เปิดรับฟังความคิดเห็น ‘ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด’ ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. ถึง 8 ส.ค. 2568 ลุ้นกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ของไทย
มาร่วมแสดงความเห้นกันนะครับ เพื่อลูกหลานของเราในวันข้างหน้าครับ
สแกนเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น
ผมเป็นมิตรอาชีพ ไม่ใช่มิจฉาชีพ แสกนได้ครับ รับรองปลอดภัย

หรือ
ถ้าไม่มั่นใจอ่านด้านล่างก่อนได้นะครับ
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tc6/1/16/1f6a9.png[/img]สรุปครบทุกประเด็น! ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด มีอะไรบ้าง? ก่อนร่วมแสดงความเห็น
นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะร่วมกำหนดอนาคตลมหายใจของพวกเรา! ร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 8 ส.ค. นี้เท่านั้น กฎหมายฉบับนี้จะเปลี่ยนอะไรบ้าง? สรุปให้ครบทุกประเด็นสำคัญตามแบบสอบถาม
1.สิทธิ หน้าที่ และการมีส่วนร่วมในอากาศสะอาด (ข้อ 1-4)
* อากาศสะอาดคือ "สิทธิ" ของทุกคน: กฎหมายรับรองสิทธิในอากาศสะอาด สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล การมีส่วนร่วมตัดสินใจ และการได้รับความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม โดยรัฐมีหน้าที่ตอบสนองต่อสิทธิของประชาชน
*ประชาชนคือศูนย์กลาง: โครงการใหญ่ที่อาจก่อมลพิษรุนแรง ต้องผ่านการรับฟังความเห็นและ "การลงมติ" จากประชาชนในพื้นที่ก่อน
* หน้าที่ของเรา: ทุกคนมีหน้าที่ไม่ก่อมลพิษ และร่วมมือกับรัฐในการดูแลอากาศให้สะอาด
2.จัดการโครงสร้างใหม่ กระจายอำนาจจริง (ข้อ 5-8)
*"นายก อบจ." เป็นประธานคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด: ให้ท้องถิ่นเป็นผู้นำในการจัดการปัญหา โดยมีผู้ว่าฯ คอยกำกับดูแล
*"ผู้บริหารท้องถิ่น" เป็นเจ้าพนักงานอากาศสะอาด: มีอำนาจตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้โดยตรง พร้อมมี "ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน" จากคนในพื้นที่
* ให้อำนาจคณะกรรมการจังหวัด: สามารถออกเกณฑ์ควบคุมการปล่อยมลพิษสำหรับกิจการในพื้นที่ได้เอง
3.เครื่องมือจัดการเชิงรุกและควบคุมที่แหล่งกำเนิด (ข้อ 9-15)
* แบ่งโซนพื้นที่: จำแนกพื้นที่เป็น "พื้นที่ผ่านเกณฑ์" และ "พื้นที่ไม่ผ่านเกณฑ์" เพื่อวางมาตรการจัดการที่เหมาะสม และจัดทำผังเมืองเพื่ออากาศสะอาด
* คุมเข้มภาคเกษตร: ปรับโครงสร้างการผลิตที่เสี่ยงก่อมลพิษ (การเผา) และมี "ระบบตรวจสอบย้อนกลับ" สินค้าเกษตรว่าปลอดการเผาตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงควบคุมเกษตรพันธสัญญาใดที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่มีผลกระทบอย่างสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม
* จัดการมลพิษข้ามแดน: มีมาตรการทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และพิจารณา "ห้ามนำเข้า-ส่งออก" สินค้าที่มาจากแหล่งกำเนิดมลพิษข้ามแดน ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของตนเอง
4.กลไกเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด (ข้อ 16-19)
*ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจจูงใจ: เก็บ "ภาษี/ค่าธรรมเนียมมลพิษ" จากสินค้าและกิจกรรมที่ปล่อยมลพิษ โดยไม่ซ้ำซ้อนกับภาษีเดิม
* หลากหลายเครื่องมือ: อาทิ การซื้อขายสิทธิปล่อยมลพิษ ระบบฝากไว้ได้คืน การอุดหนุนเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจและประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
5.กองทุนอากาศสะอาด (ข้อ 20-21)
* ตั้ง "กองทุนอากาศสะอาด": เป็นกองทุนอิสระนอกงบประมาณที่โปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อป้องกัน ติดตาม และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ส่งเสริมมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือในทางคดีให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาด
6. ความรับผิดและบทลงโทษ (ข้อ 22-31)
* ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิด: กำหนดความรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และปรับเป็นพินัย ผู้ก่อมลพิษต้องชดใช้ค่าเสียหายและค่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
* ครอบคลุมทุกคนที่เกี่ยวข้อง: สถาบันการเงินอาจต้องร่วมรับผิดหากให้ทุนกับกิจการก่อมลพิษโดยไม่มีระบบประเมินความเสี่ยงที่ดีพอ หรือผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น ผู้ออกแบบ/ติดตั้งระบบบำบัด ก็ต้องรับผิดหากงานไม่ได้มาตรฐาน
* มลพิษนอกประเทศก็ต้องรับผิด: กฎหมายครอบคลุมถึงมลพิษทางอากาศที่มาจากนอกราชอาณาจักรด้วย
* บทลงโทษที่จริงจัง: ภาคอุตสาหกรรม สามารถปรับสูงสุด 50 ล้านบาท หากปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน ส่วนภาคเกษตร ใช้ปรับเป็นพินัย หากผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาผิดกฎหมาย
* กลไกเยียวยา: มีช่องทางให้ไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายก่อนฟ้องคดี และขยายอายุความในการฟ้องร้องเพื่อคุ้มครองผู้เสียหาย
ทุกเสียงของคุณมีความสำคัญต่อการสร้างกฎหมายที่จะดูแลลมหายใจของพวกเราไปอีกนาน
* ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่:
ภายในวันที่ 8 สิงหาคมนี้เท่านั้น!
#พรบอากาศสะอาด #สิทธิในอากาศสะอาด #กฎหมายเพื่อประชาชน #ItIsNowOrNever #YourVoiceMatters
Cr.เพจ Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด
ร่วมด้วยช่วยกันนะครับ
นับถอยหลังร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด คาดประกาศใช้ปี 68 ! มาร่วมแสดงความคิดเห็นกัน เปิดรับฟังถึงแค่ 8 ส.ค.ครับ