ผมหัวกระแทกอย่างรุนแรงทำให้มีปัญหาในการคิดการตัดสินใจเป็นโรคทางจิตอ่อนๆมาตั้งแต่เด็ก เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้คือเรื่องจริงที่ผ่านมาในชีวิตตลอด22ปี
ผมโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ เป็นลูกคนกลาง มีพี่สาวที่20ปีเจอหน้ากัน6ครั้ง มีน้องสาวที่อายุห่างกัน4ปี มีพ่อแม่ที่ดูแลจนจบ ป.6 ตอน7ขวบมีวันนึงผมเอาเงินที่ได้จากวันเกิดตัวเอง500บาท ไปซื้อขนมกับ ถ่านมาใส่นาฬิกาที่น้าสาวให้ตอนวันเกิด แต่ด้วยความที่500บาทในยุคนั้นมันเยอะมาก ผมใช้ไป80กว่าจาก500ผมถูกแม่ดุและตีอย่างหนัก สุดท้ายวันนั้นแม่พาผมไปในจุดที่ใกล้กับจุดที่วัยรุ่นกันพ่อค้าสารเสพติดมาเคีล์ยปัญหากัน "เจ้าข้าเอ้ย ผีห่าตัวใหนอยากได้ก็มาเอามันไป เอาไปกินให้หมด เด็กขี้ขโมยแบบนี้กูไม่เลี้ยง" ผ่านไปไม่ถึง 2 นาทีพ่อผมกลับจากหาปลามาเจอพอดีเลยมีปากเสียงกับแม่ ตอน ป.3 ผมไปเล่นกับเพื่อนในโรงเรียน เราเอาอิฐตัวหนอนที่มันกองมั่วๆข้างลานเปตองมาต่อเป็นถนน แต่มันเกิดอุบัติเหตุอิฐที่เพื่อนผมสไลด์มามันมาแรงเกินเลยพุ่งมาทับนิ้วชี้ผมแตกจนเล็บหลุด ผมไม่เคยโทษเขาเลยนะเพราะผมเอามือไปวางรอรับเองโดยไม่ได้บอกเขา หลังจากไปหาหมอฉีดยาอะไรเสร็จผมกลับบ้าน แม่เห็นแผลและด่านิดหน่อย แต่ก็ยังไม่มีอะไร แต่พอถึงตอนอาบน้ำผมไปอาบที่บ่อเลี้ยงกบเก่าในบ่อมีน้ำที่ผมเติมไว้เล่นกับน้องสูงประมาณตาตุ่มเด็ก9ขวบ ผมโดนแม่ตบจนล้มแล้วเหยียบหัวกดน้ำ เรื่องก็ผ่านไปจนแผลหายไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ผมไม่แน่ใจว่าตอนอายุเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ละว่าเกิดอะไรขึ้นแต่วันนั้นผมโดนหมอนกดหน้าไม่รู้ว่านานแค่ใหนแต่นานจนผมเวียนหัวตาลายทุกวันนี้ผมก็ยังหาเหตุผลอยู่ว่าทำไมผมถึงโดนแบบนั้น อาจเป็นเพราะผมตีน้องหรือ อาจเป็นเพราะดึกแล้วแต่ผมยังไม่นอน หรือเพราะเกรดผมที่ต่ำลงทุกปีทำให้ขายหน้า อายุ11 ผมขโมยโทรศัพท์ของเพื่อนในห้องเรียนครั้งที่1 และอีกครั้งในเทมอ2 แต่ทั้ง2ครั้งทูกจับได้และถูกลงโทษจากทั้งสังคมและครอบครัว และผมไม่เคยคิดจะขโมยของจากใครอีกเลย ด้วยความคิดแบบเด็กๆผมคิดว่าถ้าผมไปบวชเรียนอยู่ในกฎในระเบียบผมอาจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นได้ ผมมีลุงที่พึ่งออกจากคุกแกห้ามผมสุดตัวไม่ให้ไปแต่ด้วยความที่แม่เตือนตลอดว่าลุงเป็นคนไม่ดี คนดีที่ใหนจะเข้าคุก และด้วยความที่ลุงอยู่ข้างในนานเกิดหลายๆเรื่องขึ้นทำให้สติของลุงค่อนข้างขึ้นๆลงๆ ผมเลยไม่ฟังอะไร สุดท้ายผมไปบวชเรียน 3เดือนแรกผมมีเรื่องทะเลาะวิวาทอีกฝั่งเจ็บนิดหน่อยผมนอนอยู่ในตึกพยาบาล อีก3เดือนต่อมาผมโดนใบเตือนไม่เรียนหลับในคาบ 2เดือนต่อมามีใครไม่รู้ฉี่บนหลังคาทำให้ทุกคนโดนลงโทษ โดนท่าเตรียมมาไม่รู้กี่ชม.แต่ก็ไม่มีใครกล้ายอมรับ จนพระอาจารย์พาเณรที่เห็นเหตุการมาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นตอนใหนเกิดกี่โมง ผมได้ยินทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้นเกิดตอนใหนเณรที่เห็นเห็ตการกำลังทำอะไรอยู่ตรงใหนแล้วเห็นได้ยังไง ด้วยความที่ผมอยากเป็นฮีโร่ เห็นเพื่อนที่มีน้อยนิดมีรุ่นพี่ที่เคารพจากความสามารถในการวาดรูป ผมยกมือขึ้นยอมรับความผิดทั้งหมดแทน ผมว่าวันนั้นพระอาจารย์ท่านรู้อยู่แล้วว่าผมไม่ได้ทำแต่อยากเป็นฮีโร่ ท่าถามย้ำแล้วว่าผมทำจริงๆใช่มั้ย ผมตอบกลับทันที่ "ครับผมเป็นคนทำจริงๆ" พระอาจารย์ท่าบอกว่าเอางี้ ไปสาบานหน้าพระประทานถ้าผมไม่ได้ทำขอให้ผมอยู่ที่นี้ไม่ได้ ก่อนไปท่านก็บอกแล้วว่าที่นี้ศักสิทธิ์ มากนะคิดดีๆ ท้ายที่สุดผมสาบานรับทุกอย่างไว้แล้วหวังจะเป็นฮีโร่ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำด่าจากคนที่ไม่ได้รู้จักหรือสนิดกับผมเลย "เพราะกูถึงต้องโดนลงโทษไปด้วย" คนที่รู้ความจริงก็ยังคอยปลอบ ท้ายที่สุดผมอยู่ต่อไม่ได้เพราะผมควบคุมความคิดตัวเองต่อไปไม่ได้ไม่สามารถทนความกดดันทั้งจากกฎที่ผมไม่ทำตามอยู่ยังมีแรงกดดันจากเพื่อนร่วมรุ่นที่กรนด่า ผมเรียนไม่จบม.1 ย้ายจากปราจีนบุรีกลับมาเชียงใหม่ ไปเรียนในโรงเรียนวัดอีกแห่ง แต่กลับมาครั้งนี้ พ่อกับแม่ผมแยกทางกันน้องสาวไปอยู่กับแม่ พ่อไปทำงานต่างประเทศ แม่ไปเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกให้คนอื่น ผมเจอสังคมใหม่สังคนที่ไม่ขาวไม่ดำ รุ่นพี่ใช้ยา รุ่นเดียวกันดูดกัญชา ฉีดยาเข้าเส้น ผมเริ่มรู้วิธีหลายๆอย่างการซื้อขายการหาของ การลงทุนผลกำไร จนแล้วจนรอดผมเรียนไม่จบม.2เทมอ1 ผมลาออกมานั่งๆนอนๆกินฟรีแย่งเงินคนชราของปู่กับย่าใช้ 3ปีเต็มๆ ผมไปทำงานร้านอลูมิเนียม3เดือนลาออกเพราะออกตามเพื่อนทั้งๆที่ตัวเองชอบงานนี้และทำได้ดี ผมเริ่มไปเรียน กศน. เพราะไม่อยากฟังคำบ่นของป้าทั้งๆที่เขาเป็นห่วงอยากให้มีอนาคตที่ดี ผมได้เจอเพื่อนที่หาของมาให้ได้ผมเลยเริ่มเป็นเด็กวิ่งของลงทุน500กำไร1000 ผมทำได้ไม่ถึงเดือนตอนที่กำลังนั่งดื่มกับเพื่อนจากงาน มีรถเข้ามาจอดคนที่เดินลงมาคือลุงอายุราวๆ50กับคนอีก3-4คน 1ในนั้นเป็นคนที่ผมรู้จัก เขาชักปืนขึ้นมาจ่อ "ออกไปเถอะที่นี้มันที่พวกกู คนแบบอยู่ได้ไม่นานหรอก กูพูดเพราะเราสนิดกันถ้าเป็นคนอื่นไม่ทันได้รู้ตัวหรอก" ผมเลยถอนตัวออกมาใครมั้งจะไม่กลัว.22ง้างนกพร้อมแถมยังห่างจากหัวแค่นิ้วเดียว ผมย้ายออกจากอำเภอที่อยู่มาอยู่ในเมื่องกับน้า ผมเริ่มงานจากการเป็นพนักงานร้านสดวกซื้อที่น้าสมัคให้ แต่ท้ายที่สุดผมก็เกาะน้ากินเอาเงินเดือนไปซื้อของให้ตัวเองแล้วใช้เงินน้าอยู่กินให้น้าจ่ายค่าบ้านที่ต้องย้ายมาเพราะมีผมเพิ่ม ผมโดนไล่ออกจากบ้านไปเป็นเด็กปั้มเกาะแฟนกิน ท้ายที่สุดแล้วผมก็เป็นแค่คนเสแสร้งหัวแข็งหยิ่งผยองหน้าด้านทุกๆคนให้ความช่วยเหลือตลอดแต่ผมก็เลือกจะทำลายทุกอย่างลง ผมสำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ตัวเองทำผมอาจทำให้บางคนเสียอนาคตหรือบางคนที่ผมนำพาไปในทางที่ผิด ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าบนโลกใบนี้มีคนแบบผมที่ใช้เรื่องราวในชีวิตเป็นข้ออ้างเพื่อทำเรื่องต่างๆใช้มันเป็นเหยื่อหลอกให้คนสงสารเพื่อใช้ประโยชน์จากพวกเขา ผมขอโทษจริงๆสำหรับทุกๆคนที่ผมเคยทำไม่ดีหรือใช้ประโยชน์ ผมรู้ว่าแค่นี้มันชดเชยอะไรไม่ได้แต่อย่างน้อยให้ผมได้ใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อขอโทษจากใจจริง ตลอดเวลา22ปีผมไม่เคยโทษพ่อหรือแม่ แต่เพราะพ่อกับแม่ที่ทนกับคนแบบผม ผมถึงยังมีชีวิตมาจนทึงทุกวันนี้ ขอโทษลุงที่ผมใส่ร้ายและไม่ฟังคำเตือน ขอโทษปู่กับย่าที่ผมเป็นภาระ ขอโทษน้าที่ให้โอกาศผมได้เปลี่ยนตัวเองแต่ผมก็โยนมันทิ้งไป ที่อาบอกว่าไม่ต้องไปยื่นมือช่วยเหลืองูพิษอาพูดถูกแล้วคับผมเป็นงูพิษที่กัดทุกคน ทำลายทุกอย่าง ขอโทษจริงๆ
ผมแค่อยากให้ทุคคนรู้ว่าบนโลกใบนี้มีคนแบบผมอยู่จริงๆ
ผมโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ เป็นลูกคนกลาง มีพี่สาวที่20ปีเจอหน้ากัน6ครั้ง มีน้องสาวที่อายุห่างกัน4ปี มีพ่อแม่ที่ดูแลจนจบ ป.6 ตอน7ขวบมีวันนึงผมเอาเงินที่ได้จากวันเกิดตัวเอง500บาท ไปซื้อขนมกับ ถ่านมาใส่นาฬิกาที่น้าสาวให้ตอนวันเกิด แต่ด้วยความที่500บาทในยุคนั้นมันเยอะมาก ผมใช้ไป80กว่าจาก500ผมถูกแม่ดุและตีอย่างหนัก สุดท้ายวันนั้นแม่พาผมไปในจุดที่ใกล้กับจุดที่วัยรุ่นกันพ่อค้าสารเสพติดมาเคีล์ยปัญหากัน "เจ้าข้าเอ้ย ผีห่าตัวใหนอยากได้ก็มาเอามันไป เอาไปกินให้หมด เด็กขี้ขโมยแบบนี้กูไม่เลี้ยง" ผ่านไปไม่ถึง 2 นาทีพ่อผมกลับจากหาปลามาเจอพอดีเลยมีปากเสียงกับแม่ ตอน ป.3 ผมไปเล่นกับเพื่อนในโรงเรียน เราเอาอิฐตัวหนอนที่มันกองมั่วๆข้างลานเปตองมาต่อเป็นถนน แต่มันเกิดอุบัติเหตุอิฐที่เพื่อนผมสไลด์มามันมาแรงเกินเลยพุ่งมาทับนิ้วชี้ผมแตกจนเล็บหลุด ผมไม่เคยโทษเขาเลยนะเพราะผมเอามือไปวางรอรับเองโดยไม่ได้บอกเขา หลังจากไปหาหมอฉีดยาอะไรเสร็จผมกลับบ้าน แม่เห็นแผลและด่านิดหน่อย แต่ก็ยังไม่มีอะไร แต่พอถึงตอนอาบน้ำผมไปอาบที่บ่อเลี้ยงกบเก่าในบ่อมีน้ำที่ผมเติมไว้เล่นกับน้องสูงประมาณตาตุ่มเด็ก9ขวบ ผมโดนแม่ตบจนล้มแล้วเหยียบหัวกดน้ำ เรื่องก็ผ่านไปจนแผลหายไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ผมไม่แน่ใจว่าตอนอายุเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ละว่าเกิดอะไรขึ้นแต่วันนั้นผมโดนหมอนกดหน้าไม่รู้ว่านานแค่ใหนแต่นานจนผมเวียนหัวตาลายทุกวันนี้ผมก็ยังหาเหตุผลอยู่ว่าทำไมผมถึงโดนแบบนั้น อาจเป็นเพราะผมตีน้องหรือ อาจเป็นเพราะดึกแล้วแต่ผมยังไม่นอน หรือเพราะเกรดผมที่ต่ำลงทุกปีทำให้ขายหน้า อายุ11 ผมขโมยโทรศัพท์ของเพื่อนในห้องเรียนครั้งที่1 และอีกครั้งในเทมอ2 แต่ทั้ง2ครั้งทูกจับได้และถูกลงโทษจากทั้งสังคมและครอบครัว และผมไม่เคยคิดจะขโมยของจากใครอีกเลย ด้วยความคิดแบบเด็กๆผมคิดว่าถ้าผมไปบวชเรียนอยู่ในกฎในระเบียบผมอาจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นได้ ผมมีลุงที่พึ่งออกจากคุกแกห้ามผมสุดตัวไม่ให้ไปแต่ด้วยความที่แม่เตือนตลอดว่าลุงเป็นคนไม่ดี คนดีที่ใหนจะเข้าคุก และด้วยความที่ลุงอยู่ข้างในนานเกิดหลายๆเรื่องขึ้นทำให้สติของลุงค่อนข้างขึ้นๆลงๆ ผมเลยไม่ฟังอะไร สุดท้ายผมไปบวชเรียน 3เดือนแรกผมมีเรื่องทะเลาะวิวาทอีกฝั่งเจ็บนิดหน่อยผมนอนอยู่ในตึกพยาบาล อีก3เดือนต่อมาผมโดนใบเตือนไม่เรียนหลับในคาบ 2เดือนต่อมามีใครไม่รู้ฉี่บนหลังคาทำให้ทุกคนโดนลงโทษ โดนท่าเตรียมมาไม่รู้กี่ชม.แต่ก็ไม่มีใครกล้ายอมรับ จนพระอาจารย์พาเณรที่เห็นเหตุการมาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นตอนใหนเกิดกี่โมง ผมได้ยินทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้นเกิดตอนใหนเณรที่เห็นเห็ตการกำลังทำอะไรอยู่ตรงใหนแล้วเห็นได้ยังไง ด้วยความที่ผมอยากเป็นฮีโร่ เห็นเพื่อนที่มีน้อยนิดมีรุ่นพี่ที่เคารพจากความสามารถในการวาดรูป ผมยกมือขึ้นยอมรับความผิดทั้งหมดแทน ผมว่าวันนั้นพระอาจารย์ท่านรู้อยู่แล้วว่าผมไม่ได้ทำแต่อยากเป็นฮีโร่ ท่าถามย้ำแล้วว่าผมทำจริงๆใช่มั้ย ผมตอบกลับทันที่ "ครับผมเป็นคนทำจริงๆ" พระอาจารย์ท่าบอกว่าเอางี้ ไปสาบานหน้าพระประทานถ้าผมไม่ได้ทำขอให้ผมอยู่ที่นี้ไม่ได้ ก่อนไปท่านก็บอกแล้วว่าที่นี้ศักสิทธิ์ มากนะคิดดีๆ ท้ายที่สุดผมสาบานรับทุกอย่างไว้แล้วหวังจะเป็นฮีโร่ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำด่าจากคนที่ไม่ได้รู้จักหรือสนิดกับผมเลย "เพราะกูถึงต้องโดนลงโทษไปด้วย" คนที่รู้ความจริงก็ยังคอยปลอบ ท้ายที่สุดผมอยู่ต่อไม่ได้เพราะผมควบคุมความคิดตัวเองต่อไปไม่ได้ไม่สามารถทนความกดดันทั้งจากกฎที่ผมไม่ทำตามอยู่ยังมีแรงกดดันจากเพื่อนร่วมรุ่นที่กรนด่า ผมเรียนไม่จบม.1 ย้ายจากปราจีนบุรีกลับมาเชียงใหม่ ไปเรียนในโรงเรียนวัดอีกแห่ง แต่กลับมาครั้งนี้ พ่อกับแม่ผมแยกทางกันน้องสาวไปอยู่กับแม่ พ่อไปทำงานต่างประเทศ แม่ไปเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกให้คนอื่น ผมเจอสังคมใหม่สังคนที่ไม่ขาวไม่ดำ รุ่นพี่ใช้ยา รุ่นเดียวกันดูดกัญชา ฉีดยาเข้าเส้น ผมเริ่มรู้วิธีหลายๆอย่างการซื้อขายการหาของ การลงทุนผลกำไร จนแล้วจนรอดผมเรียนไม่จบม.2เทมอ1 ผมลาออกมานั่งๆนอนๆกินฟรีแย่งเงินคนชราของปู่กับย่าใช้ 3ปีเต็มๆ ผมไปทำงานร้านอลูมิเนียม3เดือนลาออกเพราะออกตามเพื่อนทั้งๆที่ตัวเองชอบงานนี้และทำได้ดี ผมเริ่มไปเรียน กศน. เพราะไม่อยากฟังคำบ่นของป้าทั้งๆที่เขาเป็นห่วงอยากให้มีอนาคตที่ดี ผมได้เจอเพื่อนที่หาของมาให้ได้ผมเลยเริ่มเป็นเด็กวิ่งของลงทุน500กำไร1000 ผมทำได้ไม่ถึงเดือนตอนที่กำลังนั่งดื่มกับเพื่อนจากงาน มีรถเข้ามาจอดคนที่เดินลงมาคือลุงอายุราวๆ50กับคนอีก3-4คน 1ในนั้นเป็นคนที่ผมรู้จัก เขาชักปืนขึ้นมาจ่อ "ออกไปเถอะที่นี้มันที่พวกกู คนแบบอยู่ได้ไม่นานหรอก กูพูดเพราะเราสนิดกันถ้าเป็นคนอื่นไม่ทันได้รู้ตัวหรอก" ผมเลยถอนตัวออกมาใครมั้งจะไม่กลัว.22ง้างนกพร้อมแถมยังห่างจากหัวแค่นิ้วเดียว ผมย้ายออกจากอำเภอที่อยู่มาอยู่ในเมื่องกับน้า ผมเริ่มงานจากการเป็นพนักงานร้านสดวกซื้อที่น้าสมัคให้ แต่ท้ายที่สุดผมก็เกาะน้ากินเอาเงินเดือนไปซื้อของให้ตัวเองแล้วใช้เงินน้าอยู่กินให้น้าจ่ายค่าบ้านที่ต้องย้ายมาเพราะมีผมเพิ่ม ผมโดนไล่ออกจากบ้านไปเป็นเด็กปั้มเกาะแฟนกิน ท้ายที่สุดแล้วผมก็เป็นแค่คนเสแสร้งหัวแข็งหยิ่งผยองหน้าด้านทุกๆคนให้ความช่วยเหลือตลอดแต่ผมก็เลือกจะทำลายทุกอย่างลง ผมสำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ตัวเองทำผมอาจทำให้บางคนเสียอนาคตหรือบางคนที่ผมนำพาไปในทางที่ผิด ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าบนโลกใบนี้มีคนแบบผมที่ใช้เรื่องราวในชีวิตเป็นข้ออ้างเพื่อทำเรื่องต่างๆใช้มันเป็นเหยื่อหลอกให้คนสงสารเพื่อใช้ประโยชน์จากพวกเขา ผมขอโทษจริงๆสำหรับทุกๆคนที่ผมเคยทำไม่ดีหรือใช้ประโยชน์ ผมรู้ว่าแค่นี้มันชดเชยอะไรไม่ได้แต่อย่างน้อยให้ผมได้ใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อขอโทษจากใจจริง ตลอดเวลา22ปีผมไม่เคยโทษพ่อหรือแม่ แต่เพราะพ่อกับแม่ที่ทนกับคนแบบผม ผมถึงยังมีชีวิตมาจนทึงทุกวันนี้ ขอโทษลุงที่ผมใส่ร้ายและไม่ฟังคำเตือน ขอโทษปู่กับย่าที่ผมเป็นภาระ ขอโทษน้าที่ให้โอกาศผมได้เปลี่ยนตัวเองแต่ผมก็โยนมันทิ้งไป ที่อาบอกว่าไม่ต้องไปยื่นมือช่วยเหลืองูพิษอาพูดถูกแล้วคับผมเป็นงูพิษที่กัดทุกคน ทำลายทุกอย่าง ขอโทษจริงๆ