันอยู่เลยครับ จริงๆ ผมติดตามเรื่องนี้มานานแล้วครับ เคยได้ยินเพลง ได้ดูคลิปต่างๆ ที่เค้าแชร์กันมาตลอด เห็นคนอวยกันเยอะมาก จนบางทีก็แอบคิดว่ามันจะดีขนาดนั้นจริงเหรอ? แต่พอได้ดูเต็มๆ แบบนี้แล้ว ผมต้องกราบขอโทษทุกคนที่เคยสงสัยในตัว Hamilton เลยครับ มันดีจริงๆ ดีแบบที่ผมคาดไม่ถึงเลยครับ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่คอละครเวทีตัวยงนะครับ ดูบ้างไม่ดูบ้าง แต่ Hamilton นี่มันต่างออกไปจริงๆ ครับ มันไม่ใช่แค่ละครเวทีธรรมดา แต่มันคือปรากฏการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ นี่คือการที่ Lin-Manuel Miranda ผู้สร้างสรรค์ทุกสิ่งอย่าง ได้นำเรื่องราวของ Alexander Hamilton บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกาคนหนึ่ง ที่หลายคนอาจจะรู้จักแค่ชื่อ หรือรู้เรื่องราวแบบผิวเผิน มาเล่าใหม่ในรูปแบบที่สดใหม่ ทันสมัย และเข้าถึงง่ายสุดๆ ครับ
สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งมากๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเลยคือการผสมผสานดนตรีครับ มันไม่ใช่แค่เพลงละครเวทีที่ร้องๆ พูดๆ กันไป แต่มันคือการเอา Hip-hop, R&B, Soul, Pop มาผสมผสานกับเพลงละครเวทีแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัวมากๆ ครับ จังหวะจะโคนมันพีคมาก บางทีก็เร็วปรี๊ดจนตามไม่ทัน ต้องตั้งใจฟังดีๆ บางช่วงก็มาแบบซึ้งกินใจจนน้ำตาคลอ คือมันพาอารมณ์คนดูขึ้นลงตลอดเวลาจริงๆ ครับ เพลงแต่ละเพลงนี่คือแต่งมาได้คมคาย กินใจ และเล่าเรื่องได้โคตรเก่งอะครับ
ส่วนเรื่องการแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ นักแสดงทุกคนคือสุดยอดจริงๆ ครับ แต่ละคนมีคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจนมาก โดยเฉพาะตัว Hamilton เองที่รับบทโดย Lin-Manuel Miranda เอง (ซึ่งก็เจ๋งจริงๆ ครับ) การแสดงออกทางสีหน้า แววตา ท่าทาง มันถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้ดีมากๆ ครับ แล้วก็ต้องยกนิ้วให้กับการแสดงของนักแสดงที่รับบทเป็น Aaron Burr ด้วยครับ การแสดงของเขาคือเป็นตัวแทนของความขัดแย้ง ความริษยา และการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้อย่างทรงพลังมากๆ ครับ
สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างคือการเล่าเรื่องครับ ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ แต่มันกลับไม่ได้น่าเบื่อเลยครับ Lin-Manuel Miranda แกเล่าเรื่องผ่านการแร็พ การร้องเพลง การโต้ตอบกันของตัวละคร ที่มันเหมือนเรากำลังดูหนังแอ็คชั่น หรือหนังดราม่าเข้มข้นเรื่องหนึ่งอยู่เลยครับ เราจะได้เห็นการเมือง การต่อสู้เพื่ออำนาจ ความรัก มิตรภาพ การทรยศหักหลัง และการเสียสละ ทุกอย่างมันถูกย่อยมาให้เราเข้าใจง่ายขึ้น ผ่านบทเพลงที่คมคายและทรงพลัง
ตัวละครแต่ละตัวก็มีมิติของตัวเองครับ เราจะได้เห็น Hamilton เป็นคนทะเยอทะยาน ฉลาด แต่ก็มีข้อผิดพลาดในชีวิต เราจะได้เห็น Burr ที่ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นเพื่อน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ เราจะได้เห็น Eliza ภรรยาของ Hamilton ที่รักสามีสุดหัวใจ แต่ก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการนอกใจ และสุดท้ายเธอก็กลายเป็นคนที่เก็บรักษาเรื่องราวของ Hamilton เอาไว้ การแสดงของนักแสดงทุกคนคือทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวามากๆ ครับ
อีกอย่างที่ผมประทับใจคือการนำเสนอภาพครับ ถึงจะเป็นการถ่ายทอดจากละครเวที แต่การตัดต่อ การจัดแสง การจัดมุมกล้อง มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูหนังโรงอยู่จริงๆ ครับ บางทีก็มีภาพ Close-up ที่ทำให้เราเห็นอารมณ์ของนักแสดงชัดเจน บางทีก็เป็นภาพมุมกว้างที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของฉาก มันทำให้เรารู้สึกอินไปกับเรื่องราวได้มากขึ้นครับ
ผมยอมรับเลยครับว่า ตอนที่ดูเรื่องราวของ Hamilton ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนจากศูนย์ จนก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลสำคัญของชาติ มันปลุกไฟในตัวผมมากๆ ครับ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าเรามีความฝัน มีความตั้งใจจริง และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกันครับ ถึงแม้ว่าเรื่องราวชีวิตของ Hamilton จะไม่ได้สวยงามไปเสียทั้งหมด แต่การต่อสู้ดิ้นรนของเขาคือสิ่งที่น่าจดจำครับ
และฉากไคลแม็กซ์ของเรื่อง ที่เป็นการดวลปืนระหว่าง Hamilton กับ Burr นี่คือพีคสุดๆ ครับ ผมนั่งลุ้นจนตัวโก่ง น้ำตาไหลพรากๆ มันคือจุดจบของชีวิตที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และการตัดสินใจที่ผิดพลาด การแสดงของทั้งสองคนในฉากนี้คือสุดยอดจริงๆ ครับ มันทำให้เรารู้สึกถึงความสูญเสีย ความเสียใจ และผลกระทบของการกระทำ
หลังจากดูจบ ผมรู้สึกอิ่มเอมมากๆ ครับ เหมือนได้ดูหนังดีๆ สักเรื่องที่ทำให้เราได้คิดตาม ได้ย้อนมองชีวิตตัวเอง แล้วก็รู้สึกทึ่งในความสามารถของ Lin-Manuel Miranda ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังขนาดนี้ขึ้นมาได้ ผมอยากให้ทุกคนที่ยังไม่เคยดู Hamilton ได้ลองหามาดูกันนะครับ ไม่ว่าคุณจะชอบละครเวทีหรือไม่ก็ตาม ผมเชื่อว่าคุณจะถูกมนต์สะกดของ Hamilton แน่นอนครับ
ผมดูจบไปแล้ว แต่เพลงยังวนเวียนอยู่ในหัวเลยครับ นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ผมจะกลับมาดูซ้ำแน่นอนครับ มันคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยจริงๆ ครับ ขอแนะนำจากใจเลยครับ Hamilton 2020 บน Disney+ คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดครับ
ปล. ใครดูแล้วมาคุยกันได้นะครับ อยากรู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไงกันบ้าง!
ร่ำไห้กลางโรง! Hamilton 2020 บน Disney+ ทำผมอึ้ง ทึ่ง เสียว ยันจบ!
TITLE: ร่ำไห้กลางโรง! Hamilton 2020 บน Disney+ ทำผมอึ้ง ทึ่ง เสียว ยันจบ!
สวัสดีครับพี่น้องชาวพันทิปทุกคน ผมนี่เพิ่งจะดู Hamilton เวอร์ชั่นปี 2020 ที่ลงใน Disney+ จบไปสดๆ ร้อนๆ เลยครับ ขอบอกว่าอาการตอนนี้คือยังมึนๆ งงๆ กับความสุดยอดของมันอยู่เลยครับ จริงๆ ผมติดตามเรื่องนี้มานานแล้วครับ เคยได้ยินเพลง ได้ดูคลิปต่างๆ ที่เค้าแชร์กันมาตลอด เห็นคนอวยกันเยอะมาก จนบางทีก็แอบคิดว่ามันจะดีขนาดนั้นจริงเหรอ? แต่พอได้ดูเต็มๆ แบบนี้แล้ว ผมต้องกราบขอโทษทุกคนที่เคยสงสัยในตัว Hamilton เลยครับ มันดีจริงๆ ดีแบบที่ผมคาดไม่ถึงเลยครับ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่คอละครเวทีตัวยงนะครับ ดูบ้างไม่ดูบ้าง แต่ Hamilton นี่มันต่างออกไปจริงๆ ครับ มันไม่ใช่แค่ละครเวทีธรรมดา แต่มันคือปรากฏการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ นี่คือการที่ Lin-Manuel Miranda ผู้สร้างสรรค์ทุกสิ่งอย่าง ได้นำเรื่องราวของ Alexander Hamilton บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกาคนหนึ่ง ที่หลายคนอาจจะรู้จักแค่ชื่อ หรือรู้เรื่องราวแบบผิวเผิน มาเล่าใหม่ในรูปแบบที่สดใหม่ ทันสมัย และเข้าถึงง่ายสุดๆ ครับ
สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งมากๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเลยคือการผสมผสานดนตรีครับ มันไม่ใช่แค่เพลงละครเวทีที่ร้องๆ พูดๆ กันไป แต่มันคือการเอา Hip-hop, R&B, Soul, Pop มาผสมผสานกับเพลงละครเวทีแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัวมากๆ ครับ จังหวะจะโคนมันพีคมาก บางทีก็เร็วปรี๊ดจนตามไม่ทัน ต้องตั้งใจฟังดีๆ บางช่วงก็มาแบบซึ้งกินใจจนน้ำตาคลอ คือมันพาอารมณ์คนดูขึ้นลงตลอดเวลาจริงๆ ครับ เพลงแต่ละเพลงนี่คือแต่งมาได้คมคาย กินใจ และเล่าเรื่องได้โคตรเก่งอะครับ
ส่วนเรื่องการแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ นักแสดงทุกคนคือสุดยอดจริงๆ ครับ แต่ละคนมีคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจนมาก โดยเฉพาะตัว Hamilton เองที่รับบทโดย Lin-Manuel Miranda เอง (ซึ่งก็เจ๋งจริงๆ ครับ) การแสดงออกทางสีหน้า แววตา ท่าทาง มันถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้ดีมากๆ ครับ แล้วก็ต้องยกนิ้วให้กับการแสดงของนักแสดงที่รับบทเป็น Aaron Burr ด้วยครับ การแสดงของเขาคือเป็นตัวแทนของความขัดแย้ง ความริษยา และการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้อย่างทรงพลังมากๆ ครับ
สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างคือการเล่าเรื่องครับ ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ แต่มันกลับไม่ได้น่าเบื่อเลยครับ Lin-Manuel Miranda แกเล่าเรื่องผ่านการแร็พ การร้องเพลง การโต้ตอบกันของตัวละคร ที่มันเหมือนเรากำลังดูหนังแอ็คชั่น หรือหนังดราม่าเข้มข้นเรื่องหนึ่งอยู่เลยครับ เราจะได้เห็นการเมือง การต่อสู้เพื่ออำนาจ ความรัก มิตรภาพ การทรยศหักหลัง และการเสียสละ ทุกอย่างมันถูกย่อยมาให้เราเข้าใจง่ายขึ้น ผ่านบทเพลงที่คมคายและทรงพลัง
ตัวละครแต่ละตัวก็มีมิติของตัวเองครับ เราจะได้เห็น Hamilton เป็นคนทะเยอทะยาน ฉลาด แต่ก็มีข้อผิดพลาดในชีวิต เราจะได้เห็น Burr ที่ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นเพื่อน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ เราจะได้เห็น Eliza ภรรยาของ Hamilton ที่รักสามีสุดหัวใจ แต่ก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการนอกใจ และสุดท้ายเธอก็กลายเป็นคนที่เก็บรักษาเรื่องราวของ Hamilton เอาไว้ การแสดงของนักแสดงทุกคนคือทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวามากๆ ครับ
อีกอย่างที่ผมประทับใจคือการนำเสนอภาพครับ ถึงจะเป็นการถ่ายทอดจากละครเวที แต่การตัดต่อ การจัดแสง การจัดมุมกล้อง มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูหนังโรงอยู่จริงๆ ครับ บางทีก็มีภาพ Close-up ที่ทำให้เราเห็นอารมณ์ของนักแสดงชัดเจน บางทีก็เป็นภาพมุมกว้างที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของฉาก มันทำให้เรารู้สึกอินไปกับเรื่องราวได้มากขึ้นครับ
ผมยอมรับเลยครับว่า ตอนที่ดูเรื่องราวของ Hamilton ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนจากศูนย์ จนก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลสำคัญของชาติ มันปลุกไฟในตัวผมมากๆ ครับ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าเรามีความฝัน มีความตั้งใจจริง และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกันครับ ถึงแม้ว่าเรื่องราวชีวิตของ Hamilton จะไม่ได้สวยงามไปเสียทั้งหมด แต่การต่อสู้ดิ้นรนของเขาคือสิ่งที่น่าจดจำครับ
และฉากไคลแม็กซ์ของเรื่อง ที่เป็นการดวลปืนระหว่าง Hamilton กับ Burr นี่คือพีคสุดๆ ครับ ผมนั่งลุ้นจนตัวโก่ง น้ำตาไหลพรากๆ มันคือจุดจบของชีวิตที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และการตัดสินใจที่ผิดพลาด การแสดงของทั้งสองคนในฉากนี้คือสุดยอดจริงๆ ครับ มันทำให้เรารู้สึกถึงความสูญเสีย ความเสียใจ และผลกระทบของการกระทำ
หลังจากดูจบ ผมรู้สึกอิ่มเอมมากๆ ครับ เหมือนได้ดูหนังดีๆ สักเรื่องที่ทำให้เราได้คิดตาม ได้ย้อนมองชีวิตตัวเอง แล้วก็รู้สึกทึ่งในความสามารถของ Lin-Manuel Miranda ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังขนาดนี้ขึ้นมาได้ ผมอยากให้ทุกคนที่ยังไม่เคยดู Hamilton ได้ลองหามาดูกันนะครับ ไม่ว่าคุณจะชอบละครเวทีหรือไม่ก็ตาม ผมเชื่อว่าคุณจะถูกมนต์สะกดของ Hamilton แน่นอนครับ
ผมดูจบไปแล้ว แต่เพลงยังวนเวียนอยู่ในหัวเลยครับ นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ผมจะกลับมาดูซ้ำแน่นอนครับ มันคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยจริงๆ ครับ ขอแนะนำจากใจเลยครับ Hamilton 2020 บน Disney+ คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดครับ
ปล. ใครดูแล้วมาคุยกันได้นะครับ อยากรู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไงกันบ้าง!