ผลไม้ 1 ชนิด เมล็ดล้ำค่าไม่แพ้ส่วนเนื้อ กินได้ ประโยชน์เยอะ แต่คนไทยชอบทิ้ง ญี่ปุ่นขายแพงมาก
ขนุน เป็นผลไม้ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน เนื้อขนุนหวานอร่อยได้รับความนิยม ในขณะที่เม็ดหรือเมล็ดขนุนกลับถูกทิ้งอยู่บ่อยครั้ง
น่าประหลาดใจที่เมล็ดขนุนซึ่งดูเหมือนไม่มีค่า หรือขายราคาถูกๆ ในไทย คนญี่ปุ่นกลับมองเป็นแหล่งอาหารล้ำค่า และขายในราคาสูงราว 300 บาท/กิโลกรัม ซึ่งที่ประเทศญี่ปุ่น เมล็ดขนุนไม่ได้หาซื้อได้ตลอดปี ดังนั้นเมื่อมีการนำเข้าเมล็ดขนุนจะถูกต้มสุก, ตากแห้ง หรือบรรจุสุญญากาศเพื่อเก็บรักษาให้สะดวกขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า เมล็ดขนุนเป็นแหล่งวิตามินบีกลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะวิตามินไทอามิน (B1) และไรโบฟลาวิน (B2) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนพลังงานและดูแลสุขภาพของเส้นผม, ดวงตา และผิวพรรณ นอกจากนี้ เมล็ดขนุนยังมีแร่ธาตุสำคัญ เช่น
สังกะสี, ทองแดง, เหล็ก ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันและกระบวนการฟื้นฟูเซลล์
แมกนีเซียม, โพแทสเซียม ช่วยควบคุมความดันโลหิต, ปรับปรุงการไหลเวียนเลือด และดีต่อสุขภาพหัวใจ
สารต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ ช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหารและลดความเสี่ยงการติดเชื้อในลำไส้
ประโยชน์ด้านสุขภาพจากเม็ดขนุน
เมล็ดขนุนถูกใช้ในยาแผนจีนโบราณเพื่อกระตุ้นสมรรถภาพและรักษาปัญหาทางเดินอาหาร งานวิจัยสมัยใหม่พบว่ามีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่น
1.บำรุงเส้นผม, ผิว และดวงตา : วิตามิน B1, B2 และแร่ธาตุในเมล็ดขนุนช่วยบำรุงรากผม ลดการหลุดร่วง ทำให้ดวงตาสดใสและผิวเนียนนุ่ม เหตุนี้จึงมีผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนมากที่เลือกเพิ่มเมล็ดขนุนในเมนูอาหารเพื่อความงามตามธรรมชาติ
งานวิจัยใน International Journal of Food Science and Nutrition (2019) พบว่าเมล็ดขนุนมีสารโพลีฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่ช่วยชะลอวัยของเซลล์ ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยและฝ้า
2.ช่วยระบบย่อยอาหารและทำความสะอาดลำไส้ : ด้วยปริมาณใยอาหารสูง เมล็ดขนุนช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลดปัญหาท้องผูก และช่วยระบบย่อยให้ดีขึ้น งานวิจัยใน Nutrients (2022) ระบุว่าการเพิ่มเส้นใยจากพืชช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และโรคลำไส้แปรปรวน เม็ดขนุนเคยถูกใช้รักษาโรคท้องเสีย มีงานวิจัยพบว่าผิวเม็ดขนุนมีสารที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย เช่น E. coli และอาจพัฒนาเป็นยาป้องกันอาหารเป็นพิษได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องการการวิจัยเพิ่มเติม
3.ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด : แม้จะมีรสค่อนข้างมัน เมล็ดขนุนมีค่าดัชนีน้ำตาลในเลือด (GI) ต่ำ และสารแป้งต้านทาน (resistant starch) ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เลือด งานวิจัยปี 2020 ใน Journal of Ethnopharmacology พบว่าสารสกัดจากเมล็ดขนุนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยก่อนเป็นเบาหวาน
4.เสริมภูมิคุ้มกันและต้านการอักเสบ : สังกะสี, เหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดขนุนช่วยเสริมระบบป้องกันร่างกายจากเชื้อโรค สารโพลีฟีนอลช่วยลดการอักเสบของเซลล์ และปกป้องหลอดเลือดและตับ
5.ปกป้องหัวใจและหลอดเลือด : โพแทสเซียมและแมกนีเซียมช่วยรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้ปกติและควบคุมความดันโลหิต เมล็ดขนุนช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดแข็งตัวและหัวใจวาย งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าเม็ดขนุนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) แต่ยังต้องการการวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติม
6.ดีต่อกระดูกและฟัน : แม้จะมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในระดับปานกลาง แต่ถ้ากินเป็นประจำจะช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
7.อาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง : เม็ดขนุนมีสารพฤกษเคมีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ฟลาโวนอยด์ สาโพนิน และฟีนอลิกส์ สารเหล่านี้ช่วยลดการอักเสบ เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และซ่อมแซมดีเอ็นเอ งานวิจัยในหลอดทดลองพบสารสกัดจากเม็ดขนุนลดการก่อตัวของเส้นเลือดมะเร็งได้ถึง 61% แต่ยังต้องรอการวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติม
วิธีใช้เมล็ดขนุนให้ได้ประโยชน์สูงสุด
1.ต้ม, นึ่ง หรืออบทั้งเปลือก เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารและกำจัดความเป็นพิษจากน้ำยางสด ห้ามกินเมล็ดดิบ
2.กินอย่างพอดี: 4–5 เมล็ดต่อวัน ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะเมล็ดขนุนมีแป้งสูง ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโภชนาการ
3.อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อกินร่วมกับยา: เม็ดขนุนอาจชะลอการแข็งตัวของเลือดและป้องกันการเกิดลิ่มเลือด คนที่กินยากลุ่มเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก เช่น แอสไพริน ยาละลายลิ่มเลือด ควรระวังหรืองดกินเม็ดขนุน
https://www.sanook.com/news/9826478/
ผลไม้ 1 ชนิด เมล็ดล้ำค่าไม่แพ้ส่วนเนื้อ คนไทยชอบทิ้ง แต่ญี่ปุ่นขายแพงมาก
งานวิจัยใน International Journal of Food Science and Nutrition (2019) พบว่าเมล็ดขนุนมีสารโพลีฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่ช่วยชะลอวัยของเซลล์ ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยและฝ้า