“นักปฏิบัติฐานวัฒนธรรม” (Culturally Grounded Practitioner)

ในโลกที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา และวิถีชีวิต แนวคิดเรื่อง “นักปฏิบัติฐานวัฒนธรรม” (Culturally Grounded Practitioner) ไดกลายเป็นหนึ่งในกรอบคิดสำคัญสำหรับการทำงานเชิงพื้นที่และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

คำนี้มิได้หมายถึงเพียงผู้รู้วัฒนธรรม แต่หมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติงานโดยยึด “วัฒนธรรมของผู้คน” เป็นฐานในการคิด การออกแบบ และการลงมือทำ
วัฒนธรรมในที่นี้ หมายถึงทั้งระบบความเชื่อ ความสัมพันธ์ ภาษา ขนบประเพณี วิถีชีวิต และรวมถึง ศาสนา ในฐานะหนึ่งของระบบความหมายที่ผู้คนใช้ดำรงชีวิต

นักปฏิบัติฐานวัฒนธรรมมีลักษณะสำคัญ เช่น
-ยึดหลักการเคารพรากของผู้คน ไม่ตัดสินจากมาตรฐานเดียว
-ทำงานโดยอาศัยการฟังและการเรียนรู้ร่วมกันมากกว่าการนำเข้าแนวทางสำเร็จรูป
-มองว่าความเข้าใจในระดับลึก (deep culture) สำคัญกว่ารูปแบบภายนอก

** การใช้งานในบริบทสากลและไทย

แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ในการทำงานด้านสุขภาพ การศึกษา การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง และกระบวนการสร้างสันติภาพในหลากหลายประเทศ
ในชุมชนที่ศาสนาเป็นศูนย์กลางของชีวิต เช่น ชนพื้นเมือง มุสลิม หรือชุมชนพุทธในชนบท ศาสนาจึงกลายเป็นหนึ่งใน “ฐานวัฒนธรรม” ที่ต้องเข้าใจ ไม่ใช่เพียงในมิติความเชื่อ แต่ในฐานะที่กำหนดรูปแบบการอยู่ร่วมกันของผู้คน

ในประเทศไทย แม้คำว่า “นักปฏิบัติฐานวัฒนธรรม” ยังไม่เป็นศัพท์ทางการที่ใช้ในนโยบาย แต่มีการปฏิบัติในภาคสนามแล้วอย่างแพร่หลาย
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครูชายแดน นักพัฒนาในชุมชนชาติพันธุ์ หรือองค์กรที่ทำงานด้านความยุติธรรมในพื้นที่พหุวัฒนธรรม
หลายกลุ่มทำงานโดยเชื่อมโยง “ราก” ของผู้คนเข้ากับเครื่องมือร่วมสมัย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปะทะกับอัตลักษณ์

**บทส่งท้าย

"นักปฏิบัติฐานวัฒนธรรม" จึงมิใช่เพียงผู้ให้บริการหรือแก้ปัญหา
แต่คือผู้ที่พยายาม เข้าใจผู้คนจากสิ่งที่พวกเขายึดถือไม่ว่าจะเป็นภาษา พิธีกรรม ความทรงจำร่วม หรือศรัทธาทางศาสนา
ทุกการรับฟังและการทำงานร่วมกับความหลากหลาย คือการฝึกฝนตนบนเส้นทางนี้
เส้นทางที่เราคนไทยทุกคน และโลกยังต้องร่วมกันเรียนรู้… และยืนอยู่บนพื้นดิน ในโลกแห่งความหลากหลาย ของความเคารพ ซึ่งกันและกัน


Deep Think
เยาฮารี กับ ChatGPT ในค่ำของวันนี้ที่ประเทศไทย 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่