ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษค้นพบฟอสซิลส่วนหัวกะโหลกของ “อสูรทะเลยักษ์” ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 150 ล้านปี







ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษค้นพบฟอสซิลส่วนหัวกะโหลกของ “อสูรทะเลยักษ์” ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 150 ล้านปี
ซึ่งฝังอยู่ในหน้าผาริมชายฝั่งยุคจูราสสิก (Jurassic Coast) อันเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของมณฑลดอร์เซ็ต (Dorset)
ทางตอนใต้ของสหราชอาณาจักร

ฟอสซิลดังกล่าวเป็นของ “ไพลโอซอร์ pliosour สัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์จากยุคดึกดำบรรพ์
ซึ่งเป็นผู้ล่าที่ดุร้ายน่ากลัวแห่งท้องทะเลในอดีต โดยกะโหลกศีรษะยาว 2 เมตรนี้
เป็นชิ้นส่วนฟอสซิลของไพลโอซอร์ที่สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบมา

เรื่องราวของฟอสซิลกะโหลกศีรษะไพลโอซอร์ที่น่าตื่นตะลึงนี้ จะมีการนำเสนอในรายการสารคดีพิเศษของเซอร์ เดวิด แอตเทนบะระ
ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซีวัน (BBC One) ในวันขึ้นปีใหม่ 2024 ที่จะถึงนี้ด้วยดร.สตีฟ เอ็ตช์
นักบรรพชีวินวิทยาซึ่งทำงานในพื้นที่ชายฝั่งของอ่าวคิมเมอริดจ์ (Kimmeridge) มายาวนาน
บอกว่าฟอสซิลที่ถูกค้นพบครั้งนี้มีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่เขาได้เคยเห็นมา และมีเอกลักษณ์โดดเด่นชนิดที่ไม่มีฟอสซิลชิ้นใดเสมอเหมือน

“ขากรรไกรล่างและหัวกะโหลกส่วนบนของมัน สบประสานเข้าด้วยกันพอดีอย่างลงตัวเหมาะเจาะ
เหมือนกับตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ ฟอสซิลที่ถูกค้นพบแล้วทั่วโลกนั้น
แทบจะไม่มีชิ้นใดเลยที่ยังคงมีรายละเอียดหลงเหลืออยู่มากขนาดนี้ และแม้รูปทรงของมันจะบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย
แต่กระดูกทุกชิ้นยังอยู่ครบ ต่างจากฟอสซิลคุณภาพดีจำนวนมากที่ล้วนมีชิ้นส่วนบางอันขาดหายไปอย่างละนิดละหน่อย” ดร. เอ็ตช์ กล่าว
สัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ชนิดนี้ มีเรี่ยวแรงมหาศาล เฉพาะแรงกัดอย่างเดียว เป็นรองแค่ทีเร็กซ์
 
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันสามารถจับปลา,สสัตว์น้ำ,สัตว์เลื้อยคลาน รวมทั้งสัตว์เลือดอุ่นขนาดเล็ก และ ขนาดกลางๆในสมัยนั้นกินได้อย่างสบายเพียงไร(บทความเสริม ถูกค้นพบ 12ธันวาคม 2566)

คุณเดวิด แอตเทนบะระ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


ที่มาของการค้นพบฟอสซิลหัวกะโหลกยักษ์ของไพลโอซอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เช่นกัน
โดยมีผู้พบฟอสซิลส่วนจมูกตกอยู่ที่พื้นชายหาดโดยบังเอิญ แต่มันหนักอึ้งเกินที่จะแบกไปคนเดียวได้
ผู้ค้นพบจึงติดต่อทีมของดร.เอ็ตช์ ให้มานำไปศึกษา โดยทีมนักบรรพชีวินวิทยาที่มาถึงได้ช่วยกันทำเปลหามง่าย ๆ
เพื่อขนชิ้นส่วนฟอสซิลไปยังห้องปฏิบัติการ
หลังจากนั้นทีมของดร. เอ็ตช์ ได้ใช้โดรนบินสำรวจหน้าผาที่ติดกับชายหาด
ซึ่งคาดว่าฟอสซิลส่วนจมูกร่วงหล่นลงมาจากส่วนหัวและลำตัวที่ยังคงติดอยู่ในหน้าผาด้านบน
โดยพวกเขาต้องระบุตำแหน่งให้ได้ว่า จุดที่บรรจุซากฟอสซิลที่เหลือคือตรงไหนของหน้าผากันแน่
แม้จะค้นพบตำแหน่งที่ว่าแล้ว การสกัดฟอสซิลที่เหลือเพื่อนำออกมาจากหินผาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะทีมงานต้องห้อยโหนโยนตัวลงมาจากหน้าผา แล้วค่อย ๆ สกัดเอาฟอสซิลที่เปราะบางออกมาอย่างเบามือ
ขณะห้อยต่องแต่งที่ความสูง 15 เมตรเหนือพื้นดิน ซึ่งเป็นงานยากที่ต้องใช้ทักษะระดับสูง
และกินเวลานานหลายเดือนกว่าจะสามารถนำฟอสซิลออกมาทำความสะอาด และเตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาวิเคราะห์ของนักบรรพชีวินวิทยาทั่วโลกได้ต่อไป
ขอบคุณข้อมูลเพจ cr  ️จับกระแสโลกโซเชียล
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1312325224228077&set=a.471979198262688
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่