ตอนที่ 3 เรือเล็กควรออกจากฝั่ง

หายไป 10กว่าวันไม่ได้เขียนต่อเนื่องจากงานยุ่งมากมายไหนจะงานแบตเตอรี่และงานที่2 ต้องขออภัยที่ทิ้งช่วงยาวครับ เพี้ยนสะอื้น

    ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว คือการถามจิตถามใจตนเองว่าจะทำอะไรต่อ เพราะงานแบตเตอรี่ที่ทำก็เข้าจุดอิ่มตัว (เหตุการณ์นี้คือช่วง 2565 นะครับ) จนได้มาเจอเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อพี่ อ.  ขออนุญาตย่อชื่อว่าพี่ อ. นะครับ ก็เสวนาสัพเพเหระทั่วไปจนกระทั่งเรื่องงาน ซึ่งเค้าได้บอกว่าฟาร์มปศุสัตว์ที่เค้าทำจะมีหมูที่ตายลงและถูกคัดทิ้งไปเข้าเครื่องย่อยสลายซากไม่ได้เอามาบริโภค ขณะที่คุยอยู่ร้านคราฟเบียร์ก็มึนๆกรึ่มๆแต่ก็ยังจับต้นชนปลายได้ หลังจากนั้นผ่านไป 2สัปดาห์ได้ดู "สารคดีการจัดการศพแห่งอนาคตของสหรัฐอเมริกา" ที่จะเปลี่ยนจากการฝังเป็นการพ่นไนโตรเจนเข้าที่ร่างจากนั้นก็ทำการเขย่าหรืออะไรสักอย่างเนี่ยละให้ร่างกลายเป็นผงแล้วอัดลงพิมพ์เหลือขนาดสี่เหลี่ยมเท่าๆกระเป๋า แล้วส่งคืนให้กับญาติไปฝังดินเพื่อเป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้ต่อไป จึงคิดถึงเรื่องของพี่ อ. ขึ้นมาทันทีว่าหมูนั้นก็ถึงนำเข้าเครื่องย่อยสลายซากเช่นกัน เลยโทรไปถามว่าทำไมไม่เอาหมูไปกินพี่ อ. บอกว่าทางฟาร์มมีจรรยาบรรณที่สูงมากถ้าหมูที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกคัดทิ้งทำลายด้วยการใส่เครื่องย่อยสลายไม่ฝังดิน   ถึงตรงนี้เพื่อนๆพอเดาออกแล้วใช่ไหมครับว่าเข้าทางพี่แฝดพอดี เพี้ยนลอย

   ก็เริ่มที่จะศึกษาสิ่งต่างๆและการจัดการพื้นที่ทางธุรกิจ งบประมาณ การเจาะหาตลาดความเป็นไปได้ เวลาเราอยากทำอะไรมักจะเข้าข้างตัวเองเสมอแต่ก็ไม่ควรมองความจริงด้วย ในเวลานั้นพี่แฝดเองยังเช่าตึกแถวอยู่เลยจะไปทำปุ๋ยได้ยังไง "เดี๋ยวจะแนบภาพตึกให้ดู" เอาวะจะย่ำอยู่กับที่หรอได้เวลาออกทะเลอีกรอบแล้วสินะ !

ตึกขวาของพี่แฝดเช่า จะสั่งเกตุได้ว่าแบตตรึม......

    ตึกแค่นี้คงไม่พอต้องหาที่ใหม่เพิ่มจนเราคิดขึ้นมาในหัว "เราต้องการโกดัง" เพี้ยนหืมใช่แล้วโกดังจะตอบโจทย์เราเรื่องนี้

หาที่กันเถอะ
เอาที่ไหนดีละต้องคำนึงถึงหลายๆอย่างเลยนะแกร อย่างแรกต้องสะดวกเดินทาง ราคาไม่สูง ไม่ต้องติดถนนก็ได้ยังไงก็ขายออนไลน์ เชื่อไหมครับเพื่อนๆพี่แฝดหาโกดังร่วมๆ 4 เดือนพระเจ้า อมยิ้ม40  พี่แฝดไม่ใจร้อนเพราะต้องการที่ๆดีที่สุดก็ต้องหา จนกระทั่ง.....พี่แฝดก็ได้ที่จนได้แต่ว่าโกดังนี้ไม่มีน้ำไฟใดๆเลยต้องเดินเองหมด เนื่องจากเจ้าของเก่าน่าจะถูกยึดและโดนโจรขโมยสายไฟไปป่าวไม่รู้ โกดังร้างจริงๆแต่ราคามันได้


นี่คือสภาพโกดังที่เช่าทั้งหญ้าและหยากไย่ ไม่มีน้ำไฟ

หลังจากเดินไฟฟ้าไปและดำเนินการต่อไปและเคลียร์พื้นที่

ต้องบอกว่าวันที่แรกเข้าสภาพด้านในอันตรายกว่าโควิดอีกครับ ทั้งฝุ่นทั้งกองเศษเหล็กจากเครื่องจักรเก่าที่ถูกทิ้งไว้ "หาภาพแรกไม่เจอ" กว่าจะขอไฟฟ้าได้ กว่าจะเดินไฟเสร็จ กว่าจะเดินน้ำประปา กว่าจะเซ็ทระบบก็นั้นเลยไปเดือน 2 ปี 2566 โน้นละครับ เหนื่อยมากช่วงนั้นไหนจะงานแบตไหนจะศึกษางานใหม่ ถ้ามัวกลัวก็คงไม่ได้ลงมือใช่ไหมครับ งั้นเราแค่ไม่กลัวรอปัญหาวิ่งเข้ามาเลย จนกระทั่งพื้นที่เคลียร์เสร็จเรียบร้อยก็เกือบๆ เดือนมีนาคม 2566


ภาพนี้คือเมื่อจัดการพื้นที่เสร็จและพร้อมใช้งาน

   ถึงตอนนี้เรามี 2 สถานที่เช่าพร้อมแบกค่าใช้จ่ายสถานที่ 2 สถานที่พร้อมกันแต่รายได้เราเท่าเดิม เพี้ยนลาเวนเดอร์ ก็ถึงเวลาที่เราจะ"ถูกบังคับให้โต" เอาละงานแบตก็ต้องทำขยายหาลูกค้าเพิ่มและงานปุ๋ยก็ต้องเดิน จะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ โอ๊ย....เหนื่อยและยังไม่รู้ว่าอนาคตจะรอดไหมจะเป็นไงต่อ ไม่มีหยั่งรู้ชะตากรรมแต่ที่ทำได้คือ ควบคุมสิ่งต่างๆให้ดีเพื่อควบคุมอนาคตได้ รอติดตามต่อครับเรื่องราวของ"ผู้ชายวัย 34" ในตอนนั้นที่พยายามหาอาชีพใหม่ๆด้านการเกษตรโดยมีพื้นฐานเป็นคนเมืองกรุงมา จะหาเวลาว่างมาเขียนไดอารี่ต่อไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หายไปตามกาลเวลาจนเราลืมมัน มันคือความเหนื่อยครั้งที่ 3 ของชีวิตพี่แฝด ขอบคุณที่ติดตามครับ เพี้ยนขอบคุณ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่