เกิดมาเพื่อเป็นทาสรับใช้ให้คนในบ้านอยากจบชีวิตตัวเองจริงๆ

สวัสดีครับผมมีเรื่ยงจะปรึกษา ตั้งแต่ผมเกิดผมก็โดนพี่สาวแกล้งและประชดพ่อแม่ตลอดนิสัยแกตอนวัยรุ่นก็เปรี้ยวจี๊ดมากเอาแต่ใจด่าเราตลอดจนจนพี่ใช้สั่งอะไรหรือให้ใช้ทำนูนทำนี่จิตใจเราแทบจะเป็นAIหุ่นยน์ไปแล้วจนนิสัยเราตั้งแต่จำความได้ถึงตอนนี้แทบไม่ค่อยประติเสธเลย  ช่วงเราอายุ9ขวบพี่สาวเรามีลูกคนแรก จนหลานครบ1ขวบพี่สาวก็เลิกกับพ่อเด็กไป และพี่สาวก็ทำงานต่างจังหวัดทิ้งลูกพ่อแม่และเราเลี้ยงใส่ใจมากเพราะเราก็เป็นคนชอบเด็กด้วยเลย รับผิดชอบเลี้ยงช่วยพ่อกับแม่ไปด้วยทุกอยากเลยไม่ว่าล้างก้นบ้างและ ทรงนม ป้อนข้าว ซักผ้าและตบตูดตอนนอนด้วย ดูแลแทบตลอดเวลาไม่เคยที่จะเล่นกับเพื่อนหรืออะไรเลยแต่ด้วยความที่เราไม่เคยมีเวลาของตัวเองหรือใช้ชีวิตตามภาษาวัยตัวเองผลกระทบที่ทำให้ชีวิตถึงตอนนี้คือความรู้ความสามารถของเราเรียนไม่ทันเพื่อนและเหมือนเด็กไม่เต็มร้อยพูดเปียบเทียบง่ายๆเด็กซื่อๆนี่เอง จนเรา13ขวบท่าตามวัยก็ม.1เราก็ไม่ได้เรียนเลยเพราะพ่อเห็นว่าเราอ่อนแอเป็นเด็กไม่ทันคน เพราะด้วยความที่พ่อเห็นเราอ่านหนังสือไม่เก่ง เลยไม่ให้เราไปเรียน แต่ด้วยความเราเชื่อฟังพ่อแม่มากๆรักท่านมาก จนพ่อแม่บังคับตัดสินใจทำอะไรเราก็ยอมเพื่อไม่อยากให้ท่าน ไม่พอใจตัวเราหรือตัดพ่อตัดแม่ จนหลานคนแรกครบ7ขวบพ่อของหลานก็เอาไปเลี้ยงเองเพราะเห็นว่าหลานไม่ค่อยได้หนังสือ  พจตอเราอายุได้15ปี มีแฟนใหม่จนพี่สาวก็มีลูกคนที่2 ตอนนั้นหลานก็2เดือน แม่เด็กก็เลิกกับสามีคนที่2อีกเช่นเคย คนที่รับผิดชอบก็ตัวเราสิครับและพ่อแม่ก็เลี้ยงช่วยเราด้วยบางเวลา หลานคนที่สอง ยอมรับเลยว่าหลานคนที่2เรารับผิดชอบทุกอย่างแทบจะเป็นลูกนึงได้เลยส่วนพ่อเด็กก็รับผิดชอบส่งเงินให้แม่เราอาทิต์ล่ะพันเงินนั่นเราไม่เคยจับเลยแต่เราก็คิดบวกแค่ว่าอาจเป็นค่ากับข้าวกับน้ำก็ได้ ส่วนพี่สาวเราหรือแม่ของเด็กก็ส่งเงินให้เราอาทิต์ล่ะพันเช่นกันแต่เราก็เอาไปจ่ายชื้อของนมแพมเพิสค่าน้ำมันค่าขนมหลานอีก เราเหลือใช้จริงๆแค่2ร้อยเอง เราก็รู้สึกท้อบ้างน้อยใจเล็กน้อยบ้าง จนหลานครบ4ขวบพอดีหลานก็ไปโรงเรียนได้บ้างจนเรามั่นใจจะออกจากที่บ้านเพราะเราก็อายุ20แล้วรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นทุกวันตั้งใจจะออกไปใช้ชีวิตตัวเองให้คุ้มค่าอีกไม่กี่วันเราก็จะออกไปทำงาน พอถึงวันนั่นก็มีเรื่ยงปวดหัวพี่สาวเราท้องลูกคนที่3แต่พี่สาวเราก็ตัดสินใจที่จะเลี้ยงเองแต่เงินที่ค่าใช้จ่ายของหลานคนที่2พ่อกับแม่และเราก็ต้องรับผิดชอบกันเองเองพี่สาวเราก็ตัดสินใจไม่ส่งเงินไม่รับผิดชอบอะไรเลยความรู้สึกพ่อกับแม่และสภาพจิตใจเราก็เมินเฉยไม่รู้สึกผิดไรเลยเราก็คิดบวกเข้าใจ จนป้าเรากู้เงินใช้ชื่อพ่อแม่เราเอาบ้านพ่อแม่ที่น้ำพักน้ำแรกที่หาสร้างมาด้วยกัน เอาใบที่ดินไปค่ำประกันจนป้าเราหักหลังไม่มีความรับผิดชอบไม่ชื่อสัตว์จนเรื่องถึงศาลสู้จนฎีกา จนฝั่งเราแพ้เพราะต้องร่วมชดใช้หนีร่วมกัน5แสนป้าเราก็เมินเฉยไม่รู้สึกผิดอะไรเลยพ่อกับแม่เราเหลือเงินไม่กี่หมื่นจะเอาที่ไหนไปบ้านก็จะโดนยึดอีกด้วย พ่อแม่เราก็ดิ้นรนหาเงินเพื่อปากท้องของหลานและเราและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นด้วยพ่อแม่เราก็เป็นแรงงานตากแดดเช้าถึงค่ำรื้อบ้านสูงๆ แต่เถ่าแก่ของพ่อแม่เราบังคับบ้าน1หลังต้องเสร็จวันเดียวไม่มีวันหยุดค่าแรงก็ไม่สมเหตุสมผล แต่จะทำยังไงได้เพราะภาระก็เยอะรายจ่ายเยอะกว่ารายรับแต่ท่าวันไหนหลานไปเรียนเราก็เอาเวลาว่างไปรับจ็อบแทนที่เงินที่เราหาชั่วคราวเราก็เงินนั่นชื้อนมชื้อขนมไม่มีเหลือให้ตัวเองได้ใช้เลย ทุกวันเรามีเงินชื่อขนมตัวเองแค่20ก็รู้สึกหรูแล้ว อีก5ปีหลานที่เราเลี้ยงก็9ขวบตอนนั่นเราก็25เป็นวัยกลางคนไปแล้ว และแล้วงานที่วุฒิเริ่มต้นแบบเราก็เริ่มไม่ค่อยมีคนรับทำงานแล้วด้วยประสบการ์ทำงานเราก็ไม่มีอีก ท่าเรายังจะทนเป็นทาสหรือขี่ข่าเป็นติดสินใจอะไรเลยเราก็ไม่มีวันค้นพบสิ่งที่เราชอบได้เลยมันเหมือนการหนีปัญหาไหมครับแค่ผมคิดหลานผมจะอยู่ยังไงแค่พ่อแม่ผมหาเงินยังไม่พอใช้เลยแถมผมมีเงินกินขนมแค่วันล่ะ20เองเด็กป.4 ป.5มีเงินกินขนมแพงกว่าผมตั้งหลายเท่า ผมก็ไม่จะเดินไปยังไงจริงๆ ขอบคุณมากๆครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่