หาเงิน… เพื่อความมั่นคง หรือเพื่อความเข้าใจชีวิตกันแน่? (บทสะท้อนใจของคนวัยใกล้เกษียณที่เริ่มถามคำถามใหม่กับเงิน)

เมื่ออายุมากขึ้น
เรามักถูกถามว่า
“มีเงินเก็บพอหรือยัง?”

แต่ไม่ค่อยมีใครถามว่า
“คุณเข้าใจการใช้เงินของตัวเองแค่ไหน?” หรือ
“คุณได้วางระบบให้เงินอยู่กับคุณได้นานแค่ไหน?”

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยโฟกัสกับการ หาเงินให้มากที่สุด
พอถึงจุดหนึ่ง รายได้ไม่ได้แย่ แต่ก็ยังรู้สึกไม่มั่นคงในใจ
ผมเริ่มเห็นว่า
เงินที่ไม่มีระบบรองรับ = เงินที่ละลายไปตามอารมณ์และภาระ
และการไม่มีพอร์ตลงทุน = ไม่มี “ผู้ช่วย” ในวันที่เราไม่มีแรง

วันนี้
ผมได้หยุดเพื่อกลับมาทบทวน 5 สิ่งเกี่ยวกับ "การหาเงิน"
ที่เราไม่เคยถูกสอนในระบบการศึกษา
1. เงินที่หาได้เยอะ ไม่เท่ากับเงินที่เหลืออยู่กับเราได้นาน
2. เงินที่ไม่มีเป้าหมาย จะหมดไปเร็วกว่าเงินที่ใช้จ่ายอย่างมีทิศทาง
3. งานประจำอาจให้ความมั่นคง แต่ไม่ใช่ความมั่งคั่ง
4. การลงทุนคือระบบที่ทำให้เงินดูแลเรา แม้เราจะไม่ทำงานแล้ว
5. ความมั่นคงที่แท้จริง ไม่ได้มาจากรายได้ แต่จากระบบที่เราวาง

วันนี้
ผมหยุดเพื่อกลับมาทบทวน
ไม่ใช่แค่จะหาเงินเพิ่ม
แต่จะ หาแบบที่ “รอดได้ยาว”
จะวางระบบทีละน้อย ใช้เงินอย่างมีทิศ ไม่ใช่แค่ตามโปรโมชั่นหรืออารมณ์

ขออนุญาตฝากคำถามถึงสมาชิกทุกท่านนะครับ
เพื่อนๆ วัย 40-50+ มีจุดเปลี่ยนเรื่องเงินช่วงไหนบ้างครับ?
เคยคิดจะวาง หรือวาง  “ระบบเงิน” อย่างไรให้รอดระยะยาว?
หรือท่านกำลังเริ่มคิดเหมือนผมอยู่?

ขอบพระคุณทุกความเห็นที่ร่วมแบ่งปันนะครับ
ขอบพระคุณมากๆ ครับ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ย้อนกลับไปยุคที่มนุษย์เอากล้วยไปแลกปลา
ถ้าตกลงกันไม่ได้
ไม่นานกล้วยก็จะเสีย
ปลาก็จะเน่า

แต่ถ้ามีเงินตัวกลางขึ้นมา
ก็แก้ปัญหานี้ได้
มนุษย์ก็ใช้วิธีนี้เรื่อยมา
แถมไม่ต้องปวดกระบานว่าปลา 1 ตัว
ควรจะเท่ากับกล้วยกี่ลูก

...

ผมยอมรับว่าเราอยู่ในยุคที่ใช้เงินเป็นเครื่องมือ
แต่ก็ไม่ควรหลงลืมความสำคัญว่า...
เราจะมีเงินไปทำไม

สุดท้ายเราก็แค่มีกินให้พออิ่ม
มีเสื้อผ้าไว้พอกันหนาว
มีที่นอนไว้พอหลับนอน
มียาไว้พอบรรเทาอาการป่วย

และมีคุณงามความดีเหลือไว้เผื่อเพื่อนร่วมโลก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่