ประวัติและที่มาของ "โซดา" คนสมัยก่อนทำโซดาอย่างไร 🥤🫧
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้⁉️ประวัติและที่มาของ "โซดา" คนสมัยก่อนทำโซดาอย่างไร
🥤🫧
โซดา หรือน้ำอัดลมในยุคแรกเริ่ม มีที่มาจากความเชื่อเรื่อง "น้ำแร่ชนิดมีฟอง" (Carbonated Mineral Water) ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งผู้คนในอดีตเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยาและช่วยรักษาโรคได้ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าความซ่าของน้ำแร่นี้มาจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จึงนำไปสู่การคิดค้นวิธีการผลิตน้ำโซดาขึ้นมา
ในปี ค.ศ. 1767 โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ทำการทดลองโดยการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาผสมกับน้ำ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตน้ำโซดา
ต่อมาในปี ค.ศ. 1810 ไซมอนส์และรันเดล (Simons and Rundell) จากเซาท์แคโรไลนา ได้จดสิทธิบัตรกรรมวิธีผลิตน้ำโซดาในปริมาณมาก และในปี ค.ศ. 1832 จอห์น แมทธิวส์ (John Mathews) ได้ประดิษฐ์เครื่องทำน้ำโซดาเพื่อผลิตขายในเชิงพาณิชย์
ในยุคแรก น้ำโซดามักจะถูกขายในร้านขายยา และมีการผสมสมุนไพรเพื่อเพิ่มรสชาติและสรรพคุณทางยา เช่นที่ จอห์น เพมเบอร์ตัน (John Pemberton) เภสัชกรในแอตแลนตา ได้นำวัตถุดิบต่าง ๆ มาผสมกับน้ำโซดาจนกลายเป็นเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างโค้กในปัจจุบัน
ในอดีต การผลิตโซดาในปริมาณมากทำโดยการอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในน้ำบริสุทธิ์ โดยใช้แรงดันสูง ทำให้โมเลกุลของก๊าซ CO2 ละลายเข้าไปในน้ำจนเกิดเป็นความซ่า
สำหรับวิธีการทำโซดาแบบง่าย ๆ ที่คนทั่วไปสามารถทำได้ในสมัยก่อน และยังคงใช้ในปัจจุบันสำหรับร้านน้ำอัดลมโบราณ หรือ "น้ำจรวด" นั้น อาศัยหลักการทางเคมีง่าย ๆ โดยการผสมสารที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำ
🥤🫧วิธีที่ 1 การใช้ผงโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต) กับกรดซิตริก
นำน้ำมาผสมกับ ผงโซดา หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต (Baking Soda) และ กรดซิตริก (Citric Acid) ที่ละลายน้ำแล้ว
เมื่อสารทั้งสองชนิดทำปฏิกิริยากัน จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นในน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดฟองและความซ่า
เคล็ดลับคือต้องทำในภาชนะที่ปิดสนิทและควบคุมความเย็น เพราะยิ่งน้ำเย็นมากเท่าไหร่ ก๊าซ CO2 ก็จะยิ่งละลายในน้ำได้ดีขึ้น ทำให้ความซ่าคงอยู่ได้นานขึ้น
🥤🫧วิธีที่ 2 การใช้เครื่องอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบพกพา
ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังไม่แพร่หลายเท่าปัจจุบัน มีการใช้เครื่องทำโซดาขนาดเล็ก
เครื่องนี้จะใช้หลอดบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อัดแรงดัน (CO2 canister)
เพียงแค่เทน้ำเปล่าหรือน้ำหวานที่ผสมไว้ลงในเครื่อง จากนั้นเปิดวาล์วให้ก๊าซ CO2 ไหลเข้าไปผสมกับน้ำ ก็จะได้น้ำโซดาที่มีความซ่าตามต้องการ
The Earth
ปล.ที่ใช้เป็นรูปเครื่องบิน คาดว่า เพราะเสียงตอนอัดลงแก้ว คนเริ่มน่าจะคิดว่าเสียงเหมือนเครื่องบิน ก็เลยทำรูปเครื่องบิน พอทำขายเยอะๆ เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ว่าทุกร้านที่ขายเครื่องดื่มนี้ต้องใช้หัวรูปเครื่องบินลูกค้าถึงจะซื้อ (ซึ่งไม่มีความจำเป็นในการผลิตน้ำอัดลมแต่อย่างใด)
ประวัติและที่มาของ "โซดา" คนสมัยก่อนทำโซดาอย่างไร 🥤🫧