ขอเกริ่นเรื่องก่อนนะคะ เรื่องยาวหน่อยนะคะแต่เราไม่ไหวจริงๆ บ้านของเรามีพ่อ แม่ และพี่น้อง 3 คน เราเป็นพี่คนโตซึ่งเราเป็นลูกเลี้ยงของพ่อ เราเติบโตมาเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่อาจจะไม่ได้บ่อย มีทั้งแบบทำร้ายร่างกายข้าวของ / แบบปะทะด้วยอารมณ์คำพูด / แบบสงครามเย็น น่าจะทุกรูปแบบที่จะทะเลาะได้แล้ว เมื่อเราโตมาก็ยังมีทะเลาะกันบ้างนานๆที แต่มาช่วงพักหลังทะเลาะกันบ่อยขึ้นทั้งที่เป็นเรื่องเดิมๆ(เดิมหลายเรื่องมาก) จากที่เราเคยห้ามแบบเงียบๆจนกลายมาเป็นทั้งห้ามทั้งเคลียร์ วันถัดมาก็กลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่บอกว่าจะเลิกๆหลายครั้งก็ไม่เคยทำจริงๆสักครั้ง จนเคยถามว่าทำไมไม่เลิกๆไปซะ เราถามเพราะเราก็คือคนที่เหนื่อยเหมือนกัน ทุกครั้งที่ทะเลาะจะเป็นเราที่อยู่เสมอ เขาก็ให้เหตุผลเรื่องน้องและถามอยากให้น้องไม่มีพ่อเหรอ?? เราก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาสองคนทะเลาะกันไม่เคยมีเสี้ยววินาทีที่คิดถึงลูกเลยว่าไม่ควรทะเลาะกันต่อหน้าลูกหรือใดๆในการกระทำที่ไม่ควร ทุกวันนี้เรากลายเป็นคนหวาดระแวงมากเวลาอยู่ที่บ้าน ถ้าได้ยินเสียงคนพูดหรือเสียงอะไรดังๆก็จะชะงักละ ฟังว่าเสียงใครพูดอะไรทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ นี่คือสิ่งแรกที่ผุดขึ้นในหัวและเราก็จะออกไปหาต้นตอของเสียงว่าจากไหน จนเหมือนทำตัวลับๆล่อๆ จนเราเกลียดที่ตัวเองเป็นแบบนี้ หวาดระแวงแพนิคไปหมด เวลาที่เขาทะเลาะกันเราก็จะไม่กล้านอนกลัวไปหมดว่าเรื่องจะไม่จบบานปลายต้องคอยระแวงฟังเสียงทุกอย่างแม้แต่เสียงแมวเดิน เราอยากจะลาออกจากการเป็นพี่และลูกคนโตมากๆ มันเหนื่อยไปหมดมันต้องเข็มแข็งเพื่อเป็นหลักให้น้องให้ครอบครัวที่เป็นแบบนี้ ห้ามอ่อนแอ ห้ามร้องไห้ ต้องเป็นคนกลางที่ทั้งคู่ไม่สนใจจะฟัง คำพูดเราไม่มีอิมแพคกับเขาเลย (บ้านเราถูกเลี้ยงแบบหัวโบราณคือเด็กต้องฟังคนแก่กว่าเท่านั้น เด็กอย่ามาเก่งกับผู้ใหญ่เป็นประมาณนี้เพราะเมื่อก่อนยายอาศัยอยู่ด้วย) เราท้อมากๆ เราเคยพูดกับเพื่อนว่าครอบครัวไม่ใช่เซฟโซนของเรา สภาพจิตใจเราเจอหลายเรื่องจนจะรับไม่ไหวแล้วจริงๆ เรามีไปหาอ่านวิธีตัดกรรมเพื่อจะมาให้เขาทำด้วยซ้ำ อ่านกระทู้แนวๆพ่อแม่ทะเลาะแต่ไม่เลิกแบบไหนดีกว่าระหว่างหย่าไปเลยหรือเป็นแบบนี้ต่อไป จนเรารู้สึกว่ามันไม่ได้มีแค่เราที่เจอนะ แต่ทำไมเรายังทุกข์เหมือนเดิมและอิจฉาบ้านที่เขาสรุปจบได้จริงๆ เพราะส่วนตัวเราคิดว่าอยู่กันไปก็ทะเลาะไม่เลิก ถ้างั้นเลิกกันไปดีกว่า ดีกับทุกคนในครอบครัวมากกว่า เรื่องผลกระทบหลังพ่อแม่หย่ามันรับมือได้แน่นอน แต่การเสียสุขภาพจิตจากการทะเลาะเป็นผลกระทบทางใจที่รับมือยากจริงๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหตุการณ์เกือบจะล่าสุดทะเลาะกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วด้วยเรื่องเดิมคือบ้านเราเป็นร้านค้าด้วยแม่ขายของแต่พ่อไม่ได้ช่วยขายเพราะแม่ไม่ไว้ใจเรื่องเงิน พ่อก็จะชอบไปนั่งเล่นกินข้าวมั่งกินเบียร์มั่ง(ซึ่งแม่เราไม่ชอบเคยทะเลาะแล้ว) กับกลุ่มคนหอพักหลังบ้านช่วงกลางวันก็เดินไปๆมาๆ ตอนมืดก็ไปนั่งตั้งแต่4-5โมงเย็นบ้างหรือทุ่มนึงบ้างเข้าบ้านทีก็ 2-4ทุ่มแล้วแต่ ตอนแรกก็แค่บ่นๆเถียงกันเราก็ไม่ยุ่ง แล้วก็ทวีคูณเป็นทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้านด่ากันหยาบคายจนเราน้องคนเล็กร้องไห้มาเรียกเราส่วนน้องคนกลางไปดึงแยกออกมา ตามนิสัยพ่อคือจะพูดจาแข็ง ชอบพูดแดกดันประชด ไม่ยอมรับความผิดตัวเอง บ่ายเบี่ยงปัญหา ส่วนแม่ก็จะนิสัยด่า จิก พูดไม่จบ ร้องไห้ ไล่ ต่างคนต่างเอาชนะและใช้อารมณ์ไม่คุยด้วยเหตุผล พอเราเคลียร์ตัดจบสรุปเรื่องแยกย้ายวันถัดไปก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเดิม
ล่าสุดวันนี้!! น้องคนเล็กไม่สบายตอนเช้าก็ยังพาน้องไปหาหมอด้วยกัน 2 คนปกติ น้องคนกลางไม่อยู่บ้าน ส่วนเราก็ออกจากบ้านไปธุระตั้งแต่บ่าย กลับมาอีกทีคือประมาณทุ่มครึ่งตอนกำลังเข้าบ้านพ่อก็พูดว่าดูแม่ม*งสิ ไม่สบายไม่ไหวจะเป็นลมตายละ เราก็ถามไถ่แม่ส่วนตัวพ่อก็เดินไปหลังบ้านเหมือนเดิม เราก็เข้าบ้านไปอยู่ในห้องตัวเองทำนู้นนี่จน 3 ทุ่มกว่าจะออกมาอาบน้ำก็มาเจอแม่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกำลังมาซักไซ้ว่าทำไมพ่อมานอนข้างนอกห้อง(ยังอยู่ในตัวบ้าน) เราก็เห็นว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะเขาชอบมานอนตรงนี้เพราะ นอนแอร์ในห้องแล้วจามหายใจไม่ออก เราก็ไปอาบน้ำพออาบได้สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนจะเสียงดังกันเลยรีบอาบและแต่งตัว กลายเป็นว่าพ่อไปนอนในห้องแล้วก็ไปเถียงกันอยู่ในห้องแม่ก็ร้องไห้ไปพูดบ่นไปว่าถ้าป่วยแล้วมันไม่เห็นใจกันมันจะอยู่กันทำไม กุป่วยก็ยังจะไปนั่งแดกเหล้าหลังบ้านไม่สนใจกุสักนิด กุยอมให้ไปตามทางที่ต้องการแล้วไปเลยจะได้ไปหาทางที่คิดว่าดี ตัดพ้อสารพัด พ่อก็ใช้น้ำเสียงแข็งและรำคาญว่าอะไร เป็นอะไรนักหนา นอนๆๆๆๆ แค่เรื่องที่นอนก็มีปัญหาเพื่อเบี่ยงปัญหาไม่พูดถึงจุดที่เป็นปัญหาเหมือนทุกครั้ง
ซึ่งครั้งนี้เราก็ไปชาร์จตัวแม่แยกออกเหมือนเดิมแต่เหมือนแม่เราจะสติหลุดไปแล้ว เอาแต่พูดวนๆซ้ำๆ ร้องไห้ไม่หยุด ว่าตัวเองเจ็บช้ำในใจในการกระทำและคำพูดคำจาของพ่อ ยอมปล่อยให้ไปตามทางที่ต้องการแล้วจะได้ไปเจอคนที่ไม่แก่ ไม่ขี้โรค ไม่ขี้เหร่แบบตัวเอง พยายามบอกว่าตัวเองไม่ได้ใช้อารมณ์เลยตอนนี้ มีแค่ความเจ็บใจ แล้วก็พยายามจะวิ่งเข้าไปเราห้ามถามว่าจะไปไหนบอกว่าจะไปกราบตีนขอให้มันออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากเห็นและไม่อยากให้อยู่ในชีวิตอีกแล้ว อดทนไม่ไหวแล้วอยู่ไปก็ทำร้ายใจกัน เราพยายามห้ามหนักมากจนเราจะเอาไม่อยู่เป็นแบบนั้นหลายรอบมากสะบัดมือเราทิ้ง พยายามวิ่งหนีการกันของเรา เรากอดไว้ได้ก็ทิ้งตัวลงนั่งไปกับพื้น จนน้องคนกลางกลับมาช่วยห้าม เราเข้าใจความเจ็บปวดในใจที่เจ็บเจียนตายที่มันสะสมระเบิดออกมานะ แต่ในใจเรากลัวแม่เราจะรับไม่ไหวแล้วเป็นบ้ามากๆ ใช้เวลารับฟังที่เขาร้องไห้และระบายอย่างเงียบๆนานมากจนน่าจะถึง5ทุ่ม ส่วนพ่อเรา นอน!! ใช่ค่ะ นอนไม่สนใจจะรับฟังหรือคุยกันคนละครึ่งทางไม่มี ปกติถ้าไม่ด่ากันเลยก็จะนอนหนีปัญหาไปเลยแบบนี้ พอแม่สงบลงเรากับน้องก็ส่งแม่นอนให้พ่อออกมานอนข้างนอกเหมือนเดิม แต่!! สักพักลุกขึ้นมาไปเข้าห้องน้ำกลับมาเดินผ่านจุดที่พ่อนอนก็เอาอีกแต่เป็นver.จะปะทะไม่ใช่ver.ตัดพ้อละ พูดว่าเดี๋ยวมาเคลียร์กับกุแล้วก็เข้าห้องไป ตอนนี้ไม่ใช่เวอร์ชั่สักพักลุกขึ้นมาอีกกินน้ำก่อนเข้าห้องพูดกับเราว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้มันเก็บเสื้อผ้าออกไปเลย เราก็ยังคงไม่นอนก็ลุกมาเอาอีกทีนี้หันมาถามเราเสียงแข็งตาแข็งเลยว่าแล้วจะให้มันอยู่ทำร้ายใจแบบนี้อ่ะนะ เราก็ได้แต่พูดว่าดึกแล้วไปนอนพักก่อนไม่สบายอยู่น้า พยายามใจเย็นและเสียงนิ่งมากที่สุดตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วเขาก็เข้าห้องไปน้องคนกลางเราก็ไปนอนกับแม่
สักพักเราเข้าห้องในระหว่างที่กำลังพิมอยู่ก็ออกมาอีกแล้ว น้องคนกลางตามมาห้ามและรอบนี้กลายเป็นโมโหใส่เราด้วย ถามเราว่าแล้วจะให้กุทำยังไง แล้วก็หันไปพูดใส่พ่อที่นอนอยู่ว่ามุงจะเอายังไงก็บอกมาให้มันชัดเจนเลยแล้วเราจับที่แขนเขาอยู่ก็สะบัดใส่เราแล้วพูดว่าปล่อยกุ กุเบื่อเต็มทนแล้ว แล้วก็เดินเข้าห้องไป และก็เหมือนเดิมเป็นอีกคืนที่เราไม่กล้านอนกลัวไปหมด กลัวบานปลาย กลัวเราไม่ได้ยินเพราะหลับแล้วห้ามไม่ทัน มีแต่คำว่ากลัว
พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย แต่ไม่ไปจากกันสักทีทำยังไงให้สุขภาพจิตเราไม่แย่ไปกว่านี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้