
หุ้น DUSIT พุ่งแรง 27.37% ฝ่าปมศึกในตระกูล-ข่าวสะพัด CPN เทคโอเวอร์ นักลงทุนแห่เข้าเก็งกำไร
.
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 28 ส.ค.2568 เวลา 10.15 น.หุ้น DUSIT หรือ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) บวกแรง 27.37% เพิ่มขึ้น 2.60 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 12.10 บาท
.
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้น DUSIT ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และประเด็นความขัดแย้งภายในตระกูลเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจ แม้ว่า CPN จะออกมาปฏิเสธข่าวแล้วก็ตาม
.
ทั้งนี้ ข่าวลือ CPN เข้าซื้อกิจการ และการปฏิเสธที่ตลาดยังไม่เชื่อ เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า CPN และบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จะมีการประชุมเพื่อขอซื้อหุ้นของดุสิต ซึ่งโดยหลักการแล้ว บริษัทที่ถูกซื้อกิจการมักจะได้รับการเสนอซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดหรือพรีเมียม
.
อย่างไรก็ตาม CPN ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยให้ข้อมูลว่า “จะไม่มีการเข้าไปบริหารอะไรต่างๆ” แต่ตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนกลับยังไม่เชื่อในการปฏิเสธครั้งนี้ และยังคงมีความหวังว่าดีลดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ราคาหุ้นดุสิตปรับตัวสูงขึ้น
.
นอกจากนี้ความขัดแย้งภายในตระกูล พี่ชายคนโต ชนินทธ์ โทณวณิก ไม่ต้องการขายและต้องการบริหารงานต่อ ส่วนน้องสาวสองท่าน อาจต้องการขายหรือแบ่งทรัพย์สิน โดยเมื่อวานนี้ (27 ส.ค.2568) ได้มีการชี้แจง ในประเด็นหนึ่งคือเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อถอดถอน ชนินทธ์ โทณวณิก ออกจากตำแหน่งกรรมการ ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็นการปฏิเสธดีลซื้อกิจการ
.
แต่ทว่า ชนินทธ์ โทณวณิก เองก็ยืนยันชัดเจนว่าต้องการ "ปกป้องดุสิต" และไม่ต้องการให้ผู้ถือหุ้นขัดขวาง CPN เข้ามาเทคโอเวอร์ ซึ่งสถานการณ์ภายในครั้งนี้ ยังคงมีความไม่แน่นอน
.
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวลือและการปฏิเสธที่ยังคลุมเครือ แต่ DUSIT มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ ทำให้เป็นหุ้นที่นักลงทุนกล้าเก็งกำไร ขณะที่การเปิดตัวโครงการ Dusit Central Park บริเวณแยกพระราม 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตรงแยกสีลม ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาหุ้น
.
"ธุรกิจภายในของดุสิตมีพื้นฐานที่ดีและไม่แย่ ทำให้การเก็งกำไรจากประเด็นข่าวเป็นไปได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ในสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงแนะนำนักลงทุนหากมีหุ้นอยู่แล้วและเก็งกำไรมาก่อนก็สามารถถือต่อเพื่อลุ้นได้ แต่หากเป็นนักลงทุนที่เข้าซื้อใหม่แนะนำซื้อในวันนี้เพื่อเก็งกำไรจากการเทคโอเวอร์หรือการปรับโครงสร้างภายใน แต่ต้องเป็นในจำนวนเงินที่ สามารถรับความเสี่ยงได้ คือมีไม่มาก หรือมีในมูลค่าที่จำกัด และควรมีจุด Stop Loss เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องภายในองค์กรสถานการณ์ของหุ้นดุสิตยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งประเด็นข่าวการเทคโอเวอร์ที่ยังไม่แน่นอน และความเคลื่อนไหวภายในตระกูลผู้บริหาร"
.
จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2/68 DUSIT ขาดทุนสุทธิ -291 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วง Low season ที่นักท่องเที่ยวมาน้อยกว่าคาด โดยนักท่องเที่ยวรวม 7.1 ล้านคน หด -12.2% y-y ซึ่งชาวจีนตัวหดแรงสุด -44.4% y-y เหลือ 0.9 ล้านคน เหล่านี้ทำให้อัตราเข้าพักหดเหลือ 65.9% จาก 82.0% ในไตรมาส 1/68 และ 70.4% ปีก่อน ขณะที่ RevPar 2,277 บาท หดเช่นกัน -44.7% q-q และ -8.4% y-y
.
ส่วนแบ่งกำไรลดลงจาก DREIT พลิกขาดทุน 34 ล้านบาท จากการแข็งค่าของค่าเงินบาทให้เกิดผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยน 72 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่ายังกดดันโรงแรมใน มัลดีฟส์ และ มะนิลา นอกจากนี้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม +30.9% y-y เป็น 178 ล้านบาท หลังโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เปิดในไตรมาส 3/67 จึงต้องบันทึกดอกเบี้ยในงบกำไรขาดทุน และการศึกษา และอาหาร หดตัว q-q ในช่วงปิดภาคเรียน
.
ทั้งนี้ จากภาคท่องเที่ยวที่อ่อนแอกว่าคาด (แผ่นดินไหว, จีนหด, ตึงเครียดชายแดน) ผู้บริหารปรับเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรม (ไม่รวม รร.ดุสิตธานี กรุงเทพ) จากโต 15-18% เป็น 7-10% แม้จะคงอัตราเข้าพักเฉลี่ย 75.0% แต่มีปรับลดเป้า ADR จาก +7.0% เป็น +3.0% y-y ส่วน รร.ดุสิตธานี กรุงเทพ ปรับอัตราเข้าพักลงจาก 56% เป็น 49% และ ADR จากโต 8-10% เป็น 6-8%
.
นอกจากนี้ อัตราเข้าพักโรงแรม (ไม่รวม รร.ดุสิตธานี กรุงเทพ) ต่ำกว่าเป็น 73.0% หลัง สศช. ปรับเป้านักท่องเที่ยวลงอีกเป็น 33 ล้านคน (vs 36 ล้าน ในฐานประมาณการบริษัท) ส่วน ADR เราใช้ต่ำกว่าที่ +3.0% ทุกโรงแรม ขณะที่ส่วนอื่นๆใกล้เคียงกับประมาณการเดิมอยู่แล้ว ส่งผลให้กำไรสุทธิถูกปรับลง 75.1% เป็น 35 ล้านบาท ยังคงให้ภาพ Turnaround ตามเดิม โดยการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 จะเร่งตัวขึ้นจากฤดูกาลท่องเที่ยว และสมมติฐานโอนคอนโดฯ DCP ที่ 10% ปีนี้ ขณะที่ราคาเหมาะสมปีนี้อิง P/BV กระทบเพียงเล็กน้อย
.
“ประเด็นดราม่าระหว่างผู้ถือหุ้นเรามองว่าจะไม่ได้ทำให้ทิศทางการดำเนินงานเปลี่ยนไป โดยเชื่อว่าโครงสร้างการจัดการ และแผนธุรกิจยังเป็นไปตามเดิม ซึ่งปี 2569 จะเริ่มเห็นการเก็บเกี่ยวอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดกำไร 2.9 พันล้านบาท จากการโอนคอนโดฯ DCP และภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ซึ่งหากมองอนุรักษ์นิยมที่ P/BV 1.0 เท่า ราคาเหมาะสมเบื้องต้นปีหน้าจะสูงได้ถึง 14.75 บาท ทำให้ DUSIT ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนซื้อถือข้ามปี แนะนำซื้อ”
ใครซื้อไว้เมื่อวานวันนี้รวย แต่ถ้าซื้อตอนนี้ก็ไปลุ้นเอา
หุ้น DUSIT พุ่งแรง 27.37% ฝ่าปมศึกในตระกูล-ข่าวสะพัด CPN เทคโอเวอร์
หุ้น DUSIT พุ่งแรง 27.37% ฝ่าปมศึกในตระกูล-ข่าวสะพัด CPN เทคโอเวอร์ นักลงทุนแห่เข้าเก็งกำไร
.
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 28 ส.ค.2568 เวลา 10.15 น.หุ้น DUSIT หรือ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) บวกแรง 27.37% เพิ่มขึ้น 2.60 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 12.10 บาท
.
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้น DUSIT ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และประเด็นความขัดแย้งภายในตระกูลเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจ แม้ว่า CPN จะออกมาปฏิเสธข่าวแล้วก็ตาม
.
ทั้งนี้ ข่าวลือ CPN เข้าซื้อกิจการ และการปฏิเสธที่ตลาดยังไม่เชื่อ เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า CPN และบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จะมีการประชุมเพื่อขอซื้อหุ้นของดุสิต ซึ่งโดยหลักการแล้ว บริษัทที่ถูกซื้อกิจการมักจะได้รับการเสนอซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดหรือพรีเมียม
.
อย่างไรก็ตาม CPN ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยให้ข้อมูลว่า “จะไม่มีการเข้าไปบริหารอะไรต่างๆ” แต่ตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนกลับยังไม่เชื่อในการปฏิเสธครั้งนี้ และยังคงมีความหวังว่าดีลดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ราคาหุ้นดุสิตปรับตัวสูงขึ้น
.
นอกจากนี้ความขัดแย้งภายในตระกูล พี่ชายคนโต ชนินทธ์ โทณวณิก ไม่ต้องการขายและต้องการบริหารงานต่อ ส่วนน้องสาวสองท่าน อาจต้องการขายหรือแบ่งทรัพย์สิน โดยเมื่อวานนี้ (27 ส.ค.2568) ได้มีการชี้แจง ในประเด็นหนึ่งคือเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อถอดถอน ชนินทธ์ โทณวณิก ออกจากตำแหน่งกรรมการ ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็นการปฏิเสธดีลซื้อกิจการ
.
แต่ทว่า ชนินทธ์ โทณวณิก เองก็ยืนยันชัดเจนว่าต้องการ "ปกป้องดุสิต" และไม่ต้องการให้ผู้ถือหุ้นขัดขวาง CPN เข้ามาเทคโอเวอร์ ซึ่งสถานการณ์ภายในครั้งนี้ ยังคงมีความไม่แน่นอน
.
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวลือและการปฏิเสธที่ยังคลุมเครือ แต่ DUSIT มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ ทำให้เป็นหุ้นที่นักลงทุนกล้าเก็งกำไร ขณะที่การเปิดตัวโครงการ Dusit Central Park บริเวณแยกพระราม 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตรงแยกสีลม ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาหุ้น
.
"ธุรกิจภายในของดุสิตมีพื้นฐานที่ดีและไม่แย่ ทำให้การเก็งกำไรจากประเด็นข่าวเป็นไปได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ในสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงแนะนำนักลงทุนหากมีหุ้นอยู่แล้วและเก็งกำไรมาก่อนก็สามารถถือต่อเพื่อลุ้นได้ แต่หากเป็นนักลงทุนที่เข้าซื้อใหม่แนะนำซื้อในวันนี้เพื่อเก็งกำไรจากการเทคโอเวอร์หรือการปรับโครงสร้างภายใน แต่ต้องเป็นในจำนวนเงินที่ สามารถรับความเสี่ยงได้ คือมีไม่มาก หรือมีในมูลค่าที่จำกัด และควรมีจุด Stop Loss เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องภายในองค์กรสถานการณ์ของหุ้นดุสิตยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งประเด็นข่าวการเทคโอเวอร์ที่ยังไม่แน่นอน และความเคลื่อนไหวภายในตระกูลผู้บริหาร"
.
จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2/68 DUSIT ขาดทุนสุทธิ -291 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วง Low season ที่นักท่องเที่ยวมาน้อยกว่าคาด โดยนักท่องเที่ยวรวม 7.1 ล้านคน หด -12.2% y-y ซึ่งชาวจีนตัวหดแรงสุด -44.4% y-y เหลือ 0.9 ล้านคน เหล่านี้ทำให้อัตราเข้าพักหดเหลือ 65.9% จาก 82.0% ในไตรมาส 1/68 และ 70.4% ปีก่อน ขณะที่ RevPar 2,277 บาท หดเช่นกัน -44.7% q-q และ -8.4% y-y
.
ส่วนแบ่งกำไรลดลงจาก DREIT พลิกขาดทุน 34 ล้านบาท จากการแข็งค่าของค่าเงินบาทให้เกิดผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยน 72 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่ายังกดดันโรงแรมใน มัลดีฟส์ และ มะนิลา นอกจากนี้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม +30.9% y-y เป็น 178 ล้านบาท หลังโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เปิดในไตรมาส 3/67 จึงต้องบันทึกดอกเบี้ยในงบกำไรขาดทุน และการศึกษา และอาหาร หดตัว q-q ในช่วงปิดภาคเรียน
.
ทั้งนี้ จากภาคท่องเที่ยวที่อ่อนแอกว่าคาด (แผ่นดินไหว, จีนหด, ตึงเครียดชายแดน) ผู้บริหารปรับเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรม (ไม่รวม รร.ดุสิตธานี กรุงเทพ) จากโต 15-18% เป็น 7-10% แม้จะคงอัตราเข้าพักเฉลี่ย 75.0% แต่มีปรับลดเป้า ADR จาก +7.0% เป็น +3.0% y-y ส่วน รร.ดุสิตธานี กรุงเทพ ปรับอัตราเข้าพักลงจาก 56% เป็น 49% และ ADR จากโต 8-10% เป็น 6-8%
.
นอกจากนี้ อัตราเข้าพักโรงแรม (ไม่รวม รร.ดุสิตธานี กรุงเทพ) ต่ำกว่าเป็น 73.0% หลัง สศช. ปรับเป้านักท่องเที่ยวลงอีกเป็น 33 ล้านคน (vs 36 ล้าน ในฐานประมาณการบริษัท) ส่วน ADR เราใช้ต่ำกว่าที่ +3.0% ทุกโรงแรม ขณะที่ส่วนอื่นๆใกล้เคียงกับประมาณการเดิมอยู่แล้ว ส่งผลให้กำไรสุทธิถูกปรับลง 75.1% เป็น 35 ล้านบาท ยังคงให้ภาพ Turnaround ตามเดิม โดยการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 จะเร่งตัวขึ้นจากฤดูกาลท่องเที่ยว และสมมติฐานโอนคอนโดฯ DCP ที่ 10% ปีนี้ ขณะที่ราคาเหมาะสมปีนี้อิง P/BV กระทบเพียงเล็กน้อย
.
“ประเด็นดราม่าระหว่างผู้ถือหุ้นเรามองว่าจะไม่ได้ทำให้ทิศทางการดำเนินงานเปลี่ยนไป โดยเชื่อว่าโครงสร้างการจัดการ และแผนธุรกิจยังเป็นไปตามเดิม ซึ่งปี 2569 จะเริ่มเห็นการเก็บเกี่ยวอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดกำไร 2.9 พันล้านบาท จากการโอนคอนโดฯ DCP และภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ซึ่งหากมองอนุรักษ์นิยมที่ P/BV 1.0 เท่า ราคาเหมาะสมเบื้องต้นปีหน้าจะสูงได้ถึง 14.75 บาท ทำให้ DUSIT ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนซื้อถือข้ามปี แนะนำซื้อ”
ใครซื้อไว้เมื่อวานวันนี้รวย แต่ถ้าซื้อตอนนี้ก็ไปลุ้นเอา