“วิญญาณขันธ์” ไม่ใช่ “จิตบริสุทธิ์” หรือ “จิตที่แท้จริง”
ขันธ์ 5 คือ กลุ่มแห่งสิ่งปรุงแต่งที่รวมกันเป็น “ตัวตน” ชั่วคราว มี 5 ประการ ได้แก่
1. รูปขันธ์ – กาย, วัตถุ, สสาร
2. เวทนาขันธ์ – ความรู้สึกสุข ทุกข์ เฉยๆ
3. สัญญาขันธ์ – ความจำ ความหมาย
4. สังขารขันธ์ – ความคิดปรุงแต่ง เจตนา
5. วิญญาณขันธ์ – การรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
วิญญาณขันธ์ (หนึ่งในขันธ์ 5) คือ:
ความรู้แจ้งอารมณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดจากการกระทบระหว่าง อายตนะภายนอก + อายตนะภายใน + จิต เป็น “ความรับรู้จำเพาะทางช่องทาง” เช่น:
มองเห็น = จักขุวิญญาณ
ได้ยินเสียง = โสตวิญญาณ
รับรส = ชิวหาวิญญาณ ฯลฯ
วิญญาณขันธ์จึงเป็นสิ่งที่เกิดแล้วดับ ตลอดเวลา เป็น “อนัตตา” (ไม่ใช่ตัวตน)
จิต คือ
ธาตุรู้ ธาตุเห็น ที่เป็น ผู้รู้อารมณ์ เป็น “ผู้ไปรับ” วิญญาณขันธ์ทั้งหลายอีกทีหนึ่ง ถ้ายังไม่ได้ฝึก จิตมักเข้าไป ยึดถือ วิญญาณขันธ์เป็น “เรา” แต่เมื่อฝึกจนเห็นความแตกต่าง → จิตจะ วางวิญญาณขันธ์ และ แยกตัวออกได้
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กล่าวว่า:
“ผู้รู้ไม่ใช่จิต จิตไม่ใช่ผู้รู้ ผู้รู้ต่างหากที่รู้จิต จิตเป็นเพียงสิ่งที่ถูกรู้ในบางขณะเท่านั้น”
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กล่าวไว้ว่า:
“วิญญาณขันธ์นั้นมันหลอก มันไม่ใช่จิตบริสุทธิ์ ให้เห็นมันเกิดดับเป็นของมัน”
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ยืนยันว่า:
“จิตแท้ไม่ใช่ผู้รับรู้รูปเสียงกลิ่นรสเหล่านั้น
สิ่งเหล่านั้นเป็นวิญญาณขันธ์ จิตเพียงรับรู้โดยไม่เข้าไปยึดถือ”
วิญญาณในขันธ์ 5 เป็นเพียง กลุ่มของการรับรู้จำเพาะ ซึ่ง ไม่ใช่จิตที่แท้จริง
จิตแท้ คือ ผู้รู้ ที่สามารถถอยออกมารู้เห็นขันธ์ 5 ว่าไม่ใช่ตน → จึงวางได้
นิพพาน หมายถึง ความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์ เป็นสภาพโลกุตระ
"นิพพานัง ปรมัง สุขัง" แปลว่า "นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง" หรือ "นิพพานเป็นสุขสูงสุด"เมื่อกิเลสดับลง จิตจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นสุขที่เหนือกว่าความสุขทาง
“วิญญาณขันธ์” ไม่ใช่ “จิตบริสุทธิ์” หรือ “จิตที่แท้จริง”
ขันธ์ 5 คือ กลุ่มแห่งสิ่งปรุงแต่งที่รวมกันเป็น “ตัวตน” ชั่วคราว มี 5 ประการ ได้แก่
1. รูปขันธ์ – กาย, วัตถุ, สสาร
2. เวทนาขันธ์ – ความรู้สึกสุข ทุกข์ เฉยๆ
3. สัญญาขันธ์ – ความจำ ความหมาย
4. สังขารขันธ์ – ความคิดปรุงแต่ง เจตนา
5. วิญญาณขันธ์ – การรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
วิญญาณขันธ์ (หนึ่งในขันธ์ 5) คือ:
ความรู้แจ้งอารมณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดจากการกระทบระหว่าง อายตนะภายนอก + อายตนะภายใน + จิต เป็น “ความรับรู้จำเพาะทางช่องทาง” เช่น:
มองเห็น = จักขุวิญญาณ
ได้ยินเสียง = โสตวิญญาณ
รับรส = ชิวหาวิญญาณ ฯลฯ
วิญญาณขันธ์จึงเป็นสิ่งที่เกิดแล้วดับ ตลอดเวลา เป็น “อนัตตา” (ไม่ใช่ตัวตน)
จิต คือ
ธาตุรู้ ธาตุเห็น ที่เป็น ผู้รู้อารมณ์ เป็น “ผู้ไปรับ” วิญญาณขันธ์ทั้งหลายอีกทีหนึ่ง ถ้ายังไม่ได้ฝึก จิตมักเข้าไป ยึดถือ วิญญาณขันธ์เป็น “เรา” แต่เมื่อฝึกจนเห็นความแตกต่าง → จิตจะ วางวิญญาณขันธ์ และ แยกตัวออกได้
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กล่าวว่า:
“ผู้รู้ไม่ใช่จิต จิตไม่ใช่ผู้รู้ ผู้รู้ต่างหากที่รู้จิต จิตเป็นเพียงสิ่งที่ถูกรู้ในบางขณะเท่านั้น”
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กล่าวไว้ว่า:
“วิญญาณขันธ์นั้นมันหลอก มันไม่ใช่จิตบริสุทธิ์ ให้เห็นมันเกิดดับเป็นของมัน”
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ยืนยันว่า:
“จิตแท้ไม่ใช่ผู้รับรู้รูปเสียงกลิ่นรสเหล่านั้น
สิ่งเหล่านั้นเป็นวิญญาณขันธ์ จิตเพียงรับรู้โดยไม่เข้าไปยึดถือ”
วิญญาณในขันธ์ 5 เป็นเพียง กลุ่มของการรับรู้จำเพาะ ซึ่ง ไม่ใช่จิตที่แท้จริง
จิตแท้ คือ ผู้รู้ ที่สามารถถอยออกมารู้เห็นขันธ์ 5 ว่าไม่ใช่ตน → จึงวางได้
นิพพาน หมายถึง ความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์ เป็นสภาพโลกุตระ
"นิพพานัง ปรมัง สุขัง" แปลว่า "นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง" หรือ "นิพพานเป็นสุขสูงสุด"เมื่อกิเลสดับลง จิตจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นสุขที่เหนือกว่าความสุขทาง