สวัสดีค่ะ
เราเพิ่งเริ่มงานใหม่ในตำแหน่ง Sales Representative มาได้ประมาณ 1 เดือนกว่า หลังจากลาออกจากบริษัทเก่าที่ทำมา 5 ปีเต็ม ซึ่งเป็นบริษัทขนย้ายที่อยู่ใกล้บ้านค่ะ
สาเหตุที่ตัดสินใจลาออกจากที่เก่า เพราะว่า
1. เงินเดือนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับภาระค่าใช้จ่ายในตอนนี้
2. ค่าคอมมิชชันน้อยมาก หักหลายอย่างจนแทบไม่เหลือ
3. ทำงานจันทร์–เสาร์ (ครึ่งวัน)
4. ไม่มีโอที
5. ระบบการทำงานไม่ค่อยเป็นระบบ
เป็นบริษัทครอบครัวที่ลูกๆ มาช่วยบริหาร ซึ่งบางครั้งก็มีความเห็นไม่ตรงกัน จนทะเลาะกันเสียงดังในออฟฟิศ บรรยากาศค่อนข้างวุ่นวายและทำให้เราไม่มีสมาธิ
เราจึงเลือกมาทำงานที่ใหม่ ถึงแม้ว่าจะไกลกว่าที่เดิมและต้องเข้าเมือง เพราะเหตุผลเหล่านี้ค่ะ
1. เงินเดือนมากกว่าเดิมประมาณ +10,000 บาท
2. ไม่มีค่าคอม แต่มีโอทีให้
3. ทำงานจันทร์–ศุกร์ หยุดเสาร์–อาทิตย์
4. เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นชื่อดัง มีสาขาอยู่ทั่วโลก
5. สวัสดิการค่อนข้างดี
แต่พอเริ่มทำงานได้ครบเดือน เรากลับรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างที่เก่ากับที่ใหม่อย่างชัดเจนเลยค่ะ
1. ที่ใหม่มีพนักงานในส่วนออฟฟิศประมาณ 300 คน
เราต้องจำให้ได้ว่าพนักงานฝ่ายต่างๆ ที่ดูแลลูกค้าของเรามีใครบ้าง (ลูกค้าที่เราดูแลกว่า 20 ราย) ไหนจะต้องจำชื่อคนที่ประสานงานบริษัทในเครืออีก และยังมีชื่อลูกค้าให้จำเพิ่มอีกเยอะ ในขณะที่ที่เก่ามีพนักงานแค่ประมาณ 30–40 คนเท่านั้น
2. ที่ใหม่เรียกชื่อแผนกเป็นตัวย่อเยอะมาก เราแทบไม่เข้าใจอะไรเลย
3. ระบบการทำใบเสนอราคาเป็นแบบ manual ต้องคีย์ข้อมูลเองใน Excel ส่วนที่เก่าใช้โปรแกรมเฉพาะทาง (ถึงจะต้องทำ manual บ้างแต่ก็น้อยมาก)
4. ประเด็นหลักเลยค่ะ — งานที่ได้รับมอบหมายมันไม่ใช่แนวที่เราถนัดเลย
บริษัทใหม่นี้เป็น Freight Forwarder ระดับโลก แต่ตอนนี้ไม่มีเฟรทเป็นของตัวเองแล้ว เน้นไปทาง Customs Clearance กับ ขนส่งในประเทศ เป็นหลัก เราต้องดูแลพวกสินค้าเครื่องจักรและชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเราไม่คุ้นเลย
ที่เก่าเราทำ งานขนย้ายบ้านทั้งในและต่างประเทศ บางทีก็ทำ General Cargo ซึ่งเป็นงานที่เราถนัดและสนุกมาก แต่ตอนนี้คือ “โค ต ร งง” กับระบบใหม่ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี
พี่ที่สอนงานก็บอกให้ไปดูงานของคนที่ลาออกเอาเอง ถามอะไรก็บอกให้ “รอก่อน”
บางครั้งให้งานครึ่งชั่วโมงก่อนพักเที่ยงหรือก่อนเลิกงาน บางวันพี่เขาก็ออกไปหาลูกค้า ทำให้ไม่มีเวลาเทรนคนใหม่จริงจังเลย
เรารู้สึกว่ามันไม่โอเคสำหรับเราเลยค่ะ
ตอนแรกตั้งใจว่าจะพยายามอยู่ให้ได้อย่างน้อย 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อให้มีประวัติการทำงานต่อเนื่อง แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่ไหวแล้ว ปวดหัว เครียด และไม่มีแรงใจจะทำงาน นั่งแต่เปิดเว็บหางานใหม่เกือบทุกวัน
บางทีก็ยังพูดถึงแต่งานเก่าอยู่เลย ทั้งที่ก็รู้ว่าเราสิ้นสุดการเป็นพนักงานที่เก่าแล้ว
ถึงจะคิดถึง แต่ก็ไม่อยากกลับไป เพราะเหตุผลเดิมที่ทำให้ต้องออกมา แต่ก็ยังอยากกลับไปทำงาน “ประเภทเดิม” ในบริษัทอื่นแทน
แต่สิ่งที่ทำให้ลังเลอีกอย่างคือ สัญญากับบริษัทเก่าระบุไว้ว่า
“ห้ามไปทำงานกับบริษัทคู่แข่ง ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ลาออก”
เลยไม่กล้าไปหางานแนวเดิม กลัวโดนฟ้อง เลยรู้สึกเหมือนติดอยู่ตรงกลาง — จะอยู่ก็ไม่ใช่ จะไปก็ไม่รู้จะไปทางไหนดี
Edit เพิ่มเติม
เราก็ซื้ออุตส่าห์โทรศัพท์และเปิดเบอร์ใหม่ เพื่อมาใช้ในการเลย เพราะที่ใหม่เค้าไม่มีให้ แต่ถ้าออกไปที่ใหม่ เราก็จะใช้เครื่องติดต่องานแทน
นามบัตรก็ได้มา แจกไปให้ลูกค้าแค่ไม่กี่คนเอง
ตอนนี้เลยอยากมาขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ในนี้หน่อยค่ะ
แบบนี้เราควรทนอยู่ต่ออีกสักพักเพื่อปรับตัวดีไหม หรือควรเดินออกมาเลยดีกว่า?
เริ่มงานใหม่ได้เดือนกว่า แต่รู้สึกไม่ใช่เลย…ควรทนต่อหรือเดินออกมาดี?
เราเพิ่งเริ่มงานใหม่ในตำแหน่ง Sales Representative มาได้ประมาณ 1 เดือนกว่า หลังจากลาออกจากบริษัทเก่าที่ทำมา 5 ปีเต็ม ซึ่งเป็นบริษัทขนย้ายที่อยู่ใกล้บ้านค่ะ
สาเหตุที่ตัดสินใจลาออกจากที่เก่า เพราะว่า
1. เงินเดือนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับภาระค่าใช้จ่ายในตอนนี้
2. ค่าคอมมิชชันน้อยมาก หักหลายอย่างจนแทบไม่เหลือ
3. ทำงานจันทร์–เสาร์ (ครึ่งวัน)
4. ไม่มีโอที
5. ระบบการทำงานไม่ค่อยเป็นระบบ
เป็นบริษัทครอบครัวที่ลูกๆ มาช่วยบริหาร ซึ่งบางครั้งก็มีความเห็นไม่ตรงกัน จนทะเลาะกันเสียงดังในออฟฟิศ บรรยากาศค่อนข้างวุ่นวายและทำให้เราไม่มีสมาธิ
เราจึงเลือกมาทำงานที่ใหม่ ถึงแม้ว่าจะไกลกว่าที่เดิมและต้องเข้าเมือง เพราะเหตุผลเหล่านี้ค่ะ
1. เงินเดือนมากกว่าเดิมประมาณ +10,000 บาท
2. ไม่มีค่าคอม แต่มีโอทีให้
3. ทำงานจันทร์–ศุกร์ หยุดเสาร์–อาทิตย์
4. เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นชื่อดัง มีสาขาอยู่ทั่วโลก
5. สวัสดิการค่อนข้างดี
แต่พอเริ่มทำงานได้ครบเดือน เรากลับรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างที่เก่ากับที่ใหม่อย่างชัดเจนเลยค่ะ
1. ที่ใหม่มีพนักงานในส่วนออฟฟิศประมาณ 300 คน
เราต้องจำให้ได้ว่าพนักงานฝ่ายต่างๆ ที่ดูแลลูกค้าของเรามีใครบ้าง (ลูกค้าที่เราดูแลกว่า 20 ราย) ไหนจะต้องจำชื่อคนที่ประสานงานบริษัทในเครืออีก และยังมีชื่อลูกค้าให้จำเพิ่มอีกเยอะ ในขณะที่ที่เก่ามีพนักงานแค่ประมาณ 30–40 คนเท่านั้น
2. ที่ใหม่เรียกชื่อแผนกเป็นตัวย่อเยอะมาก เราแทบไม่เข้าใจอะไรเลย
3. ระบบการทำใบเสนอราคาเป็นแบบ manual ต้องคีย์ข้อมูลเองใน Excel ส่วนที่เก่าใช้โปรแกรมเฉพาะทาง (ถึงจะต้องทำ manual บ้างแต่ก็น้อยมาก)
4. ประเด็นหลักเลยค่ะ — งานที่ได้รับมอบหมายมันไม่ใช่แนวที่เราถนัดเลย
บริษัทใหม่นี้เป็น Freight Forwarder ระดับโลก แต่ตอนนี้ไม่มีเฟรทเป็นของตัวเองแล้ว เน้นไปทาง Customs Clearance กับ ขนส่งในประเทศ เป็นหลัก เราต้องดูแลพวกสินค้าเครื่องจักรและชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเราไม่คุ้นเลย
ที่เก่าเราทำ งานขนย้ายบ้านทั้งในและต่างประเทศ บางทีก็ทำ General Cargo ซึ่งเป็นงานที่เราถนัดและสนุกมาก แต่ตอนนี้คือ “โค ต ร งง” กับระบบใหม่ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี
พี่ที่สอนงานก็บอกให้ไปดูงานของคนที่ลาออกเอาเอง ถามอะไรก็บอกให้ “รอก่อน”
บางครั้งให้งานครึ่งชั่วโมงก่อนพักเที่ยงหรือก่อนเลิกงาน บางวันพี่เขาก็ออกไปหาลูกค้า ทำให้ไม่มีเวลาเทรนคนใหม่จริงจังเลย
เรารู้สึกว่ามันไม่โอเคสำหรับเราเลยค่ะ
ตอนแรกตั้งใจว่าจะพยายามอยู่ให้ได้อย่างน้อย 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อให้มีประวัติการทำงานต่อเนื่อง แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่ไหวแล้ว ปวดหัว เครียด และไม่มีแรงใจจะทำงาน นั่งแต่เปิดเว็บหางานใหม่เกือบทุกวัน
บางทีก็ยังพูดถึงแต่งานเก่าอยู่เลย ทั้งที่ก็รู้ว่าเราสิ้นสุดการเป็นพนักงานที่เก่าแล้ว
ถึงจะคิดถึง แต่ก็ไม่อยากกลับไป เพราะเหตุผลเดิมที่ทำให้ต้องออกมา แต่ก็ยังอยากกลับไปทำงาน “ประเภทเดิม” ในบริษัทอื่นแทน
แต่สิ่งที่ทำให้ลังเลอีกอย่างคือ สัญญากับบริษัทเก่าระบุไว้ว่า
“ห้ามไปทำงานกับบริษัทคู่แข่ง ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ลาออก”
เลยไม่กล้าไปหางานแนวเดิม กลัวโดนฟ้อง เลยรู้สึกเหมือนติดอยู่ตรงกลาง — จะอยู่ก็ไม่ใช่ จะไปก็ไม่รู้จะไปทางไหนดี
Edit เพิ่มเติม
เราก็ซื้ออุตส่าห์โทรศัพท์และเปิดเบอร์ใหม่ เพื่อมาใช้ในการเลย เพราะที่ใหม่เค้าไม่มีให้ แต่ถ้าออกไปที่ใหม่ เราก็จะใช้เครื่องติดต่องานแทน
นามบัตรก็ได้มา แจกไปให้ลูกค้าแค่ไม่กี่คนเอง
ตอนนี้เลยอยากมาขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ในนี้หน่อยค่ะ
แบบนี้เราควรทนอยู่ต่ออีกสักพักเพื่อปรับตัวดีไหม หรือควรเดินออกมาเลยดีกว่า?