Toyota bZ4X ไมเนอร์เชนจ์ เข้ามาตรการ EV3.5 ไม่เสียภาษีนำเข้า รับเงินอุดหนุน 1 แสนบาท ยอดจองสิทธิ์ซื้อทะลุ 1,000 คัน ก่อนส่งมอบเดือนพฤศจิกายนนี้ และโตโยต้า เตรียมผลิตชดเชยด้วยปิกอัพ “ไฮลักซ์ โฉมใหม่”พลังงานไฟฟ้า
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เบรกกระแสรถจีน ด้วยการเผยโฉมพร้อมเปิดให้จองสิทธิ์ซื้อ Toyota bZ4X ไมเนอร์เชนจ์ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการกลางเดือนตุลาคมนี้ และเริ่มส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน 2568
New Toyota bZ4X เป็นรถนำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่น แบ่งการขายเป็น 2 รุ่นย่อย คือมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD ราคา 1.5XX ล้านบาท และมอเตอร์คู่ AWD ราคา 1.6XX บาท
Toyota bZ4X ไมเนอร์เชนจ์ รุ่นมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังสูงสุด 224 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 73.11 kWh ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 600 กม. (มาตรฐาน NEDC) รุ่นมอเตอร์คู่ให้กำลังรวม 343 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมความจุเท่ากัน แต่ระยะทางวิ่งสั้นลงเหลือ 570 กม. รองรับการชาร์จไฟกระแสสลับ AC 22 kW (เดิม 11 kW) และกระแสตรง DC 150 kW
สำหรับรถทั้งสองรุ่นย่อยมีความต่างหลักๆ คือระบบขับเคลื่อน FWD กับ AWD (X-Mode) และมีผลต่อระยะทางการวิ่ง นอกนั้นฟังก์ชันต่างๆ ยังจัดให้มาเหมือนกัน เช่น ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว, ดิสก์เบรก 4 ล้อ, กล้องมองภาพรอบคัน, หลังคากระจก Moonroof, หน้าจอกลางทัชสกรีนขนาด 14 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay Android Auto และระบบเปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าพร้อม Kicks Sensor
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense เช่น ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และเบรกอัตโนมัติ (Pre-Collision System) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Dynamic Radar Cruise Control All-Speed) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam Control) ตลอดจนระบบช่วยจอดอัจฉริยะ และถุงลมนิรภัย 8 จุด
ทั้งนี้ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เคยนำเข้า bZ4X มาขายครั้งแรกช่วงปลายปี 2565 ในรูปแบบออนไลน์ราคา 1.836 ล้านบาท ซึ่งล็อตนั้น มีจำนวนจำกัด 132 คัน
ส่วน Toyota bZ4X ไมเนอร์เชนจ์ จะขายเป็นการทั่วไป และตั้งเป้าหมายไว้ 6,000 คันต่อปี (12 เดือนแรก) โดยหลังจากเปิดให้จองสิทธิ์ซื้อ 5 วันแรก ได้ยอดจองไปกว่า 1,000 คันแล้ว
โดยโตโยต้า เปิดแคมเปญจูงใจ ให้ลูกค้าที่จอง 2,000 คันแรก ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 12.00 น. - 19 ตุลาคม 2568 เวลา 23.59 น. จะได้รับส่วนลดเงินสด มูลค่า 20,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ภายใต้เงื่อนไขต้องรับรถระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2568 และจดทะเบียนรถยนต์ภายใน 31 มกราคม 2569
นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2565 โตโยต้าได้แนะนำรถ BEV รุ่นแรกคือ bZ4X สู่ประเทศไทย ภายใต้มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV3.0 ของรัฐบาลไทย แต่เนื่องจากขีดจำกัดด้านการจัดสรรจำนวนรถในเวลานั้น ทำให้เราขายเพียงแค่ 132 คัน
New bZ4X ใหม่ จะนำเข้าจากญี่ปุ่นในรูปแบบ CBU และเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ด้วยเป้าหมายยอดขายที่มากกว่าเดิม ถึง 6,000 คันในช่วงปีแรก
“นอกจาก bZ4X ที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของโตโยต้าแล้ว เรายังมีระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่และเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม กับโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ” นายยามาชิตะ กล่าวสรุป
สำหรับมาตรการ EV3.5 ระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2567 - 2570) โดย bZ4X จะได้รับเงินอุดหนุน 100,000 บาท/คัน (รถราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท แบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh) ไม่เสียภาษีนำเข้า ลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 2% (จาก 8%) แต่มีเงื่อนไขคือ ต้องผลิตรถในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าภายในปี 2569 อัตราส่วน 1 : 2 (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 2 คัน) และจะเพิ่มอัตราส่วนเป็น 1 : 3 หากผลิตภายในปี 2570
ทั้งนี้ ตามแผนงานของโตโยต้า จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV รุ่นใหม่ๆ ในไทยแน่นอน แต่สำหรับการผลิตชดเชยตามมาตรการ EV3.5 โตโยต้าจะประเดิมด้วยการผลิตปิกอัพพลังงานไฟฟ้า ไฮลักซ์ โฉมใหม่ ที่เตรียมเปิดตัวเดือนพฤศจิกายนนี้
Toyota bZ4X ภาษีนำเข้า 0% กดราคา 1.5 ล้านบาท สู้จีน เล็งผลิตไฮลักซ์ EV ชดเชย