Nissan X-Trail Minorchange 2025 เปิดตัวที่ญี่ปุ่น เสริมทัพด้วย X-Trail NISMO


https://www.headlightmag.com/nissan-x-trail-minorchange-2025-launched-in-japan/

Nissan X-Trail รุ่นปัจจุบัน รหัส T33 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี 2022 แม้อาจยังไม่ใช่รุ่นนำทัพของ Nissan ในแง่ยอดขาย แต่ก็มีบทบาทสำคัญในกลุ่ม SUV ของแบรนด์ ด้วยการเป็นฐานสำคัญในไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Nissan ล่าสุด เพื่อเสริมความสดใหม่และรักษาความแข็งแกร่งในตลาดญี่ปุ่นที่ต้องเผชิญกับคู่แข่งดุเดือดอย่าง Toyota RAV4 รุ่นใหม่ Nissan จึงเปิดตัวรุ่นปรับโฉม Minorchange ของ X-Trail ซึ่งมาครบทั้ง รุ่นมาตรฐาน รุ่น Rock Creek และรุ่น Autech พร้อมต่อยอดด้วยรุ่นพิเศษอย่าง X-Trail NISMO ที่ยกระดับทั้งดีไซน์และสมรรถนะให้มีตวามน่าสนใจมากขึ้น

ดีไซน์ภายนอกของ Nissan X-Trail Minorchange 2025 ได้รับการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมกระจังหน้า V-Motion สีดำ Gloss Black ตัดกับสีเงิน Satin Silver ปรับกรอบกรังหน้าให้เพรียวบางลง รับกับไฟสัญลักษณ์ Signature lamps ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้ดูเด่นชัดขึ้น
การอัพเกรดด้านอุปกรณ์ X-Trail ใหม่ ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของ Nissan ที่ได้รับการติดตั้งระบบ Intelligent Around View Monitor หรือกล้องมองรอบคัน ที่พัฒนาต่อยอดจาก Around View Monitor เดิม โดยใช้กล้อง 4 ตัว รอบคัน มาประมวลผลรวมกัน แสดงภาพมุมมอง Bird’s-eye View เพื่อช่วยให้ผู้ขับมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันชัดเจนขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Google Built-in ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Google Maps, Google Assistant และ Google Play Store












Nissan X-Trail รุ่นมาตรฐาน แบ่งออกเป็น 3 เกรด ได้แก่ S, X และ G มีอุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันออกไป เช่น วัสดุหุ้มเบาะนั่ง ในรุ่น S จะเป็นเบาะผ้าสีดำ รุ่น G จะเป็นเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ ขณะที่รุ่น G จะเป็นเบาะหนัง NAPPA เลือกทั้งสีดำและสีน้ำตาล สำหรับล้ออัลลอย รุ่น S จะเป็นขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง 235/60 R18 ส่วนรุ่น X และ G จะอัพเกรดไปใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R19

อุปกรณ์ที่สงวนไว้สำหรับรุ่น G ได้แก่ ทริมการตกแต่งภายนอกสีดำเงา, หลังคากระจก Panoramic Glass Roof, ฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่น Kick Activated และชุดเครื่องเสียง BOSE Premium Sound System พร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง เป็นต้น
X-Trail รุ่นมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น S, X และ G สามารถเลือกระบบขับเคลื่อนได้ทั้งแบบ ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-4ORCE โดยมีช่วงราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 3,843,400 – 4,479,200 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 849,000 – 989,000 บาท)








X-Trail Rock Creek เป็นรุ่นพิเศษที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชัน พร้อมลุยในสไตล์ลุย กล้าท้าเส้นทางต่างๆ เหมาะกับคนรักกิจกรรมกลางแจ้ง ตัวรถตกมาพร้อมการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น กระจังหน้าเงาสีดำ พร้อมสีน้ำตาล Lava Red ให้ลุคสปอร์ตและโดดเด่น มีราวหลังคาท่อสีน้ำตาล Lava Red สำหรับติดอุปกรณ์เสริม เช่น สกี เต็นท์ หรืออุปกรณ์กิจกรรมกลาง รวมถึง ติดั้งล้ออัลลอยสีดำด้าน ขนาด 17 นิ้ว ตกแต่งโลโก้ Lava Red พร้อมยาง All-terrain Falken Wild Peak ขนาด 235/65R17 ที่ช่วยยึดเกาะพื้นดินได้ดีขึ้น

สีตัวถังเฉพาะรุ่น Rock Creek เป็นสีทูโทน Canyon Beige หลังคาดำ Super Black พร้อมตัวเลือกสีทูโทนอีก 2 แบบ และสีโมโนโทนอีก 4 สี รวมทั้งหมด 7 สี ตัวรถมีเฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-4ORCE เลือกทั้ง 5 และ 7 ที่นั่ง สนนราคา 4,756,400 – 4,886,200 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 1,050,000 – 1,079,000 บาท)











ไลน์อัพของ X-Trail ยังมีรุ่นพิเศษ AUTECH โดยวางคอนเซปต์เป็นความสปอร์ตพรีเมียม ตกแต่งภายนอกด้วยชิ้นส่วนเฉพาะ เช่น กระจังหน้าและกันชนหน้าแบบมีชุดแต่งเสริม ภายในใช้เบาะหนังสีดำปักลาย พร้อมเดินด้ายสีน้ำเงิน อีกทั้งยังมาพร้อมล้ออัลลอย ลวดลายเฉพาะ ขนาด 20 นิ้ว จับคู่กับยาง Michelin PRIMACY 4 ขนาด 255/45R20

นอกจากนี้ ยังมีรุ่นใหม่ในชื่อ AUTECH SPORTS SPEC ซึ่งต่อยอดแนวทางเดียวกับ Serena และ Note Aura โดยปรับจูนระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ สำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-4ORCE และพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า พร้อมติดตั้ง Performance Damper คำ้ยันบริเวณตัวถังรถด้านหลัง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงเซ็ตช่วงล่างให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดย NMC (Nissan Motorsports & Customizing )

รุ่นย่อยของ X-Trail  AUTECH แบ่งเป็น 3 รุ่น คือ AUTECH (พื้นฐานจากเกรด X), AUTECH Advanced Package (พื้นฐานจากเกรด G) และ AUTECH SPORTS SPEC โดยทั้งหมดเป็นระบบขับเคลื่อน 4-4ORCE ยกเว้น AUTECH ช่วงราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ 5,141,400 – 5,901,500 เยน (คิดเป็นเงินไทยราว 1,135,000 – 1,303,000 บาท)













ปิดท้ายด้วย X-Trail NISMO รุ่นอัพเกรดสำหรับสาย Performance ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Grand Touring SUV มุ่งเน้นการขับขี่เร้าใจ ผสมผสานสมรรถนะระดับสนามแข่งกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

ภายนอกโดดเด่นด้วย DNA ของ NISMO ผสานความเป็น SUV เต็มขั้น กระจังหน้าโครเมียมรมดำเชื่อมไฟหน้า สเกิร์ตหน้าและโลโก้ NISMO เพิ่มแรงกดล้อหน้า ด้านข้างมีสเกิร์ตสีแดงช่วยควบคุมแรงดันอากาศใต้ท้องรถ ด้านหลังใช้ดิฟฟิวเซอร์ทรงสปอร์ต พร้อมไฟตัดหมอกท้ายแบบรถแข่ง ล้ออัลลอย 20 นิ้วจากเทคโนโลยี Enkei MAT น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ออกแบบขอบล้อและช่องระบายความร้อนเบรก ช่วยลดแรงยกลง 29% เมื่อเทียบกับรุ่นปกติ

ภายใน ห้องโดยสารตกแต่งโทนดำตัดแถบแดง เพิ่มความสปอร์ตแบบ NISMO แต่ยังคงความกว้างและอเนกประสงค์ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันใหม่ เบาะมาตรฐานสีดำ-แดงสปอร์ต และมีตัวเลือกเบาะ Recaro NISMO พร้อมระบบปรับไฟฟ้าและฟังก์ชันอุ่นเบาะ

การอัพเกรดด้านงานวิศวกรรม
ระบบขับเคลื่อน 4WD e-4ORCE ปรับจูนเฉพาะ NISMO กระจายแรงบิดไปยังล้อหลัง ควบคุมการหมุนพวงมาลัยให้เข้าโค้งแม่นยำ

ปรับลักษณะการเร่งและส่งกำลังให้เหมาะกับโหมดการขับขี่
ช่วงล่างใหม่พร้อม โช้กอัพ Kayaba Swing Valve ลดอาการโคลงแต่ยังนุ่มนวล
ระบบ Vehicle Control Module (VCM) ปรับจูนพิเศษ มีโหมด SPORT สำหรับตอบสนองไว และโหมด AUTO เน้นความนุ่มนวล

X-Trail NISMO แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ NISMO (พื้นฐานเกรด X) ราคา 5,416,400 เยน และ NISMO Advanced Package (พื้นฐานเกรด G) ราคา 5,962,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยราวๆ 1,196,000 -1,317,000 บาท)



รายละเอียดขุมพลัง e-POWER ที่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อน X-Trail ทุกรุ่นย่อย เป็นเครื่องยนต์รหัส KR15DDT เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 84.0 × 90.1 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct-injectionกำลังอัด 8.0 : 1 – 14.0 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 106 กิโลวัตต์ หรือ 144 แรงม้า (PS) ที่ 4,400 – 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า
รายละเอียดของมอเตอร์ไฟฟ้า
รุ่น FWD
ขับเคลื่อนล้อนหน้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า BM46 กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) ที่ 4,739 – 5,623 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,505 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหน้า
รุ่น e-4ORCE 
ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า BM46 กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) ที่ 4,739 – 5,623 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,505 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้า MM48 กำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ หรือ 136 แรงม้า (PS) ที่ 4,897 – 9,504 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 195 นิวตันเมตร ที่ 0 – 4,897 รอบ/นาที
————//————
ที่มา : Nissan Japan

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่