จนกว่าจะได้รักกัน การกลับมาของลิขิตกามเทพ
ที่กลับมาแบบสายลมที่พัดผ่านไปและหายไปในความทรงจำ
และทิ้งคำถามสำคัญ มันจำเป็นไหมต้องเปลี่ยนโทนละครขนาดนั้น
และแค่ไหนจะอยู่ในจุดที่คนดูโทรทัศน์จะรับได้
ถ้ากลับมาในชื่อลิขิตกามเทพ
มีสองอย่างไม่ทำให้มันซอฟลง ก็ทำให้มันเข้มข้นขึ้น
โครงสร้างตัวละครสามารถทำให้เข้มได้ระดับสวรรค์เบี่ยง
เคยเขียนไปแล้วว่าฉบับแรกเหมือนพยายามให้มันไม่จัดจ้านเกินไป
และหาจังหวะของเรื่องให้มันมีความตลกร้ายเป็นหลัก
พระเอกก็ไม่รู้ว่าครั้งแรกที่เกิดนางเอกมันยังไม่เกิดขึ้น
นางเอกก็คิดแต่ว่าตัวเองไม่บริสุทธิ์แล้ว และความรู้ทางเพศศึกษาต่ำมาก
พระเอกคิดเป็นตุเป็นตะว่าทำอะไรนางเอกไปแล้ว
แล้วก็มองนางเอกว่าจะมาหลอกพ่อตัวเอง
มองนางเอกไม่ดีแต่ก็แฝงความหวงว่าก็มันถูกลิขิตจากเราแล้ว
จะเป็นของคนอื่นไม่ได้จนมันเกิดจริงๆ ในสถานะที่เธอจะเป็นแม่เลี้ยงเขา
และกำลังจะไปบอกพ่อตัวเอง แต่ก็บอกเขาไม่ทันแล้ว
พอมาถึงบรรทัดนี้ถ้าจะทำผลิตอีกครั้งก็จะมีความกระอักกระอ่วน
ถ้าไปดราม่าสุดปลอกต้องทำบทละเอียดอ่อนให้เข้าใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง
ผู้ผลิตคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราทำให้มันเบาลงไปเลยดีกว่าเพื่อให้มันไปต่อได้
แต่ทุกอย่างยังคงเดิมจนกลายเป็นชื่อจนกว่าจะได้รักกัน
การกลับมาเจอกันอีกครั้งของนักแสดงที่คุณอยากให้เขาร่วมงานกัน
แม้ทุกวันนี้ก็แทบจะเห็นเขาและเธออยู่ด้วยกันเกือบตลอด
ในสถานะเพื่อนของแฟนและแฟนของเพื่อนของกันและกัน
สถานีคงอยากเห็นทั้งคู่ในบรรยากาศใหม่เลยเลือกมาที่เรื่องนี้
หมาก ญาญ่า ที่ต้องเล่นละครเรื่องนี้ที่ดัดแปลงให้เป็นแนวตลก !!
แน่นอนทั้งคู่ก็อยากเล่นอะไรที่มันผ่อนคลาย ไม่ต้องดราม่ามากมายแบบที่เคยเจอกันมา
แต่ความตลกจากสารตั้งต้นจากลิขิตกามเทพ มันจะออกมาแบบไหน
สิ่งที่เราเจอความตลกที่อยากจะให้คนดูเห็นแต่มันกลายเป็นความผิดฝาผิดตัว
กลายเป็นว่าตัวละครที่เขาสวมบทบาทมันมีความเป็นเด็กกันทั้งคู่
ยิ่งพอถูกเสนอว่าแนวละครเรื่องนี้คือ โรแมนติกคอมเมดี้ในยุคปัจจุบัน
และเติมความการ์ตูนเล็ก ๆ พ่วงไปอีก จึงมีคำถามที่ทีมผลิตอาจจะไม่คิดถึง
นักแสดงทั้งคู่ 30 กันแล้วนะ แต่งงานแล้วนะ ทำไมเล่นบทแบบนี้มันดูเด็กเกินไปไหม
ทีมงานอยากให้ตัวละครมีอาชีพ ตอนแรกนึกว่าจะทำรีสอร์ทก็จะใกล้เคียงครั้งที่แล้ว
แต่ครั้งนี้เลือกให้ทำสวนสนุกยิ่งทำให้บรรยากาศของเรื่องดูเด็กลงไปอีก
และยิ่งแกนเรื่องที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ซึ่งมันขัดกับบรรยากาศของเรื่องมาก
แล้วละครก็ดำเนินไปอย่างที่เราเห็นกันทั้งเรื่อง
อาจจะด้วยทีมงานเคยชินกับการดัดแปลงนิยายมาหลายเรื่อง
แม้กระทั้งแก้วกลางดงก็ทำมาแล้วและประสบความสำเร็จ
เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการดัดแปลงนิยายสักเรื่องนึง
แล้วทีมงานก็คิดว่ามีเจตนาดีที่จะทำให้เรื่องนี้มันออกอากาศได้
โดยมีความเห็นว่าถ้าทำตามนิยายอาจจะยากในการนำเสนอ
และก็เห็นแก่สังคมเลยเลือกแนวทางนี้
ไม่เคยมีปัญหาถ้าจะดัดแปลงนิยายสักเล่มจะเปลี่ยนทั้งเล่มก็ไม่ติด
แต่ส่วนตัวเชื่อว่าในนิยายของนักเขียนทุกคน
นอกจากจะมีลิขสิทธิ์ทางกฏหมาย งานเขียนมันมีชีวิตและแนวทางของมัน
ที่บางทีเราไม่สามารถจะเปลี่ยนทางของมันได้ อาจเปลี่ยนรายละเอียดได้บ้าง
และพอไปเปลี่ยนบรรยากาศทั้งหมดแต่รักษาแกนเรื่องเอาไว้
มันจึงกลายเป็นละครที่ทีมงานต้องคิดมากว่าจะทำออกมายังไง
แต่ผลออกมามันกลายเป็นละครเรื่องนึงที่เหมือนดูคิดน้อยไปหมด
สุดท้ายมีคำถามสำหรับผู้ที่สนใจสนทนากระทู้นี้ว่า
ถ้าคุณเป็นผู้จัดละครได้ทำนิยายเรื่องนี้
จะดัดแปลงแบบไหนที่สามารถให้คนดูละครโทรทัศน์รับได้
และเรื่องสุดท้าย โลกหมุนรอบเธอเมื่อนักแสดงต้องหมุนตามโลกของผู้จัด
จนกว่าจะได้รักกัน การดัดแปลงลิขิตกามเทพแบบคิดมากจนเป็นละครคิดน้อย
ที่กลับมาแบบสายลมที่พัดผ่านไปและหายไปในความทรงจำ
และทิ้งคำถามสำคัญ มันจำเป็นไหมต้องเปลี่ยนโทนละครขนาดนั้น
และแค่ไหนจะอยู่ในจุดที่คนดูโทรทัศน์จะรับได้
ถ้ากลับมาในชื่อลิขิตกามเทพ
มีสองอย่างไม่ทำให้มันซอฟลง ก็ทำให้มันเข้มข้นขึ้น
โครงสร้างตัวละครสามารถทำให้เข้มได้ระดับสวรรค์เบี่ยง
เคยเขียนไปแล้วว่าฉบับแรกเหมือนพยายามให้มันไม่จัดจ้านเกินไป
และหาจังหวะของเรื่องให้มันมีความตลกร้ายเป็นหลัก
พระเอกก็ไม่รู้ว่าครั้งแรกที่เกิดนางเอกมันยังไม่เกิดขึ้น
นางเอกก็คิดแต่ว่าตัวเองไม่บริสุทธิ์แล้ว และความรู้ทางเพศศึกษาต่ำมาก
พระเอกคิดเป็นตุเป็นตะว่าทำอะไรนางเอกไปแล้ว
แล้วก็มองนางเอกว่าจะมาหลอกพ่อตัวเอง
มองนางเอกไม่ดีแต่ก็แฝงความหวงว่าก็มันถูกลิขิตจากเราแล้ว
จะเป็นของคนอื่นไม่ได้จนมันเกิดจริงๆ ในสถานะที่เธอจะเป็นแม่เลี้ยงเขา
และกำลังจะไปบอกพ่อตัวเอง แต่ก็บอกเขาไม่ทันแล้ว
พอมาถึงบรรทัดนี้ถ้าจะทำผลิตอีกครั้งก็จะมีความกระอักกระอ่วน
ถ้าไปดราม่าสุดปลอกต้องทำบทละเอียดอ่อนให้เข้าใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง
ผู้ผลิตคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราทำให้มันเบาลงไปเลยดีกว่าเพื่อให้มันไปต่อได้
แต่ทุกอย่างยังคงเดิมจนกลายเป็นชื่อจนกว่าจะได้รักกัน
การกลับมาเจอกันอีกครั้งของนักแสดงที่คุณอยากให้เขาร่วมงานกัน
แม้ทุกวันนี้ก็แทบจะเห็นเขาและเธออยู่ด้วยกันเกือบตลอด
ในสถานะเพื่อนของแฟนและแฟนของเพื่อนของกันและกัน
สถานีคงอยากเห็นทั้งคู่ในบรรยากาศใหม่เลยเลือกมาที่เรื่องนี้
หมาก ญาญ่า ที่ต้องเล่นละครเรื่องนี้ที่ดัดแปลงให้เป็นแนวตลก !!
แน่นอนทั้งคู่ก็อยากเล่นอะไรที่มันผ่อนคลาย ไม่ต้องดราม่ามากมายแบบที่เคยเจอกันมา
แต่ความตลกจากสารตั้งต้นจากลิขิตกามเทพ มันจะออกมาแบบไหน
สิ่งที่เราเจอความตลกที่อยากจะให้คนดูเห็นแต่มันกลายเป็นความผิดฝาผิดตัว
กลายเป็นว่าตัวละครที่เขาสวมบทบาทมันมีความเป็นเด็กกันทั้งคู่
ยิ่งพอถูกเสนอว่าแนวละครเรื่องนี้คือ โรแมนติกคอมเมดี้ในยุคปัจจุบัน
และเติมความการ์ตูนเล็ก ๆ พ่วงไปอีก จึงมีคำถามที่ทีมผลิตอาจจะไม่คิดถึง
นักแสดงทั้งคู่ 30 กันแล้วนะ แต่งงานแล้วนะ ทำไมเล่นบทแบบนี้มันดูเด็กเกินไปไหม
ทีมงานอยากให้ตัวละครมีอาชีพ ตอนแรกนึกว่าจะทำรีสอร์ทก็จะใกล้เคียงครั้งที่แล้ว
แต่ครั้งนี้เลือกให้ทำสวนสนุกยิ่งทำให้บรรยากาศของเรื่องดูเด็กลงไปอีก
และยิ่งแกนเรื่องที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ซึ่งมันขัดกับบรรยากาศของเรื่องมาก
แล้วละครก็ดำเนินไปอย่างที่เราเห็นกันทั้งเรื่อง
อาจจะด้วยทีมงานเคยชินกับการดัดแปลงนิยายมาหลายเรื่อง
แม้กระทั้งแก้วกลางดงก็ทำมาแล้วและประสบความสำเร็จ
เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการดัดแปลงนิยายสักเรื่องนึง
แล้วทีมงานก็คิดว่ามีเจตนาดีที่จะทำให้เรื่องนี้มันออกอากาศได้
โดยมีความเห็นว่าถ้าทำตามนิยายอาจจะยากในการนำเสนอ
และก็เห็นแก่สังคมเลยเลือกแนวทางนี้
ไม่เคยมีปัญหาถ้าจะดัดแปลงนิยายสักเล่มจะเปลี่ยนทั้งเล่มก็ไม่ติด
แต่ส่วนตัวเชื่อว่าในนิยายของนักเขียนทุกคน
นอกจากจะมีลิขสิทธิ์ทางกฏหมาย งานเขียนมันมีชีวิตและแนวทางของมัน
ที่บางทีเราไม่สามารถจะเปลี่ยนทางของมันได้ อาจเปลี่ยนรายละเอียดได้บ้าง
และพอไปเปลี่ยนบรรยากาศทั้งหมดแต่รักษาแกนเรื่องเอาไว้
มันจึงกลายเป็นละครที่ทีมงานต้องคิดมากว่าจะทำออกมายังไง
แต่ผลออกมามันกลายเป็นละครเรื่องนึงที่เหมือนดูคิดน้อยไปหมด
สุดท้ายมีคำถามสำหรับผู้ที่สนใจสนทนากระทู้นี้ว่า
ถ้าคุณเป็นผู้จัดละครได้ทำนิยายเรื่องนี้
จะดัดแปลงแบบไหนที่สามารถให้คนดูละครโทรทัศน์รับได้
และเรื่องสุดท้าย โลกหมุนรอบเธอเมื่อนักแสดงต้องหมุนตามโลกของผู้จัด