นี่คือบันทึกเรื่องกลุ้มใจที่ผมไม่สามารถที่เล่าหรือระบายให้คนใกล้ตัวได้เลย สิ่งที่ผมเข้าใจดีมาตลอดคือ ความดีนั้น สุดท้าย มันก็ไม่ได้สร้างความสุขให้กับทุกคน 100% ตัวอย่างเช่น เราไปชมคนๆหนึ่ง ก็อาจมีคนที่ไม่ชอบหน้าคนที่เราชมและเกิดความรู้สึกแย่ได้ ทำให้ไม่ว่าเราจะพยายามทำดีแค่ไหน ก็อาจผลลบเล็กๆตามมาเสมอ แต่เหตุการณ์นี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมสับสนกับสิ่งทำลงไป
เกิดขึ้นเมื่อผมเรียนจบแล้วตัดสินใจไปบวชที่วัดแห่งหนึ่ง ที่หลวงพ่อจะมี 'โครงการโลงฟรีเผาฟรีสำหรับผู้ยากไร้' จึงทำให้ผมเชื่อมั่นในตัววัดและความดีในครั้งนี้มากและการไปสวดแต่ละงานแต่ละที่ การใส่ซองให้พระก็เป็นการแล้วแต่ศรัทธา ไม่ได้มีค่าหัวหรือขั้นต่ำตามหลายๆวัด ยิ่งให้เกิดความรู้สึกว่า นี่แหละคือการทำความดีจริงๆ และผมก็สึกออกมาเพราะแค่ตั้งใจบวชแต่เบญจเพศเท่านั้น แต่ก็ได้ทำสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้
เหตุการณ์ผ่านไปหลายปี ผมผ่านการทำงานที่ต่างๆ 2-3 ที่ จนสุดท้าย มาลงเอ๋ยที่ เวรเปลโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เงินเดือนอาจไม่ได้มาก แต่มีเวลามากพอที่จะให้พัฒนาตนเองแบบที่ตั้งใจไว้ วันแรกที่ทำงานผมก็ได้มีโอกาสเคลื่อนย้ายศพผู้ป่วยนำไปยังห้องดับจิต ซึ่งจริงๆแล้วผมเคยทำเวรเปลมาก่อนสมัยปิดเทอม แต่เป็นอึกโรงพยาบาล ซึ่งไม่เคยได้ยุ่งเกี่ยวกับศพเลย จึงได้พูดกับรุ่นพี่ว่า "ที่นี้ต้องย้ายศพด้วยหรือ?" รุ่นจึงตอบว่า "ใช่และจะมีค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆด้วย" ทำให้ผมคิดว่าก็ดีเพราะ ตัวอาชีพก็ไม่ได้มีเงินเดือนมากมาย แต่ต้องเหนื่อยกับคนไข้มากมาย ที่ร้อยพ่อพันแม่ การจะสวัสดิการให้ผู้คนเหล่านี้สักเล็กน้อย จึงสิ่งดีๆเล็กน้อยให้พวกเขาเสียหน่อย แต่ปัญหาอยู่ที่หากญาติต้องการนำร่างไปวัดที่มีโครงการยากไร้ จะทำให้เหล่า เวรเปล ไม่ได้อะไรเลย
พอมีการพูดถึงวัดในทางไม่ดีมากๆ ก็ทำให้ผมก็อดจะสั่นคลอนกับความคิดไม่ได้ ว่าอะไรคือฝ่ายถูก ท้ายที่สุดผมเองก็รู้ดีว่า การทำดีไม่สามารถ ทำได้100% แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมีผลกระทบขนาดนี้ สิ่งที่ผมคิด ตัววัดเองก็ไม่ได้มีอะไรผิดเจตนาดี ตัวเวรเปลก็ทำงาน รพ.รัฐ เหนื่อยสายตัวแทบขาด บางครั้งช่วยยก,เคลื่อนผู้ป่วย ยังไม่วายโดนตำหนิ เงินเดือนก็น้อยนิด ชนิดว่าออกไปขับแกร๊ปยังดีเสียกว่า การที่พวกเขาจะได้เองก็ไม่ได้ผิดอะไร
จนผมมาคิดว่าโครงการที่น่าจะทำความดีได้มากๆแบบนี้ ยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่บุคลลากรที่มีความดีแบบนี้ แล้วความดีเล็กๆน้อยๆจะสร้างความไม่ดีได้ขนาดไหน แล้วสุดท้าย ความดีคือะไร
การทำวความดีของแต่ละคนคือะไร
เกิดขึ้นเมื่อผมเรียนจบแล้วตัดสินใจไปบวชที่วัดแห่งหนึ่ง ที่หลวงพ่อจะมี 'โครงการโลงฟรีเผาฟรีสำหรับผู้ยากไร้' จึงทำให้ผมเชื่อมั่นในตัววัดและความดีในครั้งนี้มากและการไปสวดแต่ละงานแต่ละที่ การใส่ซองให้พระก็เป็นการแล้วแต่ศรัทธา ไม่ได้มีค่าหัวหรือขั้นต่ำตามหลายๆวัด ยิ่งให้เกิดความรู้สึกว่า นี่แหละคือการทำความดีจริงๆ และผมก็สึกออกมาเพราะแค่ตั้งใจบวชแต่เบญจเพศเท่านั้น แต่ก็ได้ทำสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้
เหตุการณ์ผ่านไปหลายปี ผมผ่านการทำงานที่ต่างๆ 2-3 ที่ จนสุดท้าย มาลงเอ๋ยที่ เวรเปลโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เงินเดือนอาจไม่ได้มาก แต่มีเวลามากพอที่จะให้พัฒนาตนเองแบบที่ตั้งใจไว้ วันแรกที่ทำงานผมก็ได้มีโอกาสเคลื่อนย้ายศพผู้ป่วยนำไปยังห้องดับจิต ซึ่งจริงๆแล้วผมเคยทำเวรเปลมาก่อนสมัยปิดเทอม แต่เป็นอึกโรงพยาบาล ซึ่งไม่เคยได้ยุ่งเกี่ยวกับศพเลย จึงได้พูดกับรุ่นพี่ว่า "ที่นี้ต้องย้ายศพด้วยหรือ?" รุ่นจึงตอบว่า "ใช่และจะมีค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆด้วย" ทำให้ผมคิดว่าก็ดีเพราะ ตัวอาชีพก็ไม่ได้มีเงินเดือนมากมาย แต่ต้องเหนื่อยกับคนไข้มากมาย ที่ร้อยพ่อพันแม่ การจะสวัสดิการให้ผู้คนเหล่านี้สักเล็กน้อย จึงสิ่งดีๆเล็กน้อยให้พวกเขาเสียหน่อย แต่ปัญหาอยู่ที่หากญาติต้องการนำร่างไปวัดที่มีโครงการยากไร้ จะทำให้เหล่า เวรเปล ไม่ได้อะไรเลย
พอมีการพูดถึงวัดในทางไม่ดีมากๆ ก็ทำให้ผมก็อดจะสั่นคลอนกับความคิดไม่ได้ ว่าอะไรคือฝ่ายถูก ท้ายที่สุดผมเองก็รู้ดีว่า การทำดีไม่สามารถ ทำได้100% แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมีผลกระทบขนาดนี้ สิ่งที่ผมคิด ตัววัดเองก็ไม่ได้มีอะไรผิดเจตนาดี ตัวเวรเปลก็ทำงาน รพ.รัฐ เหนื่อยสายตัวแทบขาด บางครั้งช่วยยก,เคลื่อนผู้ป่วย ยังไม่วายโดนตำหนิ เงินเดือนก็น้อยนิด ชนิดว่าออกไปขับแกร๊ปยังดีเสียกว่า การที่พวกเขาจะได้เองก็ไม่ได้ผิดอะไร
จนผมมาคิดว่าโครงการที่น่าจะทำความดีได้มากๆแบบนี้ ยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่บุคลลากรที่มีความดีแบบนี้ แล้วความดีเล็กๆน้อยๆจะสร้างความไม่ดีได้ขนาดไหน แล้วสุดท้าย ความดีคือะไร