ชาวนาสุดท้อ กัดฟันสู้ ‘ต้นทุน’ พุ่งเท่าราคาขาย ปุ๋ยกระสอบเกือบพัน วอนรัฐพยุง
https://www.matichon.co.th/region/news_5271891
.
.
ชาวนาสุดท้อ กัดฟันสู้ ‘ต้นทุน’ พุ่งเท่าราคาขาย ปุ๋ยกระสอบเกือบพัน มองไม่เห็นกำไร วอนรัฐ ‘พยุงราคา’
.
จังหวัดอุทัยธานี ชาวนาสุดท้อใจ ต้นทุนทำนาเท่ากับราคารับซื้อข้าว วอนรัฐช่วยลดค่าปุ๋ยยา พยุงราคาข้าวให้สูงอีกนิด อยากให้เงินช่วยละ1พันออกไวกว่านี้
.
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี นายรพีรัฐ ถิระการ หนึ่งในเกษตรกรชาวนา ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลหนองนางนวล สะท้อนเสียงจากชาวนา โดยคาดหวังการช่วยเหลือจากรัฐบาลในช่วงที่เกิดวิกฤตของอาชีพชาวนา ซึ่งเผยว่า ต้นทุนทำนาสูงขึ้นเท่ากับราคาขาย หลังจากค่าปุ๋ย ยาป้องกัน และกำจัดวัชพืชมีราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับราคารับซื้อข้าวที่ดิ่งลงจนชาวนามองไม่เห็นกำไร แต่ยังคงกัดฟันสู้ทำนากันต่อเพียงเพราะเป็นอาชีพเดียวที่ทำกันได้
.
“ตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนกันหนักมากเพราะแบกรับต้นทุนการทำนาที่สูงขึ้นทุกอย่าง ปุ๋ย 1 กระสอบ ตอนนี้ราคา 890 บาท ต้องใช้ 1 กระสอบต่อ 1 ไร่
.
ยังไม่รวมค่าจ้างไถหว่าน ค่ายาบำรุง ยาป้องกันและกำจัดวัชพืช ค่าสูบน้ำ และค่าใช้จ่ายปลีกย่อยอื่นๆ ซึ่งรวมๆ แล้วต้นทุนต่อไร่ในปัจจุบันสูงถึงไร่ละ 4,000-5,000 บาท เท่ากับราคาขายข้าวเปลือกในตอนนี้ ที่รับซื้อชาวนาแค่เกวียนละ 5,000 กว่าบาท” นายรพีรัฐกล่าว และว่า
แต่ทุกคนก็ยังกัดฟันทนสู้ทำนากันต่อไป เพราะว่า เป็นอาชีพที่ทำสืบทอดต่อกันมา และไม่รู้ว่าจะไปทำอาชีพอะไรกันต่อ ทนสู้ทำนากันต่อไปอย่างมีความหวังว่าสักวันราคาข้าว จะกลับมาดีขึ้นมากกว่านี้
.
“ราคาปุ๋ยตอนนี้ 1 กระสอบนึงก็เกือบพันบาทแล้ว ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับเกษตรกรชาวนา อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือพยุงราคาข้าว ลดราคาปุ๋ยยาลง เพราะตอนนี้เกษตรกรชาวนาเราแย่กันไปหมดแล้ว เพราะต้นทุนทำนาที่สูงมากถึงไร่ละ 4,000-5,000 บาท
และในเรื่องของการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ตอนนี้แย่กันหมดแล้ว อยากให้รัฐบาลให้เงินไร่ละ 1,000 พันบาทออกออกไวๆ” นายรพีรัฐกล่าว
.
.
"วรรณิดา" เปิดโครงการกิจกรรมรวมรุ่นยุวชนประชาธิปไตยฯ ชูพลังเยาวชนขับเคลื่อนสังคม
.
วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 โรงแรมมู้ด โฮเทล พัทยา จ.ชลบุรี น.ส.วรรณิดา นพสิทธิ์ สส.ชลบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นพลเมืองของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืน กิจกรรมรวมรุ่นยุวชนเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 1 ภาคกลาง จังหวัดชลบุรี โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ เพชรเรืองสุด วิทยากรเชี่ยวชาญ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน พร้อมด้วยนายศิรวิชญ์ นพสิทธิ์ ผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธีเปิดด้วย
.
น.ส.วรรณิดา กล่าวในพิธีเปิดตอนหนึ่งว่า กิจกรรมรวมรุ่นยุวชนประชาธิปไตยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากว่า 16 ปี มีเครือข่ายยุวชนประชาธิปไตยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยยุวชนฯ ได้แสดงบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ด้านประชาธิปไตยไปยังสถาบันการศึกษาและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพลังของเยาวชนที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านการแสดงความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรในโอกาสต่อไป และเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนสร้างเสริมประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนในฐานะ “พลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ” ที่ต้องประพฤติตนตามกฎเกณฑ์ของสังคม มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น พร้อมเปิดกว้างต่อความคิดเห็นที่หลากหลาย อันเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.
จากนั้น น.ส.วรรณิดา ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “บทบาทของกรรมาธิการกับการแก้ไขปัญหาประชาชน” ซึ่งได้ให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบทบาทหน้าที่ของกรรมาธิการ รวมถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการแก้ไขปัญหาของประชาชน
.
สำหรับกิจกรรมรวมรุ่นยุวชนฯ มีกำหนดจัดกิจกรรมรวม 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ณ จังหวัดชลบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดอุบลราชธานี ภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช และภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ยุวชนประชาธิปไตยมีความรู้ ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ เข้าใจบทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของตนเอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเครือข่าย พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมในรูปแบบ “พี่สอนน้อง” รวมถึงจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม CSR
.
ภายหลังพิธีเปิดมีการบรรยายหัวข้อ “รักษ์โลกเริ่มที่เรา เปลี่ยนขยะที่เผา เป็นของล้ำค่า” โดย นายอนุสรณ์ สายนภา วิทยากรจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ รักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงบทบาทในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเป็นพลเมืองที่ดี
.
.
อุตรดิตถ์ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วม บ้านเรือนเสียหายนับร้อยหลัง
https://www.matichon.co.th/region/news_5271866
.
อุตรดิตถ์ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วม บ้านเรือนเสียหายหลายนับร้อยหลัง
.
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานการช่วยเหลือหลังน้ำป่าที่ไหลหลากและท่วมในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ของเข้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆในโดยชุดกู้ภัยทางน้ำโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก มณฑลทหารบกที่ 35 จ.อุตรดิตถ์ ทำการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พบว่าบริเวณหลังเทศบาลฝากท่า อ.ฟากท่า มีบ้านเรือนจำนวน 200 หลังคาเรือนที่ได้ความเดือดร้อน ส่วนอีก 100 หลังคาเรือนที่เสียหายอยู่ในพื้นที่บ้านวังขวัญ หมู่ 9 ต.ฝากท่า และ บ้านวังขวัญ หมู่ 3 ต.ฝากท่า ซึ่งระดับน้ำลดเป็นปกติ แต่ฝนยังตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน
.
นาย
ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ทันทีที่เกิดน้ำท่วม ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ มอบกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือกล และแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่ง จ.อุตรดิตถ์ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภายในเทศบาลตำบลฟากท่า พร้อมเปิดเป็นศูนย์อพยพ รองรับประชาชนในเบื้องต้น หากไม่เพียงพอจะขยายไปยังโรงเรียนอนุบาลฟากท่าที่สามารถรองรับเพิ่มเติม
.
ล่าสุดน้ำที่ อ.ฟากท่า เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ปริมาณน้ำบางส่วนกำลังไหลเข้าสู่ อ.น้ำปาดที่อยู่ตอนล่าง ซึ่งทางจังหวัด อำเภอน้ำปาด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ท้องที่ ก็เตรียมรับมือแล้ว
.
ขณะเดียวกันแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 2 สรุปความเสียหายทั้งหมด โดยน้ำท่วมทางหลวงหมายเลข 117 ตอน น้ำปาด-นาไพร ที่ กม. 368+175 – กม.368+ 900 น้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่การ จราจรยังไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากมีดินโคลนและเศษไม้ไหลมาทับถมผิวทาง โดยแขวงฯ จะดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าทำการแก้ไขและเคลียร์เส้นทางโดยด่วน น้ำท่วมสะพานและผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 117 ตอน น้ำปาด-นาไพร ที่ กม.352+800 น้ำได้ลดเข้าสู่ภาวะปกติแล้วและการจราจรสามารถผ่านได้ตามปกติ น้ำท่วมผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 117 ตอน น้ำปาด – นาไพร ที่ กม.343+870 น้ำได้ลดเข้าสู่ภาวะปกติแล้วและการจราจรสามารถผ่านได้ตามปกติ
.
ดินสไลท์ทับผิวทางทางหลวงหมายเลข 1083 ตอน ห้วยน้อยกา – เด่นชาติ ที่กม.31+300 การจราจรยังไม่สามารถผ่านได้ อยู่ระหว่างจัดเตรียมอุปกรณ์และขนย้ายเครื่องจักรเข้าดำเนินการแก้ไข
.
มีรายงานว่า อำเภอน้ำปาด และผู้นำท้องที่ ติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากรับมวลน้ำต่อจากอำเภอฟากท่าประกอบกับปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้เช้าวันนี้ (12 กรกฎาคม) บางพื้นที่มีน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรใน ต.เด่นเหล็ก ต.บ้านฝาย ต.แสนตอ และเส้นทางสัญจรเส้นทาง 1045 บริเวณสะพาน ห้วยพังงา บ้านปากปาด ต.แสนตอ อ.น้ำปาด น้ำท่วมสะพาน สูงประมาณ 40 ซ.ม.รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ แขวงทางหลวงได้ติดป้ายประกาศแจ้งเตือนผู้สัญจรต่อไป
.
ในด้านการให้ความช่วยเหลือ ทางอำเภอน้ำปาดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายและรายงานเพื่อประสานให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งได้ที่ผู้นำชุมชนในพื้นที่
JJNY : ชาวนาสุดท้อ กัดฟันสู้ ‘ต้นทุน’ พุ่ง│เปิดโครงการกิจกรรมรวมรุ่นยุวชนปชต.│อุตรดิตถ์ฝนตกหนัก│นร.พื้นที่ชายแดน กังวล
https://www.matichon.co.th/region/news_5271891
.
.
.
อุตรดิตถ์ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วม บ้านเรือนเสียหายนับร้อยหลัง
https://www.matichon.co.th/region/news_5271866
.
อุตรดิตถ์ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วม บ้านเรือนเสียหายหลายนับร้อยหลัง
.
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานการช่วยเหลือหลังน้ำป่าที่ไหลหลากและท่วมในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ของเข้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆในโดยชุดกู้ภัยทางน้ำโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก มณฑลทหารบกที่ 35 จ.อุตรดิตถ์ ทำการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พบว่าบริเวณหลังเทศบาลฝากท่า อ.ฟากท่า มีบ้านเรือนจำนวน 200 หลังคาเรือนที่ได้ความเดือดร้อน ส่วนอีก 100 หลังคาเรือนที่เสียหายอยู่ในพื้นที่บ้านวังขวัญ หมู่ 9 ต.ฝากท่า และ บ้านวังขวัญ หมู่ 3 ต.ฝากท่า ซึ่งระดับน้ำลดเป็นปกติ แต่ฝนยังตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน
.
นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ทันทีที่เกิดน้ำท่วม ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ มอบกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือกล และแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่ง จ.อุตรดิตถ์ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภายในเทศบาลตำบลฟากท่า พร้อมเปิดเป็นศูนย์อพยพ รองรับประชาชนในเบื้องต้น หากไม่เพียงพอจะขยายไปยังโรงเรียนอนุบาลฟากท่าที่สามารถรองรับเพิ่มเติม
.
ล่าสุดน้ำที่ อ.ฟากท่า เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ปริมาณน้ำบางส่วนกำลังไหลเข้าสู่ อ.น้ำปาดที่อยู่ตอนล่าง ซึ่งทางจังหวัด อำเภอน้ำปาด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ท้องที่ ก็เตรียมรับมือแล้ว
.
ขณะเดียวกันแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 2 สรุปความเสียหายทั้งหมด โดยน้ำท่วมทางหลวงหมายเลข 117 ตอน น้ำปาด-นาไพร ที่ กม. 368+175 – กม.368+ 900 น้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่การ จราจรยังไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากมีดินโคลนและเศษไม้ไหลมาทับถมผิวทาง โดยแขวงฯ จะดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าทำการแก้ไขและเคลียร์เส้นทางโดยด่วน น้ำท่วมสะพานและผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 117 ตอน น้ำปาด-นาไพร ที่ กม.352+800 น้ำได้ลดเข้าสู่ภาวะปกติแล้วและการจราจรสามารถผ่านได้ตามปกติ น้ำท่วมผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 117 ตอน น้ำปาด – นาไพร ที่ กม.343+870 น้ำได้ลดเข้าสู่ภาวะปกติแล้วและการจราจรสามารถผ่านได้ตามปกติ
.
ดินสไลท์ทับผิวทางทางหลวงหมายเลข 1083 ตอน ห้วยน้อยกา – เด่นชาติ ที่กม.31+300 การจราจรยังไม่สามารถผ่านได้ อยู่ระหว่างจัดเตรียมอุปกรณ์และขนย้ายเครื่องจักรเข้าดำเนินการแก้ไข
.
มีรายงานว่า อำเภอน้ำปาด และผู้นำท้องที่ ติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากรับมวลน้ำต่อจากอำเภอฟากท่าประกอบกับปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้เช้าวันนี้ (12 กรกฎาคม) บางพื้นที่มีน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรใน ต.เด่นเหล็ก ต.บ้านฝาย ต.แสนตอ และเส้นทางสัญจรเส้นทาง 1045 บริเวณสะพาน ห้วยพังงา บ้านปากปาด ต.แสนตอ อ.น้ำปาด น้ำท่วมสะพาน สูงประมาณ 40 ซ.ม.รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ แขวงทางหลวงได้ติดป้ายประกาศแจ้งเตือนผู้สัญจรต่อไป
.
ในด้านการให้ความช่วยเหลือ ทางอำเภอน้ำปาดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายและรายงานเพื่อประสานให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งได้ที่ผู้นำชุมชนในพื้นที่