ไปกางเต็นท์ตั้งแคมป์ที่ลานกางเต็นท์ ผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จ.ชัยภูมิ

สวัสดีค่ะทุกท่าน

ใครที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ ชอบไปภูเขา น้ำตก ผาสวย ๆ ลองมาอ่านรีวิวกันดูนะคะ แต่คิดว่ามือโปรการแคมป์ปิ้งหลายคน คงเคยมาที่นี่กันบ่อยแล้วแน่ ๆ ค่ะ เอาเป็นว่าใครที่ยังไม่เคยมา ก็มาอ่านรีวิวการตั้งแคมป์ที่นี่กันได้ค่ะ

พอดีช่วงวันพ่อแห่งชาติที่ผ่านมา เรากับครอบครัวไปเที่ยวกางเต็นท์ตั้งแคมป์ที่ลานกางเต็นท์ ผาหัวนาค ณ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิกันมาค่ะ เพราะมันเป็นวันหยุดราชการสำคัญ ทางอุทยานก็เลยไม่เก็บค่าเข้าค่ะ แถมช่วงต้นเดือนอากาศหนาวกำลังดีด้วย เรากับที่บ้านก็เลยอยากจะไปตั้งแคมป์กันค่ะ

ต้องออกตัวก่อนว่าตัวเราเองเป็นมือใหม่ในการกางเต็นท์ตั้งแคมป์ที่ลานกางเต็นท์นะคะ เมื่อก่อนปกติเวลาเขาป่าหรือเข้าไปในภูเขา มักจะไปเพราะมีภารกิจบางอย่างที่ต้องไปทำในนั้น ทำให้ต้องไปพักที่บ้านของชาวบ้านในป่าค่ะ (ป่าภาคเหนือ) เลยได้แต่สัมผัสประสบการณ์การนอนบ้านไม้ไผ่ขัดแตะที่ลมเข้าสี่ทิศทางอะไรแบบนั้นค่ะ บางทีก็ดีหน่อยไปหมู่บ้านมีอันจะกิน ก็จะเป็นเรือนไม้หลังใหญ่ ลมไม่เข้าแต่ก็ยังหนาวอยู่ดีค่ะ

นี่เลยเป็นครั้งแรก (ถ้าไม่นับการเข้าค่ายลูกเสือสมัยประถมกับการกางเต็นท์หลังน้อย) ที่เราได้มากางเต็นท์ตั้งแคมป์โดยใช้เต็นท์หลังใหญ่ และมีอุปกรณ์แคมป์ปิ้งค่ะ แต่ว่าจริง ๆ คนที่บ้านเขาเคยไปตั้งแคมป์กันมาบ้างแล้ว เลยมีประสบการณ์ในการแคมป์ปิ้งมากกว่าเรา

สำหรับที่ผาหัวนาคนี้ ทางไปขับรถง่ายนะคะ ไม่ได้สูงชันมาก ไม่มีเลี้ยวโค้งหักศอกที่อันตราย เราเอารถเอนกประสงค์สำหรับครอบครัว 7 ที่นั่งไป ก็ขับขึ้นไปได้สบาย ๆ เลยค่ะ แต่ระหว่างทางต้องระวังฝูงนก (ไม่แน่ใจว่านกอะไร) ที่มายืนจิกข้าวเปลือกที่หล่นอยู่บนถนนกินค่ะ มันไม่บินหนีด้วย แต่ใช้วิธีกระโดดดึ๋ง ๆ ค่ะ มันก็เลยหนีรถได้ช้ามาก เราจะต้องระวังว่าจะขับไปทับมันเข้าค่ะ



____



พาร์ทข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ของผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา





รายละเอียดของการเข้าอุทยานและการกางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ของอุทยาน มีดังนี้นะคะ

1. ค่าเข้าอุทยาน
ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็กคนละ 10 บาท
ค่าธรรมเนียมรถยนต์คันละ 30 บาท รถจักรยานยนต์คันละ 20 บาท

หมายเหตุ : มีราคาคนต่างชาติด้วยนะคะ แต่เราไม่ได้ถามว่าเท่าไหร่ พอดีหน้าเราไม่ค่อยเหมือนคนไทย (ออกไปทางเกาหลีญี่ปุ่น) เจ้าหน้าที่เลยถามว่าเป็นคนต่างชาติมั้ย เลยบอกว่าไม่ใช่ค่า

2. ค่าเช่าลานกางเต็นท์
🏕️
ค่าเช่าเต็นท์ 285 บาท
ค่าเช่าที่กางเต็นท์ 30 บาท (สำหรับคนที่เอาเต็นท์มาเอง) สามารถเลือกเต็นท์หลังที่ชอบที่ยังว่างอยู่ได้ตามอัธยาศัย ถ้าเลือกเต็นท์ได้แล้ว จะขอขยับเต็นท์จากจุดเดิมได้นิดนึงด้วยนะคะ เผื่อทำเลยังไม่ถูกใจ (พอดีเจ้าหน้าที่เขาถามว่าเราจะขยับเต็นท์หน่อยมั้ย) และเลือกทำเลกางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ได้เองเลย

3. ค่าเช่าอุปกรณ์

​เบาะรองนอน 20 บาท
ถุงนอน 30 บาท
หมอน 10 บาท
ผ้าห่ม 30 บาท
ผ้าใบ 20 บาท

ที่อุทยานไม่มีไฟฟ้านะคะ แต่มีจุดให้ชาร์จแบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงค์ได้ค่ะ แต่เราเอาพาวเวอร์แบงค์ความจุเยอะไป เลยไม่ได้ใช้บริการจุดชาร์จไฟค่ะ

เราไปกัน 4 คน ผู้ใหญ่ 3 เด็ก 1 เลยเอาเต็นท์ไปกางเต็นท์เองหนึ่งหลัง และเช่าเต็นท์ของอุทยานอีกหนึ่งหลังอยู่ข้าง ๆ กัน และเช่าอุปกรณ์แคมป์ปิ้งเพิ่มแค่ถุงนอนค่ะ เพราะนอกนั้นเราเอาไปเองหมด อุปกรณ์แคมป์ปิ้งที่เอาไปเองก็มีที่นอนเป่าลม ทาร์ป เก้าอี้สนาม เตา กระทะแบนสำหรับย่างซึ่งอันที่เราใช้คือแบบนี้ค่ะ ปิ้งย่างไม่ติดกระทะเลย ร้อนไวด้วย



ส่วนพวกค้อนสำหรับตอกสมอบก เจ้าหน้าที่เขาจะเดินมาสอดส่องค่ะ ถ้าใครไม่มีเขาจะเสนอให้ยืมเลยค่ะ เจ้าหน้าที่ (พี่ทหาร) น่ารักและใจดีมาก ๆ ค่ะ ใช้เสร็จก็เอาไปวางคืนไว้ที่จุดบริการที่อยู่ในลานกางเต็นท์ค่ะ


อุทยานเปิดทำการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ติดต่อกางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ได้ในเวลาทำการ
หน้าเทศกาลควรไปถึงแต่เช้าตรู่ เพื่อจองที่กางเต็นท์หรือจองเต็นท์ ส่วนเวลาเช็คเอาท์ไม่เกินเที่ยง

FB
Facebook ของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา


____



พาร์ทรีวิว ใช้ความรู้สึกในการเล่าล้วน ๆ

1. ลานกางเต็นท์ ⛺🏕️
ลานกางเต็นท์ที่ผาหัวนาคบรรยากาศดี วิวดีมากค่ะ อาจจะไม่ถึงห้าดาว แต่เราประทับใจมากค่ะ เพราะมันอยู่สูง ตอนเช้าตื่นขึ้นมาฟ้าสว่างแล้ว พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว แต่ยังเห็นพระจันทร์ดวงกลมป๊อกอยู่เลยค่ะ พวกต้นไม้ ดอกหญ้าก็ทำให้อากาศเย็น ลมพัดมาตึง ๆ ตอนเช้าจะอากาศเย็นกำลังดี แต่ตอนกลางคืนอาจจะหนาวนิดหน่อยสำหรับคนขี้หนาว แต่สำหรับเราผู้ชอบและทนต่ออากาศหนาว มันเป็นความหนาวที่ฟินค่ะ

ลานกางเต็นท์ตั้งแคมป์จะมีสองจุดให้เลือกนะคะ จะมีลานกางเต็นท์ตรงหน้าผาเล็ก ๆ สองฝั่งบริเวณทางเข้า ที่ถูกจับจองกันไปหมดแล้วตอนที่เรามา เป็นจุดที่อยู่สูงกว่าพื้นถนน เลยคิดว่าน่าจะได้มองเห็นวิวด้านล่างของหน้าผาและวิวภูเขาได้ถนัดชัดเจนเลยค่ะ ตรงจุดนี้เห็นคนมากางเต็นท์กันแบบเต็นท์ใหญ่อลังการงานสร้างมาก

ส่วนลานกางเต็นท์อีกจุดหนึ่งจะเป็นลานโล่ง ๆ กว้าง ๆ มีต้นไม้บางจุด จะเป็นโซนกางเต็นท์ที่มีห้องน้ำกับร้านกาแฟ/ร้านค้าสวัสดิการอยู่ใกล้ ๆ ค่ะ เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึง เครื่องดื่มของร้านกาแฟในร้านค้าสวัสดิการอร่อยใช้ได้เลยค่ะ เราสั่งโอวัลตินเย็นค่ะ หวานกำลังดี




อันนี้พระจันทร์ยังไม่ไปไหน ​เช้าแล้ว น้องก็ยังเห็นชัด





2.ห้องน้ำของลานกางเต็นท์
สิ่งสำคัญที่ต้องรีวิวอีกอย่างคือห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำจะอยู่ส่วนปลายสุดของลานกางเต็นท์ค่ะ มีอ่างล้างหน้าทั้งตรงทางเข้าที่สามารถล้างจานได้ กับอ่างล้างหน้าตรงบริเวณห้องน้ำค่ะ แล้วก็มีทั้งห้องส้วมและห้องอาบน้ำให้ใช้นะคะ แต่เราไม่ได้ใช้ห้องอาบน้ำ (ซักแห้งค่ะ เพราะค้างแค่คืนเดียวก็กลับบ้านแล้ว เลยชิลล์ ๆ) เลยไม่สามารถรีวิวได้นะคะ แต่ถ้าพูดถึงบริเวณห้องน้ำนี้ ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ค่ะ กลิ่นค่อนข้างแรง พื้นจะเปียกตลอดเวลา น่าจะเพราะน้ำจากห้องอาบน้ำไหลออกมา การระบายน้ำบนพื้นไม่ค่อยดีค่ะ แล้วดินแดงจากรองเท้าก็จะยิ่งทำให้พื้นเลอะเทอะเข้าไปใหญ่ค่ะ ถ้าปรับปรุงเรื่องน้ำนองพื้นได้จะดีมากเลย เห็นบางที่ทำเป็นร่องใหญ่ ๆ ไว้หน้าประตูห้องน้ำ ทำให้น้ำที่ไหลอยู่บนพื้นห้องน้ำตกลงไปในร่องแทนที่จะไหลออกมานองไปทั่วค่ะ แล้วก็ที่นี่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาตินะคะ เลยจะเป็นน้ำอ่อนค่ะ ล้างเท่าไหร่ ๆ มือ หน้า จานชามก็จะยังลื่น ๆ ค่ะ แนะนำว่าเตรียมน้ำสะอาดใส่ขวดมาล้างหน้าเองได้ก็จะดีค่ะ


3. บรรยากาศโดยรวมของลานกางเต็นท์
ส่วนบรรยากาศโดยรวม ก็ต้องบอกว่าดีมาก ๆ ค่ะ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะมีพี่ทหารเดินตรวจตราอย่างสุภาพตลอดเวลา ทุกเต็นท์ในลานกางเต็นท์กินข้าวกันเงียบ ๆ แล้วก็เข้านอนกันตามเวลาค่ะ ก่อนนอนก็มีออกไปถ่ายรูปที่หม่องเบิ่งตะเว็นที่อยู่ด้านหน้าค่ะ เขาทำมาเพื่อให้ไปเบิ่งตะเว็น แต่จริง ๆ แล้วไปเบิ่งพระจันทร์กับทะเลไฟของเมืองด้านล่างก็สวยไม่แพ้กันเลยค่ะ


จุดชมวิวบนหม่องเบิ่งตะเว็น (ในภาพ​นั่นคนที่บ้านเราเอง)




4. ประสบการณ์ส่วนตัวที่ลานกางเต็นท์
กางเต็นท์ในแคมป์ปิ้งแบบนี้ สำหรับเรามีข้อเสียแค่สองเรื่องค่ะ คือ เพื่อนเต็นท์ข้าง ๆ กรนกันดังมากค่ะ นอนไม่ค่อยหลับเลย แล้วก็ลมแรงสุด ๆ ราวกับเต็นท์จะปลิว เสียงลมตีเต็นท์ดังตึง ๆ ก็ทำให้นอนไม่หลับเช่นกันค่ะ


กฎระเบียบในการตั้งแคมป์ของลานกางเต็นท์ และจะมีกฎห้ามกินอาหารและทำการสังสรรค์หลังเวลา 22.00 น. เพื่อไม่ให้มีเสียงรบกวนผู้อื่น







รวมภาพลานกางเต็นท์ผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ชัยภูมิ


















___


พาร์ทสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในละแวกใกล้เคียง

สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในละแวกใกล้เคียงกับลานกางเต็นท์ ที่เราได้ไปก็มีดังนี้

1. มอหินขาว
แท่งหินขนาดใหญ่ตั้งตรงชี้ขึ้นไปบนฟ้า ให้ฟีลเหมือนไป Stonehenge เลยค่ะ แต่นกพิราบค่อนข้างเยอะ ต้องระวังเชื้อโรคด้วยนะคะ ตอนที่ไปรู้สึกบนหินจะมีรังแตนหรือรังต่อด้วยค่ะ

2. น้ำตกตาดโตน
อุทยานแห่งชาติตาดโตน ขับรถจากลานกางเต็นท์ผาหัวนาคมาไม่ไกลค่ะ สองข้างทางวิวดีมาก มีจุดหนึ่งเราหลงรักเลย น่าจะเป็นที่ดินเพาะปลูกต้นยางของชาวบ้านเขาค่ะ แต่เรารู้สึกว่ามันเหมือนสวิสเซอร์แลนด์เลย (ว่าไปนั่น) เลยถ่ายรูปเก็บไว้ คืออันข้างล่างนี้ค่ะ






น้ำตกตาดโตนเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยมากนะคะ เพราะเดินเข้าไปบริเวณน้ำตกง่ายมากค่ะ มีถนนให้เดินสะดวกสบาย ไม่ร้อน ต้นไม้สองข้างทางร่มรื่น มีต้นไม้ให้ศึกษาเยอะ และที่นี่เป็นน้ำตกที่มีน้ำตลอดทั้งปีค่ะ ไม่มีช่วงน้ำแห้งนะคะ ตอนเราไปแช่น้ำตรงส่วนปลายน้ำ เห็นมีตาน้ำผุดขึ้นมาจากในน้ำตกด้วยค่ะ อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มันมีน้ำไม่ขาดตลอดทั้งปีค่ะ

จุดที่คนนิยมเล่นน้ำจะเป็นจุดที่เลยส่วนที่เป็นหน้าผาของน้ำตกไปค่ะ จะเป็นลานกว้าง ๆ ที่มีน้ำต่างระดับกันเยอะ เวลาเดินจะต้องระวังค่ะ เพราะบางทีหินก็จะลื่น ๆ  แล้วเดี๋ยวตรงนั้นลึก ตรงนี้ก็ตื้น จุดไหนที่เห็นเป็นสีดำ ๆ ก็คือมีหินรองพื้นอยู่ในระดับตื้น ๆ ค่ะ เหยียบได้ แต่ตรงไหนที่ลึก มันจะมองเห็นเป็นสีของน้ำค่ะ บางจุดน้ำลึกถึงเอวเลยค่ะ

ตรงบริเวณนี้น้ำไม่แรงมาก สามารถเล่นได้ไม่อันตรายค่ะ จุดที่น้ำแรงมากและมีน้ำวนซึ่งอันตราย จะอยู่ตรงปลายน้ำตรงที่เราไปนั่งเล่นบนโขดหินค่ะ แล้วเรากับน้องสาวและหลานก็ข้ามสะพานแขวน เพื่อไปเดินดูเส้นทางธรรมชาติเล็ก ๆ ของน้ำตกมาด้วยค่ะ ระยะทาง 800 เมตร เดินเหนื่อยกำลังดี เด็กน้อย 5 ขวบอย่างหลานเราเดินได้สบาย เพราะเส้นทางไม่ได้สูงชันหรือมีขั้นบันได้เยอะจนต้องปีนขึ้นไป


**​ต่อด้านล่างค่ะ**
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่