พอดีมีคำถามหนึ่งถามเราน่าสนใจว่า - ต้องมีทรัพย์สินเป็นจำนวนเท่าไรถึงจะสามารถเรียกได้ว่ามีฐานะและ/หรืออยู่ในระดับชนชั้นสูง
จากประสบการณ์จริงของเรา ฐานะการเงินทางสังคมมันไม่มีเส้นแบ่งตายตัวแยกเหมือนห้องชั้นเรียนว่า ห้อง King ห้อง Queen สำหรับนักเรียนที่เรียน Above average / Advanced Level หรือที่เรียกง่ายๆว่า ห้องเด็กฉลาด
แต่เนื่องด้วยส่วนสำคัญตัวแปรคือคอนเนคชั่นทางสังคม Social Connection มันทำให้แบ่งแยกกลุ่มได้
เช่น ครอบครัวเรา มีคอนเนคชั่น ทางสังคมฐานะปานกลางตอนปลายไปถึงชนชั้นสูงนิดๆเพราะต้องติดต่อทำงานด้วยกันกับกลุ่มคนเหล่านี้ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เอื้ออำนวยผลประโยชน์ซึ่งกันและกันและบ่อยครั้งคือการสร้างเครดิต การให้ผลประโยชน์ ช่วยเหลือล่วงหน้า เพื่อวางรากฐานในการเชื่อมต่อขยายธุรกิจต่อห่วงโซ่ให้ยาวขึ้น ง่ายๆคือ การต่อยอดและรวมถึงการรู้จักคนในแวดวงธุรกิจเดียวกัน คู่แข่ง การต่อรอง มากขึ้น
ในวงสังคมเรามันก็คนเดิมๆกลุ่มเดิม เลยพอจะรู้ว่า คนนี้ ครอบครัวนี้ บริษัทนี้ การเงิน การดำรงชีวิตเป็นยังไง เพราะต้องมีการสังสรรค์ร่วมกลุ่มนอกรอบกันอยู่เสมอ ใครเป็นยังไงก็รู้กันหมด คบกันอยู่แค่นี้ จอมปลอมใส่หน้ากากเข้าหากันบ้าง จริงใจเป็นเพื่อนจริงจังกันก็เยอะ แต่ส่วนมากเท่าที่เห็น คนไหนมี Power อยู่ในมือสูง ก็จะมีคนล้อมรอบ เชิญไปงานอยู่ไม่ขาด มีของฝากราคาแพงๆมาให้อยู่ตลอด
สำหรับตามความเข้าใจเรานะ คนที่รวย คือคนที่มีรายได้มากกว่ารายจ่าย หักลบหนี้สิน หักลบค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันต่อเดือนแล้ว เงินยังเหลือพอใช้จ่ายได้แบบสบายๆไม่ขัดสน ส่วน Life Style การใช้ชีวิตค่าใช้จ่ายต่างๆก็ขึ้นอยู่กับคนๆนั้นด้วย
Active Income + Passive Income - Expenses = Net income
All Assets - All Liabilities = Net Worth
สาเหตุที่เราคิดแบบนี้เพราะ (ตัวเลขต่อไปนี้คือตัวเลขสมมติ ตัวเลขกลมๆเพื่อความเข้าใจได้ง่าย)
หมายเหตุ: เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน ทรัพย์สิน เงินออม หุ้นต่างๆ ในระดับพื้นฐานเท่านั้น แต่ตอนนี้เหตุการณ์บังคับให้เรียนรู้ สนใจ เข้าใจ เจาะลึก ในระดับที่พึ่งพาตัวเองได้บ้าง
เรายังเรียนหนังสืออยู่แต่ได้มรดกมาจากพ่อแม่
เราได้มรดกมาแบ่งกันแล้วกับพี่ เราไม่มีครอบครัว (คู่สมรส) ไม่มีหนี้สิน เรียนหนังสืออยู่ และอาศัยอยู่ที่บ้านกับพี่ๆ ดังนั้น ค่าใช้จ่ายเรา คือค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น เติมน้ำมันรถ ค่าเสื้อผ้า ค่ากินข้าวเวลาอยู่นอกบ้าน เป็นต้น
เราได้ Investment Portfolio = พอร์ตการลงทุนที่แบ่งมาแล้ว จาก หลายๆแหล่ง เช่น หุ้น ธนบัตร อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ ส่วนต่างจากอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา จำนวน 200,000,000.00 บาท
เงินปันผลประโยชน์จากพอร์ตประมาณ 6.5% ต่อปี
= 13,000,000.00 บาทต่อปี
ค่าใช้จ่ายต่างๆส่วนตัวต่อปีประมาณ 1,200,000.00 ล้านบาท
ส่วนต่างหลังจากหักภาษี หักค่าใช้จ่ายต่างๆ เหลือเก็บอีกประมาณ 40% สุทธิต่อปี
คร่าวๆก็แบบนี้ค่ะ ที่เราจัดว่าเราอยู่ในสังคมฐานะระดับกลางตอนปลายค่อนไปทางสูง ถ้าเราเข้าใจผิดตรงไหนก็รบกวนแนะนำด้วยนะคะ นี้คือสิ่งที่เราเรียนรู้มาจากประสบการณ์ตัวเองล้วนๆที่พบเจอมากับตัวเอง
ท่านอื่นๆมีความคิดอย่างไรคะ?
ตามความเข้าใจในการแบ่งระดับฐานะทางสังคม + Investment Portfolio