เทรดยังไงให้เก่งภายใน 1 เดือน

การเริ่มต้นเทรดไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจกลยุทธ์การเทรดที่มีประสิทธิภาพและการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ซึ่งหากอยากเห็นผลใน 1 เดือน คุณจำเป็นต้องเทรดและศึกษาอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการเตรียมตัวอย่างมีกลยุทธ์ จนถึงการใช้เทคนิคหรือเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรด

สัปดาห์ที่ 1 เตรียมตัวก่อนเทรด ตั้งเป้าหมายและการจัดการเงิน

ก่อนที่เราจะเริ่มเทรด เราจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ในแต่ละการเทรด เช่น
-เราจะเป็นสายเทรดแนวไหน เช่น Day Trade ,Swing Trade อยากเทรดเช้า หรือค่ำ
-ตั้งเป้าหมายกำไรที่เราต้องการ เช่น กำไรต่อวัน วันละเท่าไร ,หากเสีย เสียได้เท่าไร ,อาทิตย์นึ่งจะเทรดกี่วัน
-Risk Management เช่น ความเสี่ยงต่อไม้ตั้งไว้ที่เท่าไร เน้นย้ำ ควรเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของทุนทั้งหมดในแต่ละการเทรด

หากเราไม่ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะไม่มีแพลนในการจัดเวลา หรือวางแผนเทรด

สัปดาห์ที่ 2: เรียนรู้การวิเคราะห์และใช้เครื่องมือ
การวิเคราะห์ แบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์พื้นฐาน

-การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis): เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องรู้จัก เเละใช้มัน เช่น โครงสร้างกราฟแท่งเทียน และการใช้ Indicator ต่างๆ
ซึ่งในปัจจุบันกราฟแท่งเทียน และ indicator มีมากมาย ผมอยากแนะนำว่าให้คุณลองใช้ พวกพื้นฐานไปก่อน เช่น RSI MACD และอื่นๆ เป็นต้น

-การวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis): คือ การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจ, การเงิน, ข้อมูลบริษัท หรือข่าวที่มีผลต่อสินทรัพย์นั้นๆ เช่น ช่วงนี้มีส่งคราม จะมีผลต่อราคาน้ำมัน หรือทองคำเป็นต้น

ดังนั้น การรู้จักการวิเคราะห์เหล่านี้ จะช่วยให้คุณคาดการณ์ราคาของสินทรัพย์นั้นได้ นอกจากนี้ยังมีอีก 1 อย่างที่คุณควรจะศึกษา นั้นก็คือ
เครื่องมือช่วยเทรด เพราะการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยให้การเทรดของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เครื่องมือเทรด EA หรือ Trading Central (TC เพื่อนๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :https://pantip.com/topic/43554510)

-เครื่องมือเทรด EA: หากคุณเริ่มชำนาญการเทรด คุณสร้างสร้างระบบ EA ให้เทรดตามที่คุณต้องการ ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าจอเทรดอีกต่อไป เพราะระบบจะทำการเทรดให้คุณอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจโดยอารมณ์และเพิ่มความแม่นยำในการทำกำไร

สัปดาห์ที่ 3: กลยุทธ์การเทรด

หลังจากที่คุณรู้เป้าหมาย รู้ว่าจะเทรดในรูปแบบไหน บวกกับ ความสามารถในการวิเคราะห์ ที่ก็มาต่อกันที่ กลยุทธ์เทรด
กลยุทธ์เทรด: จะประกอบไปด้วย เทรดสั้น กลาง หรือเทรดยาว การใช้กลยุทธ์ก็จะต่างกันไป เช่น
-เทรดสั้น (Scalping) : การเทรดสั้นจะใช้เวลาที่รวดเร็ว 1-5 นาที/ออเดอร์ กล่าวคือ คุณจะต้องทำกำไรภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งการจะเทรดแบบนี้ได้จะต้องเลือกโบรกเกอร์ที่มีสภาพคล่องสูง หรือใช้ Indicator ที่เหมาะกับการเทรดระยะสั้น นอกจากนี้การตั้ง TP/SL ก็ยังต่างกันอีกด้วย

-การเทรดระยะยาว (Long-Term Trade): การเทรดระยะยาวอันใช้เวลานาน เป็นปี หรือหลาย 10 ปี ดังนั้น รูปแบบการเทรดก็จะต่างกันไป

การเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวเองขึ้นอยู่กับลักษณะการวิเคราะห์ตลาดและความพร้อมของทุน หากคุณยังใหม่กับการเทรด การเลือกเทรดแบบ DCA อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ

สัปดาห์ที่ 4: การติดตามผลและปรับกลยุทธ์
-การประเมินผลการเทรด
การประเมินผลจากการเทรดที่ผ่านมาเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราสามารถปรับปรุงกลยุทธ์ได้อย่างต่อเนื่อง ควรบันทึกทุกการเทรดและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้รู้ว่ากลยุทธ์ไหนได้ผลและกลยุทธ์ไหนต้องปรับปรุง

ในโลกของการเทรด ทุกคนจะต้องพบกับข้อผิดพลาดอยู่แล้ว แต่การเรียนรู้จากมันจะทำให้เราเติบโตอย่างรวดเร็ว การศึกษาผลการเทรดแต่ละวันและการปรับกลยุทธ์ในครั้งถัดไปจะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นในการเทรด

สรุป
การเทรดในระยะเวลา 1 เดือนอย่างจริงจังนั้น สามารถทำให้คุณพัฒนาทักษะการเทรดได้อย่างเห็นผล หากคุณตั้งใจเรียนรู้และปรับตัวตามสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้คุณสามารถเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ เครื่องมือและกลยุทธ์ต่างๆ สามารถช่วยคุณให้ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่