ระหว่างสู้รบกับไทย ทางกองทัพกัมพูชาย่องเงียบไปจับมือกับผอ.กองกำลังอินโดแปซิฟิกของสหรัฐที่จะยกระดับการร่วมมือซ้อมรบทางทหารร่วมกัน
เปิดทางให้สหรัฐเข้าไปในกัมพูชาเพื่อคานอำนาจของกองทัพจีนที่เข้าไปปักหลักสร้างฐานทัพเรือก่อนหน้า
เหมือนกับฮุนมาเน็ดได้รับวิธีการทำงานของพ่อฮุนเซนในการปรับตัวประสานผลประโยชน์ในและสร้างสมดุลขั้วอำนาจต่างๆอย่างที่ฮุนเซนเคยใช้อย่างได้ผลมาเกือบ50ปี
เริ่มตั้งแต่ฮุนเซนสมัยหนุ่มตอนยังเป็นเขมรแดงร่วมมือกับพลพตที่ไล่กำจัดคนเขมรด้วยกันเองอย่างโหดเหี้ยมทำให้คนเขมรสูญหายไปมากกว่าล้านคน จนรู้ว่าตัวเองไปไม่รอดเพราะถูกกดดันจากนานาชาติและการต่อต้านในภายในคณะผู้นำเผด็จการด้วยกันเอง จึงเริ่มหาทางออกโดยการเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับทางเวียดนามให้มาไล่เขมรแดงออกจากกัมพูชา พร้อมกับได้กลับกัมพูชาอย่างผู้ชนะบนแผ่นดินเปื้อนเลือดที่ฮุนเซนเป็นผู้เริ่มทาสีแดงด้วยตัวเอง
หลังจากนั้นได้ไต่เต้าถีบตัวเองมาเป็นแถวหน้าในการจัดการแบ่งผลประโยชน์กับฝ่ายต่างๆภายในเขมรและตัวฮุนเซนได้นั่งในตำแหน่งผู้นำสูงสุดในกัมพูชาจนเมื่อฐานอำนาจของตัวเองมั่นคงพอก็เริ่มตีตัวออกห่างจากผู้ที่เคยช่วยเหลือตัวเองอย่างเวียดนาม โดยการสร้างเรื่องความขัดแย้งทางชายแดนมาเป็นตัวเดินเกมส์
ต่อมาเมื่ออิสระจากการครอบงำทางการควบคุมจากภายนอกก็หันมาเดินเกมส์ผูกขาดอำนาจภายในเบ็ดเสร็จ และเริ่มหาพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือจากไทยเพื่อคอยกดดันขั้วอำนาจในกัมพูชาที่จะมาคอยแย่งชิงอำนาจของตัวเอง จนเมื่อฮุนเซนได้ครองอำนาจสูงสูดแบบเบ็ดเสร็จภายในกัมพูชาจนฝ่ายอื่นๆไม่มีแรงพอที่จะสามารถทานอำนาจของฮุนเซนได้ จึงได้เริ่มแผนการสลัดไทยออกโดยวิธีแทรกซึมและแลกผลประโยชน์และทำการครอบงำฝ่ายการเมืองไทยจนพลิกเกมส์มาเป็นฝ่ายควบคุมไทยเสียเองซึ่งเป็นแผนที่แยบยลและแนบเนียนตามแบบฉบับความจัดจ้านในฝีมือของฮุนเซนที่มีมาตลอดหลายสิบปี
จนฮุนเซนนำพาตัวเองและกัมพูชามาเล่มเกมส์ที่ใหญ่ขึ้นและแรงขึ้นเพื่อพลักดันให้ประเทศกัมพูชาขึ้นมาเป็นในแถวหน้าของภูมิภาคโดยการคบค้ากับทางจีนที่กำลังเป็นมหาอำนาจใหม่ทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทหาร เริ่มความร่วมมือหลายด้าน จัดให้จีนเข้ามาสร้างฐานทัพภายในประเทศโดยไม่ต้องฟังเสียงทัดทานจากปรเทศในอาเซียนแถบนี้ แต่แล้วเมื่อสงครามเย็นในระดับโลกรอบใหม่ได้เริ่มขึ้น ทางกัมพูชาโดยฮุนเซนเองที่มีความชำชองในการปรับตัวและพลิกแพลงหรือเรียกได้ว่าตลบแตลงปลิ้นปล้อนหาตัวจับยากเริ่มรู้ตัวว่ากำลังนำกัมพูชาเข้ามาในเขตที่อันตรายมากกว่าเดิม มันไม่เหมือนกับวิธีที่ใช้กับประเทศรอบข้างมาเป็นบันไดเหยียบให้ตัวเองไต่เต้าขึ้นมาได้โดยง่ายแบบที่ผ่านมา เพราะมหาอำนาจต่างๆในโลกมีพลังและอำนาจเกินกว่าที่ฮุนเซนหรือกัมพูชาจะเทียบได้เลย เมื่อการรุกคืบของสหรัฐเริ่มเข้ามาทวงบทบาทนำในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะแถบอินโดจีนที่สหรัฐเคยเข้ามาคลุกคลีเป็นอย่างดีและเคยสูญเสียคนของเขาในแถบนี้เป็นจำนวนมาก และตัวฮุนเซนก็รู้ดีว่าถ้าจะรักษาตัวและอำนาจของเขาในประเทศกัมพูชาให้อยู่ได้ต่อไปไม่ให้กลายเป็นของคนอื่น โดยเฉพาะผู้นำประเทศเผด็จการที่ครองอำนาจมายาวนานอย่างเขาย่อมรู้ดีว่าหากเขาเอนเอียงไปหาหมาอำนาจใหม่อย่างชัดเจนอย่างที่ผ่านมาและไม่เป็นที่ประสงค์ของมหาอำนาจเดิมซึ่งอาจจะถูกทำให้หมดอำนาจโดยการก่อรัฐประหารโค่นอำนาจผู้นำเผด็จการอย่างเขาได้โดยง่าย ดังนั้นเขาต้องเป็นผู้เปลี่ยนแปลงและพลิกเกมส์อีกครั้งที่เป็นงานถนัดของเขา
เริ่มจากการจุดประทัดให้แรงและดังให้ทั่วโลกหันมาสนใจเขาในฐานะผู้นำประเทศที่แข็งแกร่งนำประเทศได้อย่างกล้าหาญและสามารถรวบรวมประชาชนในประเทศให้คล้อยตามเขาและยังให้เขาเป็นผู้นำของประเทศโดยเปิดปฏิบัติการที่คุ้นเคยคือใส่ร้ายประเทศไทย เริ่มความรุนแรง และก็ถีบให้ตัวเองอยู่ในแสงไฟให้ทุกประเทศทั่วโลกหันมามองเขา หลังจากนั้นก็เชื้อเชิญให้ทุกฝ่ายเข้ามาเป็นสักขีพยานรับรู้ว่าพลังของเขา ต่อด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ด้านต่างๆต่อทุกประเทศที่เข้า ทำการปรับสมดุลผลประโยชน์ใหม่ลดบทบาทจีน และนำเข้าอำนาจเก่าอีกขั้วให้เขามาแชร์ผลประโยชน์โดยยังมีเขาและทายาทยังเป็นผู้มีบทบาทนำอยู่ในประเทศกัมพูชาอยู่เหมือนเดิม
ซึ่งเกมส์นี้อาจจะดูไม่มีอะไร แต่เมื่อเปิดประตูให้ผู้นำมหาอำนาจเข้ามา ฮุนเซนและลูกเขาในฐานะผู้นำคนใหม่และผู้สืบทอดอำนาจเผด็จการของกัมพูชารุ่นต่อไปจะรักษาสมดุลบนความขัดแย้งระดับโลกอย่างไรโดยไม่ให้ตัวเขาโดนเขากระทิงข้างใดข้างหนึ่งทำร้ายเอาได้
จากบทวิเคราะห์ของนายอยากคุย.....
Cambodia run into bull horn dilemma
เปิดทางให้สหรัฐเข้าไปในกัมพูชาเพื่อคานอำนาจของกองทัพจีนที่เข้าไปปักหลักสร้างฐานทัพเรือก่อนหน้า
เหมือนกับฮุนมาเน็ดได้รับวิธีการทำงานของพ่อฮุนเซนในการปรับตัวประสานผลประโยชน์ในและสร้างสมดุลขั้วอำนาจต่างๆอย่างที่ฮุนเซนเคยใช้อย่างได้ผลมาเกือบ50ปี
เริ่มตั้งแต่ฮุนเซนสมัยหนุ่มตอนยังเป็นเขมรแดงร่วมมือกับพลพตที่ไล่กำจัดคนเขมรด้วยกันเองอย่างโหดเหี้ยมทำให้คนเขมรสูญหายไปมากกว่าล้านคน จนรู้ว่าตัวเองไปไม่รอดเพราะถูกกดดันจากนานาชาติและการต่อต้านในภายในคณะผู้นำเผด็จการด้วยกันเอง จึงเริ่มหาทางออกโดยการเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับทางเวียดนามให้มาไล่เขมรแดงออกจากกัมพูชา พร้อมกับได้กลับกัมพูชาอย่างผู้ชนะบนแผ่นดินเปื้อนเลือดที่ฮุนเซนเป็นผู้เริ่มทาสีแดงด้วยตัวเอง
หลังจากนั้นได้ไต่เต้าถีบตัวเองมาเป็นแถวหน้าในการจัดการแบ่งผลประโยชน์กับฝ่ายต่างๆภายในเขมรและตัวฮุนเซนได้นั่งในตำแหน่งผู้นำสูงสุดในกัมพูชาจนเมื่อฐานอำนาจของตัวเองมั่นคงพอก็เริ่มตีตัวออกห่างจากผู้ที่เคยช่วยเหลือตัวเองอย่างเวียดนาม โดยการสร้างเรื่องความขัดแย้งทางชายแดนมาเป็นตัวเดินเกมส์
ต่อมาเมื่ออิสระจากการครอบงำทางการควบคุมจากภายนอกก็หันมาเดินเกมส์ผูกขาดอำนาจภายในเบ็ดเสร็จ และเริ่มหาพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือจากไทยเพื่อคอยกดดันขั้วอำนาจในกัมพูชาที่จะมาคอยแย่งชิงอำนาจของตัวเอง จนเมื่อฮุนเซนได้ครองอำนาจสูงสูดแบบเบ็ดเสร็จภายในกัมพูชาจนฝ่ายอื่นๆไม่มีแรงพอที่จะสามารถทานอำนาจของฮุนเซนได้ จึงได้เริ่มแผนการสลัดไทยออกโดยวิธีแทรกซึมและแลกผลประโยชน์และทำการครอบงำฝ่ายการเมืองไทยจนพลิกเกมส์มาเป็นฝ่ายควบคุมไทยเสียเองซึ่งเป็นแผนที่แยบยลและแนบเนียนตามแบบฉบับความจัดจ้านในฝีมือของฮุนเซนที่มีมาตลอดหลายสิบปี
จนฮุนเซนนำพาตัวเองและกัมพูชามาเล่มเกมส์ที่ใหญ่ขึ้นและแรงขึ้นเพื่อพลักดันให้ประเทศกัมพูชาขึ้นมาเป็นในแถวหน้าของภูมิภาคโดยการคบค้ากับทางจีนที่กำลังเป็นมหาอำนาจใหม่ทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทหาร เริ่มความร่วมมือหลายด้าน จัดให้จีนเข้ามาสร้างฐานทัพภายในประเทศโดยไม่ต้องฟังเสียงทัดทานจากปรเทศในอาเซียนแถบนี้ แต่แล้วเมื่อสงครามเย็นในระดับโลกรอบใหม่ได้เริ่มขึ้น ทางกัมพูชาโดยฮุนเซนเองที่มีความชำชองในการปรับตัวและพลิกแพลงหรือเรียกได้ว่าตลบแตลงปลิ้นปล้อนหาตัวจับยากเริ่มรู้ตัวว่ากำลังนำกัมพูชาเข้ามาในเขตที่อันตรายมากกว่าเดิม มันไม่เหมือนกับวิธีที่ใช้กับประเทศรอบข้างมาเป็นบันไดเหยียบให้ตัวเองไต่เต้าขึ้นมาได้โดยง่ายแบบที่ผ่านมา เพราะมหาอำนาจต่างๆในโลกมีพลังและอำนาจเกินกว่าที่ฮุนเซนหรือกัมพูชาจะเทียบได้เลย เมื่อการรุกคืบของสหรัฐเริ่มเข้ามาทวงบทบาทนำในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะแถบอินโดจีนที่สหรัฐเคยเข้ามาคลุกคลีเป็นอย่างดีและเคยสูญเสียคนของเขาในแถบนี้เป็นจำนวนมาก และตัวฮุนเซนก็รู้ดีว่าถ้าจะรักษาตัวและอำนาจของเขาในประเทศกัมพูชาให้อยู่ได้ต่อไปไม่ให้กลายเป็นของคนอื่น โดยเฉพาะผู้นำประเทศเผด็จการที่ครองอำนาจมายาวนานอย่างเขาย่อมรู้ดีว่าหากเขาเอนเอียงไปหาหมาอำนาจใหม่อย่างชัดเจนอย่างที่ผ่านมาและไม่เป็นที่ประสงค์ของมหาอำนาจเดิมซึ่งอาจจะถูกทำให้หมดอำนาจโดยการก่อรัฐประหารโค่นอำนาจผู้นำเผด็จการอย่างเขาได้โดยง่าย ดังนั้นเขาต้องเป็นผู้เปลี่ยนแปลงและพลิกเกมส์อีกครั้งที่เป็นงานถนัดของเขา
เริ่มจากการจุดประทัดให้แรงและดังให้ทั่วโลกหันมาสนใจเขาในฐานะผู้นำประเทศที่แข็งแกร่งนำประเทศได้อย่างกล้าหาญและสามารถรวบรวมประชาชนในประเทศให้คล้อยตามเขาและยังให้เขาเป็นผู้นำของประเทศโดยเปิดปฏิบัติการที่คุ้นเคยคือใส่ร้ายประเทศไทย เริ่มความรุนแรง และก็ถีบให้ตัวเองอยู่ในแสงไฟให้ทุกประเทศทั่วโลกหันมามองเขา หลังจากนั้นก็เชื้อเชิญให้ทุกฝ่ายเข้ามาเป็นสักขีพยานรับรู้ว่าพลังของเขา ต่อด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ด้านต่างๆต่อทุกประเทศที่เข้า ทำการปรับสมดุลผลประโยชน์ใหม่ลดบทบาทจีน และนำเข้าอำนาจเก่าอีกขั้วให้เขามาแชร์ผลประโยชน์โดยยังมีเขาและทายาทยังเป็นผู้มีบทบาทนำอยู่ในประเทศกัมพูชาอยู่เหมือนเดิม
ซึ่งเกมส์นี้อาจจะดูไม่มีอะไร แต่เมื่อเปิดประตูให้ผู้นำมหาอำนาจเข้ามา ฮุนเซนและลูกเขาในฐานะผู้นำคนใหม่และผู้สืบทอดอำนาจเผด็จการของกัมพูชารุ่นต่อไปจะรักษาสมดุลบนความขัดแย้งระดับโลกอย่างไรโดยไม่ให้ตัวเขาโดนเขากระทิงข้างใดข้างหนึ่งทำร้ายเอาได้
จากบทวิเคราะห์ของนายอยากคุย.....