อาจารย์ มช.แฉพฤติกรรมคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ ล็อคเป้านักศึกษาเอาชื่อ-โปรไฟล์อาจารย์ แอบอ้างลวง นศ.จัดโครงการพาเด็กไปต่างประเทศ ผู้ปกครองหมดตัวถูกหลอกโอนเงิน 2 ล้าน พบแจ้งความแล้วกว่าสิบราย เสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน คาดเหยื่ออีกมากทั่วประเทศ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงปฏิบัติการหลอกลวงประชาชนไม่หยุดหย่อน ล่าสุดงัดมุกใหม่อ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการให้ทุนพานักศึกษาไปดูงานและเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ
โดยให้จ่ายเฉพาะค่าดำเนินการขอวีซ่าและเงินสำหรับทำสเตรทเม้นท์ ซึ่งนอกจากจะได้รับทุนเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ยังจะได้รับการตอบรับเข้าทำงานในบริษัทของต่างประเทศอีกด้วย
มีผู้ปกครองหลายรายหลงเชื่อ โอนเงินสูญไปแล้วกว่า 5 ล้านบาท บางรายถูกหลอกจนหมดตัว แถมยังเป็นหนี้ที่ไปกู้ยืมมา หวังให้ลูกหลานได้ไปต่างประเทศ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สายไปแล้ว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรนุช ศิริวิทยากร รองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ เปิดเผยเรื่องนี้ว่า
กลางเดือนที่ผ่านมีผู้อำนวยการสถาบันภาษาซึ่งเป็นหน่วยงานใน มช. สอบถามมาว่ามีนักศึกษาปี 4 คนหนึ่ง ได้ทุนไปดูงานต่างประเทศตามโครงการที่ระบุชื่อของเธอเป็นเจ้าของโครงการ แต่จะต้องเสียเงินค่าทำวีซ่าและค่าดำเนินการ เธอจึงยืนยันไปว่าไม่ได้ทำโครงการนี้ น่าจะเป็นโครงการปลอม ก่อนจะมาทราบภายหลังว่านักศึกษาได้โอนเงินไปแล้ว 8 แสนบาท
หลังจากนั้นได้มีนักศึกษาและผู้ปกครองอีกหลายรายทั้งในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วประเทศ ทยอยโทรศัพท์มาสอบถามถึงโครงการในลักษณะเดียวกัน ทำให้ทราบว่ามีการนำชื่อและภาพถ่ายของเธอไปปลอมโปรไฟล์หลอกลวงนักศึกษา อ้างทำโครงการพานักศึกษาไปต่างประเทศ
โดยทราบว่ามีนักศึกษาและผู้ปกครองถูกหลอกนับสิบราย โดยโอนเงินเข้าบัญชีมิจฉาชีพ รายละ 2 ล้าน , 1 ล้าน 8 แสนบาท และ หลักแสนอีกหลายคน แต่ก็มีอีกหลายคนที่โทรศัพท์มาสอบถามกับเธอที่คณะมนุษยศาสตร์ มช. เพราะสงสัยว่าลูกหลานอยู่มหาวิทยาลัยอื่น แต่ทำไมต้องมาร่วมโครงการกับอาจารย์ มช. ทำให้ไหวตัวทันไม่ได้โอนเงิน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรนุช เชื่อว่ามิจฉาชีพจะสุ่มหาข้อมูลชื่อสกุลและตำแหน่งจากเวปไซต์ของมหาวิทยาลัย จากนั้นจะก็อปภาพไปทำโปรไฟล์ไลน์ ใช้หลอกลวงเหยื่อที่เป็นกลุ่มนักศึกษา โดยฝากเตือนผู้ปกครองว่า แม้มหาวิทยาลัยจะมีโครงการพานักศึกษาไปดูงานต่างประเทศจริง แต่ทุกโครงการเป็นกระบวนการที่ตรวจสอบได้ถูกต้องชัดเจน โดยนักศึกษาสามารถติดต่อสอบถามด้วยตัวเอง ได้ที่คณะที่จัดทำโครงการ ที่สำคัญจะไม่มีการให้โอนเงินค่าดำเนินการต่างๆ เข้าบัญชีส่วนของอาจารย์หรือบุคลากรของมหาวิทยาลัย
อาจารย์ธีรนุช บอกว่า รู้สึกเครียดที่ถูกแอบอ้างชื่อ เพราะเสื่อมเสียชื่อเสียง และยังรู้สึกเป็นห่วงที่ผู้ปกครองและนักศึกษาที่ถูกหลอกเสียเงิน อยากให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ให้ทุกคนได้รู้เท่าทันถึงกลอุบายเหล่านี้จะได้ไม่ถูกหลอกลวงไปมากกว่านี้
ผู้ปกครองนักศึกษา มช. หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า ลูกชายได้รับการติดต่อให้ร่วมโครงการไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา โดยบอกว่าเป็นโครงการของอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มช.
จากนั้นให้แม่แอดไลน์เพื่อแจ้งรายละเอียด โดยแจ้งมาว่าต้องใช้เงิน 3 ล้านบาท เป็นค่าวีซ่าและทำสเตรทเม้นม์ ด้วยความอยากให้ลูกได้รับประสบการณ์ในต่างประเทศ จึงตัดสินใจใช้เงินเก็บของครอบครัวและไปกู้ยืมเงินมาเพิ่ม
โอนเงินให้ครั้งละ 5 แสนบาท รวม 4 ครั้ง
ครั้งล่าสุดเย็นของวันที่ 3 มิถุนายน รวมทั้งหมด 2 ล้าน
ปรากฏว่าหลังโอนครั้งล่าสุด ก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย เมื่อโทรมาถามที่คณะก็ทราบว่าถูกหลอก
คุณแม่รายนี้ถึงกับร้องไห้บอกว่าเดือดร้อนมาก เธอมีลูกสามคน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ไม่มีเงินส่งลูกๆ เรียนอีกแล้ว แถมยังเป็นหนี้ที่ไปยืมมาอีกหลายแสน
ตอนนี้แจ้งความแล้ว อยากขอให้ตำรวจเร่งรัดอายัดตามเงินคืน เพราะหมดตัวแล้ว พร้อมเตือนผู้ปกครองให้ตรวจสอบให้รอบคอบ ให้มาสอบถามทางมหาวิทยาลัยก่อนเพื่อความถูกต้อง
ที่มา : เชียงใหม่นิวส์
ข่าวแบบย่อ อ่านได้ที่ความคิดเห็น 1
แุก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้ปกครอง เสียหายไม่ต่ำกว่า5ล้าน อ้างชื่ออาจารย์ จัดโครงการไปต่างประเทศ
อาจารย์ มช.แฉพฤติกรรมคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ ล็อคเป้านักศึกษาเอาชื่อ-โปรไฟล์อาจารย์ แอบอ้างลวง นศ.จัดโครงการพาเด็กไปต่างประเทศ ผู้ปกครองหมดตัวถูกหลอกโอนเงิน 2 ล้าน พบแจ้งความแล้วกว่าสิบราย เสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน คาดเหยื่ออีกมากทั่วประเทศ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงปฏิบัติการหลอกลวงประชาชนไม่หยุดหย่อน ล่าสุดงัดมุกใหม่อ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการให้ทุนพานักศึกษาไปดูงานและเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ
โดยให้จ่ายเฉพาะค่าดำเนินการขอวีซ่าและเงินสำหรับทำสเตรทเม้นท์ ซึ่งนอกจากจะได้รับทุนเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ยังจะได้รับการตอบรับเข้าทำงานในบริษัทของต่างประเทศอีกด้วย
มีผู้ปกครองหลายรายหลงเชื่อ โอนเงินสูญไปแล้วกว่า 5 ล้านบาท บางรายถูกหลอกจนหมดตัว แถมยังเป็นหนี้ที่ไปกู้ยืมมา หวังให้ลูกหลานได้ไปต่างประเทศ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สายไปแล้ว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรนุช ศิริวิทยากร รองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ เปิดเผยเรื่องนี้ว่า
กลางเดือนที่ผ่านมีผู้อำนวยการสถาบันภาษาซึ่งเป็นหน่วยงานใน มช. สอบถามมาว่ามีนักศึกษาปี 4 คนหนึ่ง ได้ทุนไปดูงานต่างประเทศตามโครงการที่ระบุชื่อของเธอเป็นเจ้าของโครงการ แต่จะต้องเสียเงินค่าทำวีซ่าและค่าดำเนินการ เธอจึงยืนยันไปว่าไม่ได้ทำโครงการนี้ น่าจะเป็นโครงการปลอม ก่อนจะมาทราบภายหลังว่านักศึกษาได้โอนเงินไปแล้ว 8 แสนบาท
หลังจากนั้นได้มีนักศึกษาและผู้ปกครองอีกหลายรายทั้งในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วประเทศ ทยอยโทรศัพท์มาสอบถามถึงโครงการในลักษณะเดียวกัน ทำให้ทราบว่ามีการนำชื่อและภาพถ่ายของเธอไปปลอมโปรไฟล์หลอกลวงนักศึกษา อ้างทำโครงการพานักศึกษาไปต่างประเทศ
โดยทราบว่ามีนักศึกษาและผู้ปกครองถูกหลอกนับสิบราย โดยโอนเงินเข้าบัญชีมิจฉาชีพ รายละ 2 ล้าน , 1 ล้าน 8 แสนบาท และ หลักแสนอีกหลายคน แต่ก็มีอีกหลายคนที่โทรศัพท์มาสอบถามกับเธอที่คณะมนุษยศาสตร์ มช. เพราะสงสัยว่าลูกหลานอยู่มหาวิทยาลัยอื่น แต่ทำไมต้องมาร่วมโครงการกับอาจารย์ มช. ทำให้ไหวตัวทันไม่ได้โอนเงิน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรนุช เชื่อว่ามิจฉาชีพจะสุ่มหาข้อมูลชื่อสกุลและตำแหน่งจากเวปไซต์ของมหาวิทยาลัย จากนั้นจะก็อปภาพไปทำโปรไฟล์ไลน์ ใช้หลอกลวงเหยื่อที่เป็นกลุ่มนักศึกษา โดยฝากเตือนผู้ปกครองว่า แม้มหาวิทยาลัยจะมีโครงการพานักศึกษาไปดูงานต่างประเทศจริง แต่ทุกโครงการเป็นกระบวนการที่ตรวจสอบได้ถูกต้องชัดเจน โดยนักศึกษาสามารถติดต่อสอบถามด้วยตัวเอง ได้ที่คณะที่จัดทำโครงการ ที่สำคัญจะไม่มีการให้โอนเงินค่าดำเนินการต่างๆ เข้าบัญชีส่วนของอาจารย์หรือบุคลากรของมหาวิทยาลัย
อาจารย์ธีรนุช บอกว่า รู้สึกเครียดที่ถูกแอบอ้างชื่อ เพราะเสื่อมเสียชื่อเสียง และยังรู้สึกเป็นห่วงที่ผู้ปกครองและนักศึกษาที่ถูกหลอกเสียเงิน อยากให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ให้ทุกคนได้รู้เท่าทันถึงกลอุบายเหล่านี้จะได้ไม่ถูกหลอกลวงไปมากกว่านี้
ผู้ปกครองนักศึกษา มช. หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า ลูกชายได้รับการติดต่อให้ร่วมโครงการไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา โดยบอกว่าเป็นโครงการของอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มช.
จากนั้นให้แม่แอดไลน์เพื่อแจ้งรายละเอียด โดยแจ้งมาว่าต้องใช้เงิน 3 ล้านบาท เป็นค่าวีซ่าและทำสเตรทเม้นม์ ด้วยความอยากให้ลูกได้รับประสบการณ์ในต่างประเทศ จึงตัดสินใจใช้เงินเก็บของครอบครัวและไปกู้ยืมเงินมาเพิ่ม
โอนเงินให้ครั้งละ 5 แสนบาท รวม 4 ครั้ง
ครั้งล่าสุดเย็นของวันที่ 3 มิถุนายน รวมทั้งหมด 2 ล้าน
ปรากฏว่าหลังโอนครั้งล่าสุด ก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย เมื่อโทรมาถามที่คณะก็ทราบว่าถูกหลอก
คุณแม่รายนี้ถึงกับร้องไห้บอกว่าเดือดร้อนมาก เธอมีลูกสามคน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ไม่มีเงินส่งลูกๆ เรียนอีกแล้ว แถมยังเป็นหนี้ที่ไปยืมมาอีกหลายแสน
ตอนนี้แจ้งความแล้ว อยากขอให้ตำรวจเร่งรัดอายัดตามเงินคืน เพราะหมดตัวแล้ว พร้อมเตือนผู้ปกครองให้ตรวจสอบให้รอบคอบ ให้มาสอบถามทางมหาวิทยาลัยก่อนเพื่อความถูกต้อง
ที่มา : เชียงใหม่นิวส์
ข่าวแบบย่อ อ่านได้ที่ความคิดเห็น 1