1. F1: The Movie / เปิดตัว 55.6 ล้านเหรียญ เป็นหนังที่เปิดตัวอันดับ 2 ตลอดกาลของ Brad Pitt รองลงมาจาก World War Z (66.4 ล้าน) เรื่องเดียว เป็นหนัง Original ที่เปิดตัวสูงที่สุดในปีนี้ และทำลายคำพยากรณ์ของสื่อต่างๆก่อหน้านี้ว่า F1 จะเปิดตัวราว 35-40 ล้านลงได้อย่างงดงาม รายได้ Actual ที่จะออกคืนนี้อาจจะสูงกว่านี้อีกราว 2-3 ล้านเหรียญกลายเป็น 57-58 ล้านเนื่องจาก WoM นั้นดีขั้นสุด และรายได้วันอาทิตย์อาจจะตกลงน้อยกว่า Estimation
บางคนอาจจะคิดว่าทุน 200-300 ล้านเปิดตัวเท่านี้ยังไงก็เจ๊ง แต่อย่าลืมว่ามันคือหนังที่ Apple ออกเงินซื้อสิทธิ์มาจากบริษัทที่สร้าง 100% และดั้งเดิมมันสร้างขึ้นมาเพื่อลง TV+ เป็น Exclusive Content อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อหนังฮิตติดลมบน Overperform กันขนาดนี้ทาง WB ซึ่งทำสัญญาเป็นผู้จัดจำหน่ายและผู้บริหารการจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์ รวมทั้งช่องทาง Home Entertainment และ Digital Purchase มีแต่ได้กับได้กับได้ จากส่วนแบ่งค่าตั๋วและยอดขาย Home Entertainment ในอนาคต
โดยมีรายงานว่ารายได้ของ F1 มาจากยอดขายตั๋วจากโรง IMAX ถึง 12.8 ล้านเหรียญหรือ 23% ของรายได้รวม และเมื่อรวมเข้ากับโรง PLF จะกลายเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 55% เลยทีเดียว
2. How to Train Your Dragon / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 3 ไป 19.4 ล้าน ซึ่งตั้งแต่วันนี้จะเปลี่ยนตัวเปรียบเทียบเป็น The Little Mermaid ปรากฎว่ารายได้วันนี้ของ HTTYD น้อยกว่า The Little Mermaid อยู่ 16% จากรายได้รวม 17 วันไปจนจบการฉาย The Little Mermaid ทำรายได้เพิ่มไปอีก 69 ล้าน เท่ากับว่า HTTYD น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 58 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 260-265 ล้านเหรียญ
3. Elio / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 2 ไป 10.7 ล้าน ลดลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้ว 48.7% น้อยกว่า The Wild Robot อยู่ 43% จากรายได้รวม 10 วันไปจนจบการฉาย The Wild Robot ทำรายได้เพิ่มไปอีก 79.7 ล้าน เท่ากับว่า Stitch น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 45.4 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 85-90 ล้านเหรียญ
4. M3GAN 2.0 / หมดคำพูดสำหรับการล้มคว่ำอย่างไม่เป็นท่าของ M3GAN 2.0 ทำรายได้เปิดตัวได้เพียง 10.2 ล้านเหรียญ หรือ -66% เมื่อเทียบกับภาคแรก และเป็นหนึ่งในหนังภาคต่อที่เปิดตัวแย่ที่สุดเมื่อเทียบอัตราส่วนกับภาคแรก The Marvels (-72%), Joker: Folie a Deux (-61%), Aquaman and the Lost Kingdom (-59%)
5. 28 Years Later / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 2 ไป 9.7 ล้าน ลดลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้วถึง 67.7% น้อยกว่า Halloween Killsอยู่ 33% จากรายได้รวม 10 วันไปจนจบการฉาย Halloween Kills ทำรายได้เพิ่มไปอีก 18.9 ล้าน เท่ากับว่า Stitch น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 12.7 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 60-65 ล้านเหรียญ
6. Lilo & Stitch / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 6 ไป 6.9 ล้าน มากกว่า The Little Mermaid อยู่ 43% จากรายได้รวม 38 วันไปจนจบการฉาย The Little Mermaid ทำรายได้เพิ่มไปอีก 17 ล้าน เท่ากับว่า Stitch น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 21.8 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 415-425 ล้านเหรียญ
7. Mission: Impossible - The Final Reckoning / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 6 ไป 4.2 ล้าน ขอไม่เปรียบเทียบกับภาค Fallout ในสุดสัปดาหืนี้เนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ 6 ของ Fallout คือหยุดยาว Labor Day Weekend แต่คาดว่ารายได้สุดท้ายจะได้ที่ประมาณ 200-205 ล้านเหรียญ
8. Materialists / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 3 ไป 3 ล้าน คาดว่ารายได้สุดท้ายจะจบที่ราว 35 ล้านเหรียญ
9. From the World of John Wick: Ballerina / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 4 ไป 2.1 ล้าน คาดว่ารายได้สุดท้ายจะจบที่ราว 60 ล้านเหรียญ
10. Karate Kid: Legends / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 5 ไป 1 ล้าน คาดว่ารายได้สุดท้ายจะจบที่ราว 53-55 ล้านเหรียญ

ขอบคุณภาพจาก boxofficemojo.com
Daily Box Office Report: 26/06/2025 และ Weekend Estimation: 27-29/06/2025
บางคนอาจจะคิดว่าทุน 200-300 ล้านเปิดตัวเท่านี้ยังไงก็เจ๊ง แต่อย่าลืมว่ามันคือหนังที่ Apple ออกเงินซื้อสิทธิ์มาจากบริษัทที่สร้าง 100% และดั้งเดิมมันสร้างขึ้นมาเพื่อลง TV+ เป็น Exclusive Content อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อหนังฮิตติดลมบน Overperform กันขนาดนี้ทาง WB ซึ่งทำสัญญาเป็นผู้จัดจำหน่ายและผู้บริหารการจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์ รวมทั้งช่องทาง Home Entertainment และ Digital Purchase มีแต่ได้กับได้กับได้ จากส่วนแบ่งค่าตั๋วและยอดขาย Home Entertainment ในอนาคต
โดยมีรายงานว่ารายได้ของ F1 มาจากยอดขายตั๋วจากโรง IMAX ถึง 12.8 ล้านเหรียญหรือ 23% ของรายได้รวม และเมื่อรวมเข้ากับโรง PLF จะกลายเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 55% เลยทีเดียว
2. How to Train Your Dragon / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 3 ไป 19.4 ล้าน ซึ่งตั้งแต่วันนี้จะเปลี่ยนตัวเปรียบเทียบเป็น The Little Mermaid ปรากฎว่ารายได้วันนี้ของ HTTYD น้อยกว่า The Little Mermaid อยู่ 16% จากรายได้รวม 17 วันไปจนจบการฉาย The Little Mermaid ทำรายได้เพิ่มไปอีก 69 ล้าน เท่ากับว่า HTTYD น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 58 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 260-265 ล้านเหรียญ
3. Elio / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 2 ไป 10.7 ล้าน ลดลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้ว 48.7% น้อยกว่า The Wild Robot อยู่ 43% จากรายได้รวม 10 วันไปจนจบการฉาย The Wild Robot ทำรายได้เพิ่มไปอีก 79.7 ล้าน เท่ากับว่า Stitch น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 45.4 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 85-90 ล้านเหรียญ
4. M3GAN 2.0 / หมดคำพูดสำหรับการล้มคว่ำอย่างไม่เป็นท่าของ M3GAN 2.0 ทำรายได้เปิดตัวได้เพียง 10.2 ล้านเหรียญ หรือ -66% เมื่อเทียบกับภาคแรก และเป็นหนึ่งในหนังภาคต่อที่เปิดตัวแย่ที่สุดเมื่อเทียบอัตราส่วนกับภาคแรก The Marvels (-72%), Joker: Folie a Deux (-61%), Aquaman and the Lost Kingdom (-59%)
5. 28 Years Later / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 2 ไป 9.7 ล้าน ลดลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้วถึง 67.7% น้อยกว่า Halloween Killsอยู่ 33% จากรายได้รวม 10 วันไปจนจบการฉาย Halloween Kills ทำรายได้เพิ่มไปอีก 18.9 ล้าน เท่ากับว่า Stitch น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 12.7 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 60-65 ล้านเหรียญ
6. Lilo & Stitch / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 6 ไป 6.9 ล้าน มากกว่า The Little Mermaid อยู่ 43% จากรายได้รวม 38 วันไปจนจบการฉาย The Little Mermaid ทำรายได้เพิ่มไปอีก 17 ล้าน เท่ากับว่า Stitch น่าจะทำรายได้เพิ่มอีกราว 21.8 ล้าน รวมเป็นรายได้สุดท้ายที่ประมาณ 415-425 ล้านเหรียญ
7. Mission: Impossible - The Final Reckoning / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 6 ไป 4.2 ล้าน ขอไม่เปรียบเทียบกับภาค Fallout ในสุดสัปดาหืนี้เนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ 6 ของ Fallout คือหยุดยาว Labor Day Weekend แต่คาดว่ารายได้สุดท้ายจะได้ที่ประมาณ 200-205 ล้านเหรียญ
8. Materialists / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 3 ไป 3 ล้าน คาดว่ารายได้สุดท้ายจะจบที่ราว 35 ล้านเหรียญ
9. From the World of John Wick: Ballerina / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 4 ไป 2.1 ล้าน คาดว่ารายได้สุดท้ายจะจบที่ราว 60 ล้านเหรียญ
10. Karate Kid: Legends / ทำรายได้สุดสัปดาห์ที่ 5 ไป 1 ล้าน คาดว่ารายได้สุดท้ายจะจบที่ราว 53-55 ล้านเหรียญ
ขอบคุณภาพจาก boxofficemojo.com