รวม 30 คำถามยอดฮิตเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety)🥬🥚🍞🧀🍕🥓🥩

กินอาหารที่อุ่นซ้ำทำให้เป็นมะเร็ง?
เก็บเนื้อในช่องแช่แข็งจะไม่มีวันเสีย?
หรือกินไปก่อนเดี๋ยวค่อยออกกำลังกายชดเชยก็พอ?

รวม 30 คำถามยอดฮิตเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ที่เราพบทั้งในครัว คอมเมนต์ชาวเน็ต ไปจนถึงคำถามจาก AI และคำตอบทั้งหมดมาจาก เชฟทักษ์-นุติ หุตะสิงห เชฟที่เล่าเรื่องวิทยาศาสตร์และเคมีของอาหารให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย

บางข้อคือความเชื่อที่เข้าใจผิดมาตลอด
บางข้ออาจทำให้คุณปรับพฤติกรรมในครัวได้จริง

1. กินอาหารที่อุ่นบ่อย ๆ ทำให้เป็นมะเร็งจริงไหม

ไม่เกี่ยวกัน อาหารที่อุ่นบ่อย ๆ ไม่ว่าจะใช้แก๊สหรือไม่โครเวฟ ไม่ได้เพิ่มสารก่อมะเร็ง
สมมติทำไข่พะโล้แล้วตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องโดยไม่แช่เย็น จะกินก็อุ่นแล้วตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องอีก แบบนี้มีโอกาสทำให้แบคทีเรียหรือเชื้อราจะโต ถ้าเกิดแบคทีเรียหรือเชื้อราที่ผลิตสารพิษที่ทนความร้อน การอุ่นก็ไม่ช่วย กินไปก็อาจจะส่งผลต่อร่างกายได้ แต่กรณีนี้เกิดยากมาก
สรุปคือควรเก็บอาหารด้วยการแช่เย็นในอุณหภูมิที่เย็นมากพอ เช่นต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส

2. ถ้าไม่แน่ใจว่าอาหารเสียหรือยัง นำมาอุ่นร้อนอีกครั้งจะกินได้ปลอดภัยขึ้นไหม

ขึ้นอยู่กับอาหาร ถ้ามีกลิ่นตุ ๆ บางทีกลิ่นนั้นมาจากเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่อันตราย จุลินทรีย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือจุลินทรีย์ก่อโรคและไม่ก่อโรค ถ้าเป็นจุลินทรีย์ประเภทไม่ก่อโรค นำมาอุ่นซ้ำก็ปลอดภัย

3. อุ่นอาหารในไมโครเวฟ ต้องใช้อุณหภูมิเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

การอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟทำให้อาหารมีอุณหภูมิเกิน 70 องศาเซลเซียสอยู่แล้ว แต่อยู่ที่กำลังวัตต์ อาหารที่ชิ้นใหญ่ควรใช้วัตต์ต่ำ (200 – 300 วัตต์) เพราะหากใช้วัตต์สูง คลื่นไมโครเวฟจะทะลุลงไปได้ไม่มาก ทำให้อาหารร้อนแค่ภายนอก ส่วนอาหารชิ้นเล็กควรใช้วัตต์สูง (600 วัตต์ขึ้นไป)

4. เก็บอาหารในตู้เย็น ควรรอให้หายร้อนหรือแช่ได้เลย

Danger Zone ที่จะทำให้เชื้อในอาหารโตคือ 5 – 60 องศาเซลเซียส ถ้ารอให้เย็นจนพ้นจากนั้นเชื้อจะโตได้ดีกว่า หลายคนบอกว่าไม่ให้เอาของร้อนเข้าตู้เย็น ถ้าร้อนขนาดเพิ่งเดือดเอาเข้าไม่ได้ แต่ถ้าอุ่น ๆ (อุณหภูมิ 50 – 60 องศาเซลเซียส) เอาเข้าได้ ตู้เย็นไม่ได้พังง่ายขนาดนั้น ต่อให้เอาแกงเดือด ๆ แช่เลย ตู้เย็นก็จะมีกลไกผลิตความเย็นมารองรับ
สรุปคือ ถ้าได้รับอาหารมาควรเอาเข้าตู้เย็นเลย


5. กินอาหารแช่เย็นจากร้านสะดวกซื้อทุกวันอันตรายไหม

อาหารในร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ใส่วัตถุกันเสีย กินได้แต่ไม่ควรกินทุกวัน กินแค่ช่วงที่จำเป็นจริง ๆ เพราะร่างกายจะได้รับวัตถุกันเสียในปริมาณมากเกินไป

6. เอาถุงแกงมาใส่อาหารแช่ช่องฟรีซ อันตรายไหม

ถ้าใช้ ‘ถุงร้อนใส’ อันตราย ถุงใส่อาหารมี 3 ชนิด ได้แก่ ถุงเย็น ถุงร้อนขุ่น ถุงร้อนใส
ถุงเย็น ทำมาจาก LDPE (Low-density Polyethylene) คุณสมบัติทนความเย็นได้มาก แม้อยู่ในอุณหภูมิติดลบก็ยังยืดหยุ่น ไม่เปราะ แต่ไม่ทนต่อความร้อน ถ้านำไปใส่น้ำเดือดจะละลาย
ถุงร้อนขุ่น ทำมาจาก HDPE (High-density Polyethylene) เป็นพลาสติกชนิดเดียวกับถุงเย็นแต่หนาแน่นขึ้น พอมันขุ่น จึงทนความเย็นได้เหมือนกันแต่ไม่ดีเท่าถุงเย็น และทนร้อนได้ถึงประมาณ 100 องศาเซลเซียส
ส่วน ถุงร้อนใส คนนิยมใช้กันมาก ทำมาจาก PP (Polypropylene) ทนความร้อนได้ถึง 150 องศาเซลเซียส ทนร้อนได้มากที่สุด แต่ไม่ทนต่อความเย็น พออยู่ในอุณหภูมิต่ำว่า -10 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่าค่า Temperature Glass จะแตก
สรุปคือ ถุงร้อนขุ่นใช้งานได้อเนกประสงค์สุด


7. ขวดน้ำเปล่าเปิดแล้วกี่วันถึงไม่ควรดื่ม

ถ้าอยู่ในอุณหภูมิห้อง ไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง เพราะจุลินทรีย์จากปากเยอะมาก ยิ่งถ้าเก็บขวดน้ำดื่มแล้วไว้ในรถ จุลินทรีย์มีโอกาสโตขึ้นมาก หรือเลือกใช้หลอดดูดน้ำจะช่วยให้เก็บได้นานขึ้น 3 – 4 วัน
สรุปคือ เปิดขวดแล้วควรดื่มน้ำให้หมดหรืออย่าทิ้งไว้ข้ามวัน


8. ชาที่หมดอายุแล้วดื่มได้ไหม ชาบางตัวยิ่งเก็บนานยิ่งดีจริงไหม

ชาไม่ใช่ EXP (Expiry Date) แต่เป็น BBF (Best Before End) เพราะใบชาจะแห้ง เชื้อจะไม่โต ยกเว้นชาที่แกะถุงแล้วแต่เก็บไม่ดี มีความชื้นเข้าไปในใบชาและเกิดเชื้อรา
ส่วนถ้าชาที่ยิ่งเก็บนานยิ่งดี อาจหมายถึงชาหมัก ชาผู่เอ๋อร์ ชาดำ ชาอู่หลัง หรือชาที่ผ่านกระบวนการเยอะ ๆ พวกนี้ยิ่งเก็บนานกลิ่นจะยิ่งซับซ้อน เหมือนการเก็บไปช่วยเพิ่มกระบวนการหมักชา แต่ไม่ใช่กับชา Minimal Process เช่นมัทฉะ เซนฉะ หรือชาเชียว เพราะพวกนี้เป็นชาอายุสั้น ยิ่งเก็บนานกลิ่นยิ่งจาง สารที่มีประโยชน์ก็จะน้อยลงไปด้วย
สรุปคือ ชาหมักเก็บนานได้ แต่มัทฉะ เซนฉะ หรือชาเชียว เก็บไว้นานก็ยังดื่มได้แต่คุณภาพลดลง


9. เหล้าเก็บไว้นานยิ่งดีจริงไหม ถ้าเหล้าหมดอายุยังดื่มได้หรือเปล่า

เหล้ามีแอลกอฮอล์สูง เชื้อโตไม่ได้ การหมดอายุของเหล้าจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพ จึงยังกินได้ แต่กลิ่นอาจจะเปลี่ยนแปลงไป


10. น้ำผึ้งเก็บได้นานจริงไหม

ไม่จริง น้ำผึ้งมีเชื้อ Zygosaccharomyces เป็นยีสต์ที่ทนน้ำตาลสูง ซึ่งทำให้คุณสมบัติของน้ำผึ้งเสียไป แต่ไม่เป็นอันตราย

11. ล้างผักผลไม้ด้วยน้ำประปาอย่างเดียวพอไหม

น้ำประปากำจัดพยาธิหรือยาฆ่าแมลงไม่ได้ โดยน้ำแรกเป็นน้ำประปาไหลผ่านตลอดเวลาประมาณ 2 – 3 นาที แล้วนำไปแช่น้ำส้มสายชู เกลือ หรือเบกกิ้งโซดา แล้วนำไปล้างน้ำไหลผ่านอีกครั้ง


12. โอโซนบับเบิลหรือเบกกิ้งโซดา ใช้ฆ่าเชื้อราและกำจัดสารเคมีตกค้างได้ดีกว่ากัน

โอโซนบับเบิลคือการล้างผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ ด้วยก๊าซโอโซน คนมองว่าโอโซนนี้เป็นของดี แต่ถ้าโอโซนมีความเข้มข้นสูง ทำลายเยื่อบุปอดได้ ปัจจุบันมีเครื่องผลิตโอโซนเพื่อล้างผัก ความเข้มข้นไม่มากแต่อยู่ในระดับที่ฆ่าเชื้อไข่พยาธิ แบคทีเรีย หรือเชื้อราได้ ซึ่งเบกกิ้งโซดาฆ่าไม่ได้
สรุปคิอ เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติในการกำจัดหรือลดยาฆ่าแมลง แต่ถ้าอยากฆ่าเชื้อหรือสารเคมีตกค้างต้องใช้โอโซน ซึ่งข้อเสียโอโซนคือเครื่องมีราคาสูง ใช้เวลานานกว่า


13. วิธีเก็บไข่ให้ได้นาน ๆ และควรล้างก่อนไหม

ไข่ที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตมีการล้างมาก่อนแล้วด้วยน้ำที่ไม่แรงมาก เพื่อไม่ให้เยื่อหุ้มเปลือกไข่หลุด เชื้อจะไม่ได้เข้าไป และเป็นน้ำที่ผสมคลอรีนหรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อมาแล้ว แต่น้ำประปาตามบ้านยัง ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ จึงแนะนำให้เช็ด โดยเฉพาะไข่เป็ดที่อาจมีสิ่งสกปรกติดมาด้วย ให้เช็ดด้วยผ้าเปียกหมาดให้สะอาด ไม่ต้องล้างด้วยน้ำก็ได้
อุณหภูมิที่เก็บไข่เป็นส่วนสำคัญ เคยมีคนทดลองเก็บไข่โดยไม่ล้างในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ไข่อยู่ได้ประมาณ 2 – 3 เดือน แต่ถ้าล้างหรือเช็ดจนสารที่เคลือบตรงเยื่อหุ้มเปลือกไข่หลุด ไข่จะอยู่ได้เพียงเดือนเดียว หรือถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง อาจอยู่ได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์
วางไข่ด้านแหลมลงแล้วจะเก็บได้นานขึ้น จริง ๆ แล้วยังไม่มีงานวิจัยรองรับ เป็นความเชื่อล้วน ๆ
สรุปคิอ เช็ดดีกว่าล้าง และควรเก็บไข่ไว้ในตู้เย็น (ห้ามแช่ช่องฟรีซ เพราะโปรตีนไข่ขาวจะเสื่อมสภาพ)

14. จานใช้แล้วที่มีคราบมัน แช่ทิ้งไว้น้ำนาน ๆ อันตรายไหม

หลายร้านชอบรอล้างจานพร้อมกันทีเดียว จานแต่ละใบมีเศษอาหารมัน ๆ ทั้งไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต หากแช่น้ำไว้ในภาชนะที่มีสารชำระล้าง (Detergent) หรือน้ำยาล้างจานไม่เข้มข้นมากพอ เกิน 3 – 4 ชั่วโมง แบคทีเรียจะโต เกิดกลิ่นตุ
สรุปคือ แช่ได้แต่อย่าเกิน 3 – 4 ชั่วโมง หรือถ้าจำเป็นต้องแช่ทิ้งไว้ ควรใส่น้ำยาล้างจานในปริมาณที่เข้มข้นมากพอหรือผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงไปด้วย หากเป็นในบ้าน แนะนำให้ล้างทันที

15. อาหารที่มีราขึ้น ถ้าตัดส่วนที่มีราออกจะยังกินได้ไหม

ขึ้นอยู่กับอาหาร ถ้าเป็นอาหารเนื้อแข็ง เช่น หอมใหญ่ แคร์รอต คว้านออกได้ เพราะรากของราไชลงไปไม่ได้ ถ้าเป็นอาหารเนื้ออ่อน เช่น ขนมปัง เค้ก คว้านออกยังไงเชื้อก็ยังคงอยู่

16. ผลไม้เปลือกขึ้นราข้างในกินได้ไหม

รอยดำที่เปลือกทุเรียนเป็นสิ่งมีชิวิตตระกูลยีสต์ แต่ถ้ารอยขาวที่เปลือกลองกองคือรา ยีสต์บนเปลือกทุเรียนสร้างสปอร์และสร้างสารพิษได้ แต่เป็นสารพิษที่ออกฤทธิ์แค่กับพืช ส่วนรอยขาวที่เปลือกลองกองไม่สร้างสารพิษ

แต่การเกิดราที่เปลือกผลไม้จะทำให้เปลือกอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ อาจมีแบคทีเรียเข้าไปได้ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยง ทั้งนี้ ในผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียนซึ่งมีเปลือกหนา การเกิดเชื้อราที่เปลือกจึงมักไม่ส่งผลต่อเนื้อด้านใน และอาจจะทำให้เนื้อหวานขึ้นด้วย เพราะเป็นการตอบสนองของสิ่งมีชิวิตที่ว่า หากเกิดแผลหรือความเครียดไม่ว่าจะมาจากความแห้งแล้งหรือแสงแดดไม่พอ มันจะผลิตสารด้วยตัวเองมากขึ้น เหมือนมะนาวในฤดูร้อนที่จะหอมกว่า เปรี้ยวกว่า
ทุเรียนที่เปลือกมีรอยดำจึงกินได้ แต่ควรระมัดระวังในการปอก อย่าให้กินเนื้อ ปอกให้พอเป็นร่องแล้วแงะเปลือกออก ถ้าเนื้อไม่ช้ำแสดงว่ากินได้
ส่วนผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีราสีขาว ไม่ควรกินลูกที่มีรา แต่ลูกอื่น ๆ ที่ไม่มีรากินได้ สปอร์อาจจะแพร่กระจายบ้าง แต่ราที่เกิดในผลไม้มักไม่ค่อยเป็นพิษกับคน ล้างน้ำเอาสปอร์ออกก็พอ

17. ตู้เย็นมีเชื้อรา ต้องทำความสะอาดทั้งตู้เลยไหม

ต้องทำความสะอาดทั้งหมด เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นเชื้อราสายพันธุ์อะไร บางสายพันธุ์ผลิตสปอร์ซึ่งฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตู้เย็น หากนำอาหารไปแช่โดยไม่ได้คลุมพลาสติก สปอร์จะมาเกาะ อาหารจะเสียไวและเป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกายคนกิน

หากตู้เย็นมีเชื้อราแล้วไม่อยากเปลี่ยนตู้เย็นใหม่ แนะนำให้เอาอาหารออกทั้งหมด ถอดปลั๊ก ทำความสะอาดตู้เย็นด้วยสบู่และน้ำส้มสายชู หรือถ้ามีแอลกอฮอล์ก็ใช้ร่วมด้วยได้ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเชื้อรา ขัดออกให้หมด แล้วถึงจะนำตู้เย็นไปใช้งานต่อ แต่วิธีการนี้ไม่ครอบคลุมถึงการทำความสะอาดส่วนคอมเพรสเซอร์ของตู้เย็น

18. จานต้องล้างครบ 20 วินาทีเหมือนล้างมือไหม

ไม่ต้อง ล้างจนกว่าจะรู้สึกสะอาดก็พอ ถ้าจานไม่สกปรกมาก ล้างแค่ 5 วินาทีก็สะอาด
ความลื่นบนจานคือไขมัน ทำให้แบคทีเรียสะสม ถ้าหายลื่นแล้วและเกิดความเอี๊ยด ไขมันหมดแล้ว โอกาสที่แบคทีเรียจะโตก็ลดลงไปด้วย

19. ล้างจานด้วยฟองน้ำที่ใช้ซ้ำ ๆ สะอาดจริงไหม

ไม่จริง ฟองน้ำเป็นตัวเก็บเชื้อโรคเพราะมีรูพรุนเยอะ ควรเปลี่ยนทุก 1 สัปดาห์ และควรทำความสะอาดโดยบีบฟองทั้งหมดออก ใส่น้ำยาล้างจาน ขยำอีกครั้ง แล้วบีบฟองออกให้หมด

20. เขียงพลาสติกกักเก็บแบคทีเรียจริงไหม แล้วควรใช้เขียงแบบไหนปลอดภัยกว่า

ข้อดีของเขียงพลาสติกคือไม่สะสมเชื้อรา แต่ทุกครั้งที่หั่น คมมีดจะเฉือนลงไปในพลาสติกเล็กน้อย ทำให้ไมโครพลาสติกออกมาติดกับอาหาร และการใช้เขียงพลาสติกจะไม่ทำให้มีดทื่อ
เขียงเขียงสเตนเลสทำให้มีดทื่อไวมากและลื่น แต่เขียงชนิดนี้ไม่สะสมเชื้อรา ไม่มีไมโครพลาสติก จึงควรใช้มากกว่า


CR  https://readthecloud.co/food-safety-with-chef-tucknuti

#readthecloud #TheCloud #Scoop #EatDirection #FoodSafety #ความปลอดภัยทางอาหาร #เชฟทักษ์ #TUCKtheCHEF #jiranarong2 #อาหาร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่