ทรูล่มทั่วประเทศ กระทบผู้ใช้จำนวนมาก สภาผู้บริโภคชี้ ไทยเหลือแค่ 2 ค่ายใหญ่ สุ่มเสี่ยงหากทั้งพร้อมกัน เร่ง กสทช. ออกมาตรการเยียวยาอัตโนมัติกรณีสัญญาณมือถือล่ม – ทบทวนโครงสร้างตลาดโทรคมนาคม
กรณีระบบอินเทอร์เน็ตของทรูล่มทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. เป็นต้นมา ส่งผลให้ผู้ใช้งานจำนวนมากไม่สามารถติดต่อสื่อสารหรือใช้งานบริการต่าง ๆ ได้ ทั้งมือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน และแอปพลิเคชันที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายทรู ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อทางธุรกิจในประเทศและระหว่างประเทศ การนัดหมาย การติดต่อในภาวะฉุกเฉิน การโอนเงิน การเรียนออนไลน์ การทำงานทางไกล และระบบจองบริการต่าง ๆ
เหตุการณ์ทรูล่มส่งผลกระทบในวงกว้างเนื่องจากทรูมีผู้ใช้บริการมากกว่า 62.93 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 57.79% ของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดในประเทศไทย !!!!
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าความเสียหายของประชาชนกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศที่ใช้บริการทรูนั้น "อาจประเมินมูลค่าไม่ได้"
โดยเมื่อสืบค้นข้อมูลเหตุการณ์อินเทอร์เน็ตล่มในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้หลายครั้ง เช่น
----- 30 พฤษภาคม 2567 อินเทอร์เน็ตทรูล่มนานกว่า 5 ชั่วโมง
----- 27 เมษายน 2568 อินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre ล่มนานหลายชั่วโมง
----- 10 พฤษภาคม 2567 สัญญาณมือถือของ AIS ขัดข้องในหลายพื้นที่ เป็นต้น
“เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ......บางครั้งก็ไม่มีการเยียวยาอะไรเลย ผู้บริโภคก็ไม่รู้จะทำอย่างไร มันไม่ควรเป็นภาระของประชาชนที่จะต้องตามทวงสิทธิของตัวเอง”
ความถี่ของเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
แต่เป็น "ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง" !!!!
โดยเฉพาะในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลักเหลือเพียง 2 ราย กำลังสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางไซเบอร์
สิทธิของผู้บริโภค และระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะภายหลังการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
เป็นที่ประจักษ์จากเหตุการณ์นี้ว่า ความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศกำลังสั่นคลอน ในภาวะผูกขาด เมื่อหนึ่งในสองผู้ให้บริการมีปัญหาการส่งสัญญาณ ในขณะที่มีกระแสข่าวค่ายมือถือ AIS เสนอซื้อลูกค้าของ NT หรือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐที่มีสัดส่วนในตลาดโทรคมนาคมเพียง 1.26% (ประมาณ 1.4 ล้านเลขหมาย) อาจเป็นเหตุให้ NT ถอยออกไปจากการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม ซึ่งทำให้ภาครัฐไม่มีส่วนแบ่งในคลื่นสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตที่อยู่ในมือเอกชนเพียงแค่สองราย จนอาจกลายเป็นผลกระทบด้านลบต่อความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศ
ในขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่ายังผู้บริโภคจำนวนหนึ่งยังเห็น NT เป็นทางเลือกที่ 3 และต้องการยืนหยัดใช้บริการของ NT จึงเห็นว่ารัฐบาลควรสนับสนุน NT ให้ดำรงอยู่ในตลาดโทรคมนาคม และพัฒนาให้เป็นคู่แข่งที่สามในตลาด ที่จะสามารถเป็นกลไกถ่วงดุลและให้เป็นทางเลือกของผู้บริโภค
“ทรู ถือเป็นเครือข่ายหลัก ที่มีระบบเชื่อมโยงกับธุรกิจและบริการออนไลน์จำนวนมาก สัญญาณล่มครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ในฐานะบุคคลทั่วไป ที่ไม่สามารถใช้บริการพื้นฐานได้ และในฐานะผู้ประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ ....
หลายคนบ่นว่าสั่งข้าวไม่ได้ ติดต่อใครก็ไม่ได้ ระบบเรียนออนไลน์สะดุด และไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ จากทรูหรือ กสทช. ว่าเกิดอะไรขึ้น กว่าจะรู้ว่ามีปัญหาอะไร ก็ผ่านไปนานมากแล้ว” อนุกรรมการด้านการสื่อสารฯ สภาผู้บริโภค ระบุ
อนุกรรมการด้านการสื่อสารฯ สภาผู้บริโภค เรียกร้องให้ กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้อย่างโปร่งใสและออกมาตรการชดเชยแบบอัตโนมัติ ให้ผู้บริโภคทุกคนที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่ต้องร้องเรียนเป็นรายบุคคล เช่น ลดค่าบริการรายเดือน ขยายเวลาใช้งาน หรือเพิ่มสิทธิใช้งานพิเศษตามระยะเวลาที่ใช้งานไม่ได้
นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการส่งเสริมระบบอินเทอร์เน็ตกลางของภาครัฐ เพื่อใช้เป็นเครือข่ายสำรองในกรณีฉุกเฉิน ลดการพึ่งพาโครงข่ายของเอกชนเพียงไม่กี่รายที่อาจมีปัญหาได้ในเวลาเดียวกัน
นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว ยังเสนอให้การประมูลคลื่นความถี่ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ มีการกำหนด เงื่อนไขเกี่ยวกับการชดเชยและคุ้มครองผู้บริโภค เป็นข้อผูกพันของผู้ได้รับใบอนุญาตด้วย เพื่อให้การถือครองคลื่น ซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศ ไม่กลายเป็นเพียงสิทธิในการทำกำไรของเอกชนโดยไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคเปิดให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สามารถร้องเรียนผ่านสภาผู้บริโภค ที่เบอร์ 1502 หรือ เว็บไซต์สภาผู้บริโภค หรือร้องเรียนผ่านหน่วยงานประจำจังหวัดทั้ง 20 แห่งของสภาผู้บริโภค ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคเพื่อรวบรวมข้อมูลและดำเนินการในเชิงนโยบายหรือกฎหมาย
หากไม่มีการดำเนินการเยียวยาอย่างเหมาะสมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการ
“ทรูล่ม” สะท้อนจุดเสี่ยงความมั่นคงไซเบอร์
ทรูล่มทั่วประเทศ กระทบผู้ใช้จำนวนมาก สภาผู้บริโภคชี้ ไทยเหลือแค่ 2 ค่ายใหญ่ สุ่มเสี่ยงหากทั้งพร้อมกัน เร่ง กสทช. ออกมาตรการเยียวยาอัตโนมัติกรณีสัญญาณมือถือล่ม – ทบทวนโครงสร้างตลาดโทรคมนาคม
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าความเสียหายของประชาชนกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศที่ใช้บริการทรูนั้น "อาจประเมินมูลค่าไม่ได้"
โดยเฉพาะในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลักเหลือเพียง 2 ราย กำลังสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางไซเบอร์
หลายคนบ่นว่าสั่งข้าวไม่ได้ ติดต่อใครก็ไม่ได้ ระบบเรียนออนไลน์สะดุด และไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ จากทรูหรือ กสทช. ว่าเกิดอะไรขึ้น กว่าจะรู้ว่ามีปัญหาอะไร ก็ผ่านไปนานมากแล้ว” อนุกรรมการด้านการสื่อสารฯ สภาผู้บริโภค ระบุ