สวัสดีครับ อันนี้กระทู้แรกที่ผมตั้ง ผมเลยไม่รู้ว่าควรจะตั้งยังไงให้เหมาะสม หรือ ควรจะทำอะไรยังไง ขออภัยล่วงหน้าไว้ก่อนนะครับ
ขอเล่าก่อนครับ ผมเป็นนักศึกษา และกำลังศึกษาอยู่ ผมเจอกับแฟนผม โดยที่เราตกลงคบกัน ตอนนี้สถานะอยู่ด้วยกันมาได้ 1 ปี กับอีกประมาณ 2-3 เดือนครับ
แฟนผมเป็นผู้หญิง ฐานะทางบ้านผมไม่ทราบเท่าไหร่ แต่จากการสังเกตุและเรื่องเล่าของเธอ แฟนผมน่าจะมีฐานะพอสมควรครับ แต่เรื่องในครอบครัวของเธอ ฟังกี่ที ก็ค่อนข้างน่าเศร้าใจครับ
พ่อของแฟนผมเป็นผู้ชายล่าผู้หญิงครับ เคยแต่งงานมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังเลือกที่จะหาผู้หญิงอยู่ เธอเล่าให้ผมฟังว่าเขาเป็นคนจากครอบครัวตระกูลใหญ่ โดยเขาเป็นคนเล็กสุด ในตอนนั้นเขามีนิสัยกล้าๆ นักเลงๆ ตามยุคสมัยนั่นแหละครับ จนกระทั่งเขามาเจอกับแม่ของแฟนผม ตอนนั้นเขายังเรียนมหาลัยอยู่ จนกระทั่งบังเอิญเขาตั้งท้องแฟนผมตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ พวกเขาสามคนอยู่ด้วยกันที่บ้านเล็กๆหลังหนึ่งครับ และหลังจากนี้คือเรื่องที่ผมอยากเล่า คือเรื่องในครอบครัวเธอครับ
ขอบอกก่อนว่า เป็นมุมมองจากมุมนอกของผม และผมรับรู้ความรู้สึก และมุมมองจากฝ่ายเดียวคือแฟนผม
เธอเล่าให้ผมฟังตั้งแต่ช่วงประถม ช่วงประถม ในบ้านเล็กๆที่พวกเขาอาศัยอยู่ มีห้องนอนแค่ 2 ห้อง ปกติแล้วครอบครัวอื่นก็น่าจะให้ลูกสาวนอนห้องนึง ในขณะที่อีกห้องก็นอนคู่กัน แต่ว่ามันแปลกครับ เพราะพ่อกับแม่กลับเลือกที่จะนอนคนละห้อง แล้วปล่อยให้แฟนผมนอนข้างนอก ที่โซฟาห้องนั่งเล่นคนเดียว สภาพการเลี้ยงดูในความเห็นของผม คือน่าเศร้าและโดดเดี่ยวมากครับ ตอนเธอเล่า เรื่องนี้เป็นปมมาตลอด
ต่อมา คุณแม่ของแฟนผมมักจะซื้อพวกสัตว์เลี้ยงให้แฟนผมเลี้ยง แต่ว่าภาระของเด็กประถมมันมากไปในมุมมองผม เพราะเธอต้องเรียนตลอดทั้งวัน ไม่ได้มีเวลาเลี้ยงดู ปกติก็ต้องให้คนที่ยังอยู่ในบ้านเลี้ยงใช่ไหมครับ แต่แม่ของเขากลับปล่อยครับ ทำให้สัตว์เลี้ยงเสียไปหลายตัว
ไม่พอ แม่แฟนมักจะไม่ค่อยให้ค่ากับความสามารถแฟนผมครับ เธอชอบวาดรูป มีครั้งหนึ่งที่เธอจะต้องทำงาน แต่คุณแม่มาเห็น เธอกลับเอางานของลูกสาวตัวเองไปทิ้งในโถชักโครก แล้วกดนำให้ลง
จากที่เล่า วีรกรรมทั้งสามวีรกรรมที่มาจากแม่ผม ผมพอเดาได้ว่าเขาน่าจะเป็นโรคจิต + โรคประสาท ครอบครัวฝั่งพ่อของแฟนผมก็คิดอย่างนั้น และไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลย
แต่ถึงอย่างงั้น คุณแม่กลับดูเป็นคนที่เลี้ยงแฟนผมมากที่สุด ถึงจะร้าย แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่คุยกันได้ และบางครั้งก็ชอบพาไปเที่ยว แต่เธอเป็นคนหุนหันพลันแล่น บางอย่างก็กระทันหันเกินไป และคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เหมือนคนที่เครียดอยู่ตลอดเวลา และไม่รู้วิธีสื่อสารกับลูกสาวตัวเองมากกว่า หลายครั้งที่อยากพาลูกสาวไปเที่ยวแต่ติดเรียน เธอก็ยังพยายามหาทางพาลูกสาวไปให้ได้ในทางบังคับมากกว่า บางครั้งชอบตะโกนด่าลูกสาวกลางที่สาธารณะอยู่หลายครั้ง
มันก็มีปัญหาระหว่างแม่และเขามาตลอดหลายปีครับ จนกระทั่งเธอเลือกที่จะออกจากบ้านไปเองตอนที่เธอขึ้นมหาลัย แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับดีขึ้น อันนี้แฟนผมบอกเอง
ปัจจุบันเธออยู่กับพ่อของเธอเอง และพวกนี้คือวีรกรรมที่พ่อเธอทำครับ
ตลอดที่ผ่านมา พ่อของแฟนผมยังล่าหาผู้หญิงอยู่ครับ ผมพอจะเข้าใจนะครับว่าครอบครัวแตกแล้ว และแยกกันอยู่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกัน แต่เพราะเขายังมีลูกสาวของเขาที่บ้าน แต่ยังกลับไปหาผู้หญิงแบบนี้ผมมองว่ามันไม่ถูกต้องครับ
เขาเป็นผู้ชายที่ชอบไปเที่ยวตามผับบาร์ สถานบันเทิงก็จะมีเขาอยู่ แฟนผมเล่าให้ฟังว่าเขากลับดึก และช่วงหลังมานี้ ก็ไม่กลับมาเลย กลับอีกทีตอน 8-9โมง แฟนผมเขาเลยอยู่แต่ในห้องคนเดียว
ช่วงตอนเช้า เขาจะเป็นคนชอบไปเที่ยวเล่นกับเด็กมหาลัย เพราะบ้านของแฟนผมอยู่ใกล้มหาลัย และนั่นทำให้เขาก็ชอบไปเที่ยวเล่นกับเด็กมหาลัยอยู่หลายครั้งเพราะอะไรไม่ทราบ
มีตรรกะเพี้ยนๆที่เขาชอบบอก เขาชอบบอกว่าจะให้แฟนผมเรียนขับรถ แต่ยิ่งนานไป กลับไม่มีการโต้ตอบอะไรสักอย่าง กลายเป็นปล่อยเบลอ ไม่สนอะไรสักอย่าง ทั้งที่เขาเป็นคนบอกให้แฟนผมมาอยู่ที่บ้าน และไม่ต่อสัญญาเช่ากับหอข้างในมหาลัย แล้วนั่นมันทำให้ลำบากต่อการเดินทางเข้าออกมหาลัย เพราะถึงอยู่ใกล้ แต่มันก็ประมาณ 2-3 กิโลอยู่ดี
ปกติถ้าเป็นแบบนี้ คนเป็นพ่อก็คงเลือกที่จะไปส่งลูกสาว แต่เขากลับไม่ยอมทำ เพราะเขาเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืน ไปเที่ยวตี1 กลับ 8 โมง และเลือกที่จะนอนหลับตอนเช้า ทำให้เป็นผมที่ขับไปรับไปส่ง ซึ่งผมยินดี แต่ถ้าหากผมต้องทำโปรเจค มันก็จะยังเป็นปัญหาในการเดินทาง ทำให้บางครั้งก็ต้องพึ่งพาพ่อเขานั่นแหละ และเขาก็จะชอบบ่นว่าเสียเวลาชีวิต
มีคืนหนึ่ง เขาพาเพื่อนจากร้านเหล้ามากินต่อที่ร้าน โดยมีแฟนผมที่ยังอยู่ในห้อง ทั้งเสียงดัง และตะโกนไปมาจนน่าหนวกหูด้วย อะไรแบบนี้สำหรับผม ผมว่ามันอันตรายมากครับ แฟนผมพูดไป ก็เลือกที่จะไม่ฟังด้วย
อีกทั้งช่วงหลังมานี้ แฟนผมกับแม่ของเขาก็มักจะคุยกันบ่อย แต่ถ้าคุยกันปกติก็น่าจะดี แต่กลายเป็นว่าเขาเลือกที่จะคุยเรื่องพ่อของเขาแทน ว่าเขาเจอหลักฐานบ้าง เจอที่ที่เขาไปเที่ยวบ้าง ทำให้แฟนผมรู้ว่าตอนนี้เขากำลังมีเด็กอยู่ ซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับแฟนผมเลย และนั่นทำให้เธอไม่สบายใจ ผมเห็นด้วยกับคำพูดเธอ ว่า "พ่อที่ไหนจะอยากเอาคนรุ่นเท่าลูกตัวเอง"
ผมเห็นเธอร้องไห้ คงเพราะกลัวที่จะโดดเดี่ยวครับ และผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ผมก็กลัวเธอจะไม่มีครอบครัว หรือ มีปํญหาภายในครอบครัว
อีกอย่าง ครอบครัวเธอก็ค่อนข้างมีปัญหาครับ เนื่องด้วยเป็นสังคมคนมีฐานะ ญาติของเธอมักจะมีเงินถุงเงินถัง รวมไปถึงพี่สาวพ่อเขา ที่เขาชอบพูดเหน็บแนม เปรียบเทียบกับครอบครัวเขา ครอบครัวทั้งฝั่งพ่อและแม่เลยไม่ได้ราบรื่น และ น่าอึดอัดพอกันครับ
เรื่องราวที่อยากเล่าก็มีประมาณนี้ครับ อยากจะทราบว่าเรื่องแบบนี้ควรจะทำยังไงดี
ผมสงสารแฟนผมมากครับ
เรื่องทั้งหมดนี้ ผมยังไม่ได้ถามเธอว่าผมเอาไปเล่าได้ไหม ถ้ามีความเห็นมาพอสมควร ผมจะลบกระทู้นี้ทิ้งครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
แฟนผมกับปัญหาครอบครัวของเธอ
ขอเล่าก่อนครับ ผมเป็นนักศึกษา และกำลังศึกษาอยู่ ผมเจอกับแฟนผม โดยที่เราตกลงคบกัน ตอนนี้สถานะอยู่ด้วยกันมาได้ 1 ปี กับอีกประมาณ 2-3 เดือนครับ
แฟนผมเป็นผู้หญิง ฐานะทางบ้านผมไม่ทราบเท่าไหร่ แต่จากการสังเกตุและเรื่องเล่าของเธอ แฟนผมน่าจะมีฐานะพอสมควรครับ แต่เรื่องในครอบครัวของเธอ ฟังกี่ที ก็ค่อนข้างน่าเศร้าใจครับ
พ่อของแฟนผมเป็นผู้ชายล่าผู้หญิงครับ เคยแต่งงานมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังเลือกที่จะหาผู้หญิงอยู่ เธอเล่าให้ผมฟังว่าเขาเป็นคนจากครอบครัวตระกูลใหญ่ โดยเขาเป็นคนเล็กสุด ในตอนนั้นเขามีนิสัยกล้าๆ นักเลงๆ ตามยุคสมัยนั่นแหละครับ จนกระทั่งเขามาเจอกับแม่ของแฟนผม ตอนนั้นเขายังเรียนมหาลัยอยู่ จนกระทั่งบังเอิญเขาตั้งท้องแฟนผมตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ พวกเขาสามคนอยู่ด้วยกันที่บ้านเล็กๆหลังหนึ่งครับ และหลังจากนี้คือเรื่องที่ผมอยากเล่า คือเรื่องในครอบครัวเธอครับ
ขอบอกก่อนว่า เป็นมุมมองจากมุมนอกของผม และผมรับรู้ความรู้สึก และมุมมองจากฝ่ายเดียวคือแฟนผม
เธอเล่าให้ผมฟังตั้งแต่ช่วงประถม ช่วงประถม ในบ้านเล็กๆที่พวกเขาอาศัยอยู่ มีห้องนอนแค่ 2 ห้อง ปกติแล้วครอบครัวอื่นก็น่าจะให้ลูกสาวนอนห้องนึง ในขณะที่อีกห้องก็นอนคู่กัน แต่ว่ามันแปลกครับ เพราะพ่อกับแม่กลับเลือกที่จะนอนคนละห้อง แล้วปล่อยให้แฟนผมนอนข้างนอก ที่โซฟาห้องนั่งเล่นคนเดียว สภาพการเลี้ยงดูในความเห็นของผม คือน่าเศร้าและโดดเดี่ยวมากครับ ตอนเธอเล่า เรื่องนี้เป็นปมมาตลอด
ต่อมา คุณแม่ของแฟนผมมักจะซื้อพวกสัตว์เลี้ยงให้แฟนผมเลี้ยง แต่ว่าภาระของเด็กประถมมันมากไปในมุมมองผม เพราะเธอต้องเรียนตลอดทั้งวัน ไม่ได้มีเวลาเลี้ยงดู ปกติก็ต้องให้คนที่ยังอยู่ในบ้านเลี้ยงใช่ไหมครับ แต่แม่ของเขากลับปล่อยครับ ทำให้สัตว์เลี้ยงเสียไปหลายตัว
ไม่พอ แม่แฟนมักจะไม่ค่อยให้ค่ากับความสามารถแฟนผมครับ เธอชอบวาดรูป มีครั้งหนึ่งที่เธอจะต้องทำงาน แต่คุณแม่มาเห็น เธอกลับเอางานของลูกสาวตัวเองไปทิ้งในโถชักโครก แล้วกดนำให้ลง
จากที่เล่า วีรกรรมทั้งสามวีรกรรมที่มาจากแม่ผม ผมพอเดาได้ว่าเขาน่าจะเป็นโรคจิต + โรคประสาท ครอบครัวฝั่งพ่อของแฟนผมก็คิดอย่างนั้น และไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลย
แต่ถึงอย่างงั้น คุณแม่กลับดูเป็นคนที่เลี้ยงแฟนผมมากที่สุด ถึงจะร้าย แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่คุยกันได้ และบางครั้งก็ชอบพาไปเที่ยว แต่เธอเป็นคนหุนหันพลันแล่น บางอย่างก็กระทันหันเกินไป และคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เหมือนคนที่เครียดอยู่ตลอดเวลา และไม่รู้วิธีสื่อสารกับลูกสาวตัวเองมากกว่า หลายครั้งที่อยากพาลูกสาวไปเที่ยวแต่ติดเรียน เธอก็ยังพยายามหาทางพาลูกสาวไปให้ได้ในทางบังคับมากกว่า บางครั้งชอบตะโกนด่าลูกสาวกลางที่สาธารณะอยู่หลายครั้ง
มันก็มีปัญหาระหว่างแม่และเขามาตลอดหลายปีครับ จนกระทั่งเธอเลือกที่จะออกจากบ้านไปเองตอนที่เธอขึ้นมหาลัย แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับดีขึ้น อันนี้แฟนผมบอกเอง
ปัจจุบันเธออยู่กับพ่อของเธอเอง และพวกนี้คือวีรกรรมที่พ่อเธอทำครับ
ตลอดที่ผ่านมา พ่อของแฟนผมยังล่าหาผู้หญิงอยู่ครับ ผมพอจะเข้าใจนะครับว่าครอบครัวแตกแล้ว และแยกกันอยู่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกัน แต่เพราะเขายังมีลูกสาวของเขาที่บ้าน แต่ยังกลับไปหาผู้หญิงแบบนี้ผมมองว่ามันไม่ถูกต้องครับ
เขาเป็นผู้ชายที่ชอบไปเที่ยวตามผับบาร์ สถานบันเทิงก็จะมีเขาอยู่ แฟนผมเล่าให้ฟังว่าเขากลับดึก และช่วงหลังมานี้ ก็ไม่กลับมาเลย กลับอีกทีตอน 8-9โมง แฟนผมเขาเลยอยู่แต่ในห้องคนเดียว
ช่วงตอนเช้า เขาจะเป็นคนชอบไปเที่ยวเล่นกับเด็กมหาลัย เพราะบ้านของแฟนผมอยู่ใกล้มหาลัย และนั่นทำให้เขาก็ชอบไปเที่ยวเล่นกับเด็กมหาลัยอยู่หลายครั้งเพราะอะไรไม่ทราบ
มีตรรกะเพี้ยนๆที่เขาชอบบอก เขาชอบบอกว่าจะให้แฟนผมเรียนขับรถ แต่ยิ่งนานไป กลับไม่มีการโต้ตอบอะไรสักอย่าง กลายเป็นปล่อยเบลอ ไม่สนอะไรสักอย่าง ทั้งที่เขาเป็นคนบอกให้แฟนผมมาอยู่ที่บ้าน และไม่ต่อสัญญาเช่ากับหอข้างในมหาลัย แล้วนั่นมันทำให้ลำบากต่อการเดินทางเข้าออกมหาลัย เพราะถึงอยู่ใกล้ แต่มันก็ประมาณ 2-3 กิโลอยู่ดี
ปกติถ้าเป็นแบบนี้ คนเป็นพ่อก็คงเลือกที่จะไปส่งลูกสาว แต่เขากลับไม่ยอมทำ เพราะเขาเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืน ไปเที่ยวตี1 กลับ 8 โมง และเลือกที่จะนอนหลับตอนเช้า ทำให้เป็นผมที่ขับไปรับไปส่ง ซึ่งผมยินดี แต่ถ้าหากผมต้องทำโปรเจค มันก็จะยังเป็นปัญหาในการเดินทาง ทำให้บางครั้งก็ต้องพึ่งพาพ่อเขานั่นแหละ และเขาก็จะชอบบ่นว่าเสียเวลาชีวิต
มีคืนหนึ่ง เขาพาเพื่อนจากร้านเหล้ามากินต่อที่ร้าน โดยมีแฟนผมที่ยังอยู่ในห้อง ทั้งเสียงดัง และตะโกนไปมาจนน่าหนวกหูด้วย อะไรแบบนี้สำหรับผม ผมว่ามันอันตรายมากครับ แฟนผมพูดไป ก็เลือกที่จะไม่ฟังด้วย
อีกทั้งช่วงหลังมานี้ แฟนผมกับแม่ของเขาก็มักจะคุยกันบ่อย แต่ถ้าคุยกันปกติก็น่าจะดี แต่กลายเป็นว่าเขาเลือกที่จะคุยเรื่องพ่อของเขาแทน ว่าเขาเจอหลักฐานบ้าง เจอที่ที่เขาไปเที่ยวบ้าง ทำให้แฟนผมรู้ว่าตอนนี้เขากำลังมีเด็กอยู่ ซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับแฟนผมเลย และนั่นทำให้เธอไม่สบายใจ ผมเห็นด้วยกับคำพูดเธอ ว่า "พ่อที่ไหนจะอยากเอาคนรุ่นเท่าลูกตัวเอง"
ผมเห็นเธอร้องไห้ คงเพราะกลัวที่จะโดดเดี่ยวครับ และผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ผมก็กลัวเธอจะไม่มีครอบครัว หรือ มีปํญหาภายในครอบครัว
อีกอย่าง ครอบครัวเธอก็ค่อนข้างมีปัญหาครับ เนื่องด้วยเป็นสังคมคนมีฐานะ ญาติของเธอมักจะมีเงินถุงเงินถัง รวมไปถึงพี่สาวพ่อเขา ที่เขาชอบพูดเหน็บแนม เปรียบเทียบกับครอบครัวเขา ครอบครัวทั้งฝั่งพ่อและแม่เลยไม่ได้ราบรื่น และ น่าอึดอัดพอกันครับ
เรื่องราวที่อยากเล่าก็มีประมาณนี้ครับ อยากจะทราบว่าเรื่องแบบนี้ควรจะทำยังไงดี
ผมสงสารแฟนผมมากครับ
เรื่องทั้งหมดนี้ ผมยังไม่ได้ถามเธอว่าผมเอาไปเล่าได้ไหม ถ้ามีความเห็นมาพอสมควร ผมจะลบกระทู้นี้ทิ้งครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ