คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
" เนื่องจากสินค้าที่เราผลิต เป็นสินค้าที่นิยมเอาไปแจกลูกค้า ทางลูกค้าเจ้าอื่นๆ ไม่มีปัญหาเลย แต่ของเราเอาไปขาย แล้วมากำหนดสเป็คว่าต้องแบบนั้นแบบนี้ ทางเรายืนยันว่า ของเราผลิตได้ตามมาตรฐานแล้ว"
>>>> การตอบแบบนี้ ใช้ไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะของแจกหรือของขาย คุณภาพมันต้องได้ แล้วเราจ่ายเงินซื้อนะครับ ไม่ได้รับแถมมา ....
และการโต้เถียงกัน ด้วยวิธีที่ถึงขั้น ด่าทอ กัน บอกตรงๆ ว่า มันเป็นแก้วที่ร้าวไปแล้วครับ มองหน้ากันไม่ค่อยติดแล้วครับ
**** เมื่อเขาตอบปฎิเสธที่จะค้าขายกันแล้ว ก็ควรต้องปล่อยเขาไปครับ ไม่มีประโยชน์อะไรจะยื้อไว้ หรือไปโต้เถียง เชิงตัดพ้อ
เพราะเมื่อเค้าแก้ไขไม่ได้ เราก็ไม่ต้องอะไรกับเขาแล้วครับ ให้เขาหาคู่ค้าที่เหมาะสมกับเขา เราก็หาคู่ค้าที่เหมาะกับเรา มันก็เท่านั้น ...
**** ส่วนเหตุผลอะไรต่างๆนานา ว่าเราซื้อน้อย บลา บลา >> มันไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของคุณภาพจากการผลิตครับ
และ ถ้ายิ่งคุณ "ลดตัว" ลงไปเล่นกับเหตุผลว่าซื้อน้อย ตามเกมส์ของเขา คุณจะโดนกดไปเรื่อยๆ ครับ
เพราะ คุณได้เปิดไพ่ ที่เป็นรองในมือคุณ ให้เค้าเห็นเรียบร้อยแล้ว
สรุปคือ คุณควรจะนิ่ง และไม่ควรโต้เถียงแล้ว ในความผิดพลาดครั้งที่สอง และเมื่อคุณโวยวายเพิ่มเข้าไปอีกในกรณีที่โดยบอกเลิกค้าขายร่วมกัน ก็ยิ่งทำให้เขา คิดว่า เขาเหนือกว่าคุณ แล้วล่ะครับ
อำนาจการต่อรอง ต่างๆ คุณเป็นรองไปแล้วครับ
จริงๆ ก้าวแรกที่ผิดพลาด คือการโต้เถียงด่าทอกันในครั้งแรกแล้ว คือ แก้วมันร้าวไปแล้ว ผสานกันยากครับ ไม่มีใจกันแล้ว ว่าอย่างนั้นดีกว่า
.....
หาคู่ค้าใหม่ ครับ รอบนี้ ให้ใจเย็นๆ มีอะไรติดขัด ค่อยๆคุย ค่อยๆพูดกันครับ อะไรที่ยอมได้ เล็กๆน้อยๆ ก็ให้ออกตัวยอมไปก่อน เพื่อแต้มต่อ ของอำนาจการต่อรองที่มากขึ้น โดยที่คุณไม่เสียอะไรเลย ...
เรื่องจุกๆจิกๆเล็กน้อย มองข้ามได้ก็ให้ข้ามไป ...ครับ .... มองภาพใหญ่ภาพรวม .... ดีกว่า
คู่ค้า สำคัญไม่น้อยกว่า ลูกค้า ครับ
>>>> การตอบแบบนี้ ใช้ไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะของแจกหรือของขาย คุณภาพมันต้องได้ แล้วเราจ่ายเงินซื้อนะครับ ไม่ได้รับแถมมา ....
และการโต้เถียงกัน ด้วยวิธีที่ถึงขั้น ด่าทอ กัน บอกตรงๆ ว่า มันเป็นแก้วที่ร้าวไปแล้วครับ มองหน้ากันไม่ค่อยติดแล้วครับ
**** เมื่อเขาตอบปฎิเสธที่จะค้าขายกันแล้ว ก็ควรต้องปล่อยเขาไปครับ ไม่มีประโยชน์อะไรจะยื้อไว้ หรือไปโต้เถียง เชิงตัดพ้อ
เพราะเมื่อเค้าแก้ไขไม่ได้ เราก็ไม่ต้องอะไรกับเขาแล้วครับ ให้เขาหาคู่ค้าที่เหมาะสมกับเขา เราก็หาคู่ค้าที่เหมาะกับเรา มันก็เท่านั้น ...
**** ส่วนเหตุผลอะไรต่างๆนานา ว่าเราซื้อน้อย บลา บลา >> มันไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของคุณภาพจากการผลิตครับ
และ ถ้ายิ่งคุณ "ลดตัว" ลงไปเล่นกับเหตุผลว่าซื้อน้อย ตามเกมส์ของเขา คุณจะโดนกดไปเรื่อยๆ ครับ
เพราะ คุณได้เปิดไพ่ ที่เป็นรองในมือคุณ ให้เค้าเห็นเรียบร้อยแล้ว
สรุปคือ คุณควรจะนิ่ง และไม่ควรโต้เถียงแล้ว ในความผิดพลาดครั้งที่สอง และเมื่อคุณโวยวายเพิ่มเข้าไปอีกในกรณีที่โดยบอกเลิกค้าขายร่วมกัน ก็ยิ่งทำให้เขา คิดว่า เขาเหนือกว่าคุณ แล้วล่ะครับ
อำนาจการต่อรอง ต่างๆ คุณเป็นรองไปแล้วครับ
จริงๆ ก้าวแรกที่ผิดพลาด คือการโต้เถียงด่าทอกันในครั้งแรกแล้ว คือ แก้วมันร้าวไปแล้ว ผสานกันยากครับ ไม่มีใจกันแล้ว ว่าอย่างนั้นดีกว่า
.....
หาคู่ค้าใหม่ ครับ รอบนี้ ให้ใจเย็นๆ มีอะไรติดขัด ค่อยๆคุย ค่อยๆพูดกันครับ อะไรที่ยอมได้ เล็กๆน้อยๆ ก็ให้ออกตัวยอมไปก่อน เพื่อแต้มต่อ ของอำนาจการต่อรองที่มากขึ้น โดยที่คุณไม่เสียอะไรเลย ...
เรื่องจุกๆจิกๆเล็กน้อย มองข้ามได้ก็ให้ข้ามไป ...ครับ .... มองภาพใหญ่ภาพรวม .... ดีกว่า
คู่ค้า สำคัญไม่น้อยกว่า ลูกค้า ครับ
แสดงความคิดเห็น
ขอมุมมองคนทำธุรกิจหน่อยนะครับ เหตุการณ์แบบนี้ ผมทำผิดหรือเปล่า
ในช่วงแรก สินค้าของเค้ามีคุณภาพดีกว่าเจ้าเก่าที่ผมซื้อมากๆ และเจ้าตัวเองก็การันตีบริษัทมาตรฐานสูง
พอมาช่วงหลัง เกิดสินค้าเสียหายขึ้นครับ ผมจึงได้ทักท้วงไปว่า สินค้าเสียหายเยอะมากเลยครับ (ผมจะ QC ของก่อนส่งลูกค้าครับ และเจอว่าสินค้าเสียหาย จึงไม่ส่งของต่อ)
ทางคู่ค้าก็ไปตรวจสอบ แล้วแจ้งผมกลับมาว่า
" เนื่องจากสินค้าที่เราผลิต เป็นสินค้าที่นิยมเอาไปแจกลูกค้า ทางลูกค้าเจ้าอื่นๆ ไม่มีปัญหาเลย แต่ของเราเอาไปขาย แล้วมากำหนดสเป็คว่าต้องแบบนั้นแบบนี้ ทางเรายืนยันว่า ของเราผลิตได้ตามมาตรฐานแล้ว"
ทางนี้เลยของขึ้นหน่อย เลยพูดแรงๆ ไปว่า เข้าใจว่า บริษัทมาตรฐานต้องผลิตของมาตรฐานหรือเปล่าครับ เค้าจะเอาไปแจก ไปให้ฟรียังไง ก็ต้องมีมาตรฐานที่ใช้งานได้ ไม่ใช่แจกขยะเอาไปทิ้งหรือเปล่าครับ
เรียบร้อย โมโห ด่าทอ ขึ้นเสียงกันยกใหญ่
แต่หลังจากสงบจิตสงบใจกันแล้ว ก็ตัดสินใจขอโทษกันครับ ใจร้อนไปทั้งคู่ ทางผมเองก็ใช้คำพูดรุนแรงไปหน่อย
___________________________________________________
หลังจากนั้นก็กลับมาค้าขายกันปกติ จนกระทั่งล่าสุด เกิดความเสียหายอีกแล้วครับ แล้วเสียหายเยอะมากๆ คือพูดง่ายๆ ว่า เปิดใช้งานสินค้าปุ๊ปพังเลย
ทางเราก็ไม่อยากจะทะเลาะด้วยนะ ก็เลยแจ้งไปว่า ฝากให้ทีมผลิตตรวจสอบคุณภาพหน่อยนะครับ เพราะสินค้าเสียหายหลายชิ้นมากๆ ครับ น่าจะมีอะไรสักอย่างที่ผิดพลาดตอนผลิต ไม่ได้บอกว่าจะขอเคลมอะไรนะ แต่ทางนั้นเสนอมาว่า จะรับผิดชอบในส่วนที่เสียหายให้ ไม่ต้องห่วง ก็เรียบร้อยดี ตามนั้น คู่ค้าก็นำสินค้ามาเคลมให้รับผิดชอบความเสียหายเป็นอย่างดี
แต่ว่า ....
เค้าโทรมาบอกวันรุ่งขึ้นว่า ขออนุญาตไม่ค้ากันแล้วนะครับ เพราะทางเราเอง QC สูง มาตรฐานสูง เคลมหลายรอบ ทำให้ฝ่ายผลิตเค้าเครียดมาก หาต้นตอความเสียหายไม่ได้ และจะลาออกนู่นนี่ ยกชุด ทั้งที่เจ้าอื่น ไม่มีปัญหา
ผมก็คิดในใจว่า เฮ้ย เดี๋ยวนะ ก็ของมันเสียหาย แล้วถ้าฝ่ายผลิตหาคำตอบไม่ได้ ว่าของเสียหายแบบไหน มันก็เป็นความบกพร่องของพนักงานหรือเปล่า ทำไมถึงมาโทษว่าคู่ค้าทำให้พนักงานเครียดล่ะ
และทางนั้นก็บอกว่า เพราะเราซื้อน้อย แต่เรื่องเยอะ เลยขอไม่ค้าดีกว่า...
ผมฟังแล้วก็เจ็บปวดหัวใจนะ ตอนนี้ ตลาดมันเงียบมาก แข่งขันสูง เจอตัดราคานู่นนี่ แต่ผมพยายามให้ทุกออเดอร์ เป็นของมีคุณภาพถึงลูกค้า เสียหายอย่างไรผมรับไว้เองหมดเลย ลูกค้าต้องได้ของดี แต่โดนพูดแบบนี้ใส่ นอยด์เลยครับ 555
ตอนนี้ก็จบไปเรียบร้อย ไม่ได้ค้ากันแล้ว เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้โกรธเลย เจียมตัวด้วยว่าเราร้านเล็ก อาจจะยอดน้อยแล้วไปเรื่องมากกับเค้า เค้าคงลำบากใจที่จะค้าด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พี่ๆ เพื่อนๆ มีมุมมองกับเหตุการณ์นี้อย่างไรบ้างครับ ผมเองยอมรับว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับจิตใจผมเหมือนกัน ผมไม่ได้โกรธคุ่ค้าที่เลิกค้าผม แต่ผมคาใจตรงที่ว่า เราอยากส่งของมีคุณภาพให้ลูกค้า และ เราเลือกซื้อของกับโรงงานที่บอกว่าตัวเองคุณภาพสูง แต่พอของเสียหาย กลับมาโยนว่าเรา qc หนัก ทั้งๆ ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานของสินค้ามันอีซี่มาก ถ้าแกะกล่องมาแล้วใช้ไม่ได้ แล้วมันจะขายยังไง
ท่านใดมีคำแนะนำดีๆ สามารถแนะนำผมได้เลยนะครับ ว่าผมควรทำอย่างไรต่อกับเหตุการณ์แบบนี้ในอนาคต ขอบคุณล่วงหน้าครับ