เรื่องของเรื่องก็คือ เราอยู่กับย่ามาตั้งแต่เด็ก ๆ สมัยยังไม่เข้าอนุบาลด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้นปู่ขอเรามาจากแม่มาเลี้ยง(ตอนนั้นแม่เรากับย่าอยู่คนละจังหวัด หลังจากนั้นสักพักแม่ก็ย้ายมาอยู่กับย่า) ตลอดมา แกก็ดูแลเราดีค่ะ ไม่ได้ขาดตกบกพร่องตรงไหน ออกจะตามใจอยู่บ้าง แต่มันก็แค่เรื่องการเป็นอยู่ ปัญหาคืออยู่กับแกแล้วสุขภาพจิตเรามันแย่มาก
เราอยู่กับแกมาตั้งแต่ 2-3 ขวบ จนช่วงขึ้นป.2 แม่พาเราย้ายจากบ้านย่ากลับไปอยู่ที่บ้านยายที่อีกจังหวัด เพราะแม่ทนย่าไม่ไหวกับย่า วีรกรรมแกก็มี
1. ปู่ซื้อจักรยานให้แม่ใช้ไปซื้อของ ย่าก็มาเอาของแม่ไป ไม่ให้แม่ใช้(แกอยู่บ้านนละหลัง ห่างจากแม่ไปประมาณหนึ่ง)
2.แม่จะไปเอาข้าวสารบ้านย่ามาหุง เพราะที่บ้านแกมันหมด ย่าก็ขี้เหนียวชักสีหน้าใส่แม่ แถมยังตำหนิแม่ด้วย
3.หนักสุด ตอนแม่เข้าโรงพยาบาลเพราะประสบอุบัติเหตุ ต้องจ่ายค่ารักษาหลายหมื่น ปู่เราเต็มใจจะออกให้หมดเลย เพราะที่บ้านไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ย่ากลับไปพูดกับเคาน์เตอร์พยาบาล ว่าขอลดราคาหน่อย พ่อแม่เราไม่มีจ่าย (ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นทั้งปู่ย่าและพ่อที่ไปด้วยกัน แต่งตัวดูมีอันจะกินทุกคน แต่แกยังกล้าพูดแบบนี้) พ่อกับปู่เราก็ทั้งโกรธทั้งอาย และก็อีกสารพัดเลยค่ะ เล่ายังไงก็ไม่หมด
แต่พอเราจะขึ้นมัธยม ปู่ก็ขอให้เรากลับมาเรียน มาอยู่กับปู่ เพราะแกมองว่าพ่อแม่เรามีลูกหลายคน(3 คนรวมเรา) แกกลัวว่าจะส่งเสียไม่ไหว เราก็เลยได้กลับมาอยู่กับย่า ตอนแรกมันก็ไม่อะไรค่ะ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงปี ปู่เราก็เสีย ส่วนย่าก็เริ่มชอบพูดทวงบุญคุณค่ะ แถมออกแนว gaslight ว่าเรามีแค่แกที่หวังดีด้วย แกจะชอบพูดเสมอว่าแม่เราเอาเรามาทิ้งไว้ให้แกเลี้ยง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เป็นปู่ขอเรามาด้วยซ้ำ แถมยังบอกว่ามีแค่แกที่จะมีเงินสนับสนุนให้เราเรียนจนจบได้ ถ้าไม่มีย่าเราไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใครหวังดีกับเรา มีแค่ย่าที่หวังดี มีแค่ย่าที่รักเรา อะไรประมาณนี้ตลอด ๆ จนบางทีก็มีขู่ด้วยค่ะ เวลาเราเผลอพูดเสียงแข็ง ชักสีหน้าใส่ แกจะชอบบอกว่าจะไม่ส่งเราเรียน จะส่งเรากลับไปอยู่กับแม่(ซึ่งเราอยากไปด้วยซ้ำ)
ย่าจะชอบบงการชีวิตเรามาก ๆ ชอบจู้จี้ว่าเราควรกินควรนอนเวลาไหน และแกจะบอกว่าที่ทำอยู่ คือแกเป็นห่วง แต่เราว่ามันมากไปค่ะ แม้กระทั่งตอนปู่ทำห้องให้เราอยู่คนเดียวแบบส่วนตัว แกก็ย้ายมาอยู่กับเรา เราอึดอัดมากค่ะ ทีนี้ตอนปู่เสีย พึ่งฌาปนกิจ ห้องนอนปู่ไม่มีใครกล้าไปนอน เราในตอนนั้นอยู่ม.ต้น และก็สนิทกับรักปู่มาก เลยไม่ได้กลัว แถมอยากอยู่คนเดียวสักที เลยย้ายมานอนห้องปู่ แรก ๆ ย่าไม่ตามมาค่ะ คาดว่าเพราะแกก็เกรง ๆ กลัว ๆ อยู่ แต่สักพักก็ตามเรามาอยู่ดี ทำให้เราไม่มีชีวิตส่วนตัวเลย
เวลาอยู่ที่บ้านย่า เราจะเงียบ ๆ ไม่พูด มีคนถามถึงตอบ ไม่ไปสุงสิงกับใคร ใครมาบ้าน ญาติคนไหนมา เราไม่กล้าพูดกล้าคุยด้วย หลบไปอยู่หลังบ้านตลอด แถมยังรู้สึกไม่กล้าตัดสินใจอะไร เพราะถ้าผิดพลาดกลัวโดนดุ ไม่กล้าทำนอกเหนือคำสั่ง
แต่เราจะหงุดหงิด แถมโมโหง่ายมากเวลาอยู่กับย่า เวลาแกจู้จี้อะไร หรือบางทีแกถามดี ๆ แต่เราก็มีเผลอเสียงแข็ง ชักสีหน้า (ซึ่งอันนี้เราผิดเอง เราร็สึกผิดเสมอค่ะ) แต่เราสังเกตว่าตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้เวลาอยู่กับแก มันอยากระเบิดออกมาตลอด แต่ก็เก็บกดเอาไว้ กลายเป็นพูดห้วน ๆ เสียงแข็ง ขวานผ่าซากไป
แถมล่าสุด ย่าเราเกิดท้องเสียตอนกลางคืน แล้วเราไม่รู้เรื่องเพราะเราหลับอยู่(ส่วนตัวเป็นคนหลับลึก แถมแกไม่ปลุกด้วยมั้ง เราเลยไม่ได้ตื่นขึ้นมาดู) ตื่นมาเรารู้เรื่องก็ถามอยู่ว่าไปกินอะไรผิดสำแดงมา แกก็ไม่ตอบ แล้วผูกใจเจ็บบอกว่าเราไม่สนใจแก ไม่ดูแลแก ด่าเราสารพัด ทั้งเรื่องที่เราชอบเสียงแข็งเอย อะไรเอย แล้วก็ต่อด้วยลำเลิกบุญคุณ ปนขู่อีกนั้นแหละว่าจะไม่ส่งเราเรียน(ซึ่งแกรู้ค่ะว่าเราซีเรียสเรื่องการเรียนมาก เลยยกมาขู่ประจำ) แล้วก็มีเรื่องที่เราบ่นเวลาแกใช้จัดยา ที่เราบ่นก็เพราะแกจะชอบใช้เราจัดตลอดเลยค่ะ ต่อให้ตอนนั้นเราไม่ว่าง ไม่อยู่ แกก็จะรอจนเรามา แล้วใช้ให้จัดให้กิน บางทีกินข้าวเสร็จตั้งแต่ 5 โมงเย็น แกก็เข้านอน แล้วตื่นมาอีกที 1-2 ทุ่ม ตอนเรากลับห้อเพื่อใช้ให้เราจัดยาให้กินก็มี ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล สายตาแกไม่ได้มีปัญหาค่ะ มองเห็นชัดเจน จัดเองก็ทำได้ เพราะแบบนี้แหละเราเลยบ่น เพราะแกชอบรอเรา แล้วแต่ละทีมันเป็นชั่วโมง เวลากินยาก็เคลื่อน อาจส่งผลต่อสุขภาพตัวแกเองอีก แต่แกก็โฟกัสแค่ว่า เราดูไม่เต็มใจทำให้แก แค่นั้นเลย
เราสังเกตตัวเองค่ะ ว่าเวลาอยู่กับคนอื่น เวลาไปบ้านแม่ อยู่กับเพื่อน เรากลับเป็นคนช่างพูดค่ะ พูดได้น้ำไหลไฟดับ โดยเฉพาะกับทางบ้านแม่ เวลากลับบ้านช่วงเทศกาล ไปเจอญาติฝั่งนู้น เราไม่ได้เกร็ง ไม่ได้กลัวที่จะพูด ไม่ได้กลัวที่จะเข้าสังคม แค่มีเขิน ๆ บ้าง มันรู้สึกโล่งมากค่ะเวลาอยู่กับแม่ และก็เวลาอยู่กับคนอื่นเราร็สึกว่าตัวเองใจเย็นมาก ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้
ปัจจุบันนี้ เรากำลังจะขึ้นมหาลัยค่ะ ช่วงนี้แหละ ย่าจะชอบพูดมาก ว่ามีแค่แกที่จะส่งเราเรียน คนอื่นไม่สนใจเราหรอก ทั้งที่จริง ๆ แล้วป้ากับลุงเรา(พี่สาวแม่กับสามีแก ที่เราเรียกว่าพ่อแม่เพราะแกเลี้ยงมาตอนเด็ก ๆ) ก็วางแผนจะเป็นคนส่งเราเรียนหาลัยเอง เพราะรับรู้ปัญหาของเรากับย่า เลยไม่อยากให้เราอยู่กับย่า แถมยังคอยโอนเงินให้ใช้ไปโรงเรียนทุกอาทิตย์ แต่ย่าไม่รู้เพราะเราไม่บอกก็เท่านั้น แม่เราเองถึงไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่แกก็บอกเสมอ ว่าถึงไม่มีแต่ก็จะไปหามาให้(ซึ่งเราไม่อยากขอเลยค่ะ เพราะรู้แม่ก็ลำบาก) ส่วนตัวเราเอง ก็คิดไว้เหมือนกันค่ะ ว่าเดี๋ยวขึ้นมหาลัย เราจะกู้กยศ. จะได้ไม่หนักทางผู้ใหญ่เขามาก
ตอนนี้เรากำลังคิดค่ะ ว่าถ้าขึ้นมหาลัยแล้ว เราจะเลิกพึ่งเงินทางย่า รวมถึงติดต่อน้อยลง ไม่ถึงกับตัดขาด แต่ถ้าแกไม่โทรมาก็ไม่อยากโทรไปหา ละถ้าจบมหาลัยแล้ว ถ้าไม่ไปทำงานไกล ๆ เราก็จะกลับมาอยู่กับแม่ แต่ไม่ขอกลับไปอยู่กับย่าแน่ ๆ ค่ะ และจะขอส่งเงินให้แกแทน กับไปเยี่ยมนาน ๆ ที อะไรประมาณนี้ เพราะเราคิดว่าถ้าให้ทนอยู่กับแกไปเรื่อย ๆ เราไม่ไหวแน่ค่ะ แต่อีกใจนึง เราก็รู้สึกผิด เพราะแกก็เลี้ยงดูส่งเสียเรามาตลอด แถมแกยังบอกตลอดว่าแกอยากพึ่งเรา อยากให้เราดูแลนู้นนี่
ทุกคนคิดว่าไงคะ เราคิดอย่างนี้ถือว่าอกตัญญูไหม แล้วพอจะแนะนำเราได้ไหมคะ ว่าทำยังไงดี
ปล. ถ้าพิมพ์งง ๆ ขอโทษนะคะ เราไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงดี
เราวางแผนว่าจะห่างจากย่า เราทำแบบนี้ถือว่าอกตัญญูไหมคะ
เราอยู่กับแกมาตั้งแต่ 2-3 ขวบ จนช่วงขึ้นป.2 แม่พาเราย้ายจากบ้านย่ากลับไปอยู่ที่บ้านยายที่อีกจังหวัด เพราะแม่ทนย่าไม่ไหวกับย่า วีรกรรมแกก็มี
1. ปู่ซื้อจักรยานให้แม่ใช้ไปซื้อของ ย่าก็มาเอาของแม่ไป ไม่ให้แม่ใช้(แกอยู่บ้านนละหลัง ห่างจากแม่ไปประมาณหนึ่ง)
2.แม่จะไปเอาข้าวสารบ้านย่ามาหุง เพราะที่บ้านแกมันหมด ย่าก็ขี้เหนียวชักสีหน้าใส่แม่ แถมยังตำหนิแม่ด้วย
3.หนักสุด ตอนแม่เข้าโรงพยาบาลเพราะประสบอุบัติเหตุ ต้องจ่ายค่ารักษาหลายหมื่น ปู่เราเต็มใจจะออกให้หมดเลย เพราะที่บ้านไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ย่ากลับไปพูดกับเคาน์เตอร์พยาบาล ว่าขอลดราคาหน่อย พ่อแม่เราไม่มีจ่าย (ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นทั้งปู่ย่าและพ่อที่ไปด้วยกัน แต่งตัวดูมีอันจะกินทุกคน แต่แกยังกล้าพูดแบบนี้) พ่อกับปู่เราก็ทั้งโกรธทั้งอาย และก็อีกสารพัดเลยค่ะ เล่ายังไงก็ไม่หมด
แต่พอเราจะขึ้นมัธยม ปู่ก็ขอให้เรากลับมาเรียน มาอยู่กับปู่ เพราะแกมองว่าพ่อแม่เรามีลูกหลายคน(3 คนรวมเรา) แกกลัวว่าจะส่งเสียไม่ไหว เราก็เลยได้กลับมาอยู่กับย่า ตอนแรกมันก็ไม่อะไรค่ะ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงปี ปู่เราก็เสีย ส่วนย่าก็เริ่มชอบพูดทวงบุญคุณค่ะ แถมออกแนว gaslight ว่าเรามีแค่แกที่หวังดีด้วย แกจะชอบพูดเสมอว่าแม่เราเอาเรามาทิ้งไว้ให้แกเลี้ยง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เป็นปู่ขอเรามาด้วยซ้ำ แถมยังบอกว่ามีแค่แกที่จะมีเงินสนับสนุนให้เราเรียนจนจบได้ ถ้าไม่มีย่าเราไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใครหวังดีกับเรา มีแค่ย่าที่หวังดี มีแค่ย่าที่รักเรา อะไรประมาณนี้ตลอด ๆ จนบางทีก็มีขู่ด้วยค่ะ เวลาเราเผลอพูดเสียงแข็ง ชักสีหน้าใส่ แกจะชอบบอกว่าจะไม่ส่งเราเรียน จะส่งเรากลับไปอยู่กับแม่(ซึ่งเราอยากไปด้วยซ้ำ)
ย่าจะชอบบงการชีวิตเรามาก ๆ ชอบจู้จี้ว่าเราควรกินควรนอนเวลาไหน และแกจะบอกว่าที่ทำอยู่ คือแกเป็นห่วง แต่เราว่ามันมากไปค่ะ แม้กระทั่งตอนปู่ทำห้องให้เราอยู่คนเดียวแบบส่วนตัว แกก็ย้ายมาอยู่กับเรา เราอึดอัดมากค่ะ ทีนี้ตอนปู่เสีย พึ่งฌาปนกิจ ห้องนอนปู่ไม่มีใครกล้าไปนอน เราในตอนนั้นอยู่ม.ต้น และก็สนิทกับรักปู่มาก เลยไม่ได้กลัว แถมอยากอยู่คนเดียวสักที เลยย้ายมานอนห้องปู่ แรก ๆ ย่าไม่ตามมาค่ะ คาดว่าเพราะแกก็เกรง ๆ กลัว ๆ อยู่ แต่สักพักก็ตามเรามาอยู่ดี ทำให้เราไม่มีชีวิตส่วนตัวเลย
เวลาอยู่ที่บ้านย่า เราจะเงียบ ๆ ไม่พูด มีคนถามถึงตอบ ไม่ไปสุงสิงกับใคร ใครมาบ้าน ญาติคนไหนมา เราไม่กล้าพูดกล้าคุยด้วย หลบไปอยู่หลังบ้านตลอด แถมยังรู้สึกไม่กล้าตัดสินใจอะไร เพราะถ้าผิดพลาดกลัวโดนดุ ไม่กล้าทำนอกเหนือคำสั่ง
แต่เราจะหงุดหงิด แถมโมโหง่ายมากเวลาอยู่กับย่า เวลาแกจู้จี้อะไร หรือบางทีแกถามดี ๆ แต่เราก็มีเผลอเสียงแข็ง ชักสีหน้า (ซึ่งอันนี้เราผิดเอง เราร็สึกผิดเสมอค่ะ) แต่เราสังเกตว่าตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้เวลาอยู่กับแก มันอยากระเบิดออกมาตลอด แต่ก็เก็บกดเอาไว้ กลายเป็นพูดห้วน ๆ เสียงแข็ง ขวานผ่าซากไป
แถมล่าสุด ย่าเราเกิดท้องเสียตอนกลางคืน แล้วเราไม่รู้เรื่องเพราะเราหลับอยู่(ส่วนตัวเป็นคนหลับลึก แถมแกไม่ปลุกด้วยมั้ง เราเลยไม่ได้ตื่นขึ้นมาดู) ตื่นมาเรารู้เรื่องก็ถามอยู่ว่าไปกินอะไรผิดสำแดงมา แกก็ไม่ตอบ แล้วผูกใจเจ็บบอกว่าเราไม่สนใจแก ไม่ดูแลแก ด่าเราสารพัด ทั้งเรื่องที่เราชอบเสียงแข็งเอย อะไรเอย แล้วก็ต่อด้วยลำเลิกบุญคุณ ปนขู่อีกนั้นแหละว่าจะไม่ส่งเราเรียน(ซึ่งแกรู้ค่ะว่าเราซีเรียสเรื่องการเรียนมาก เลยยกมาขู่ประจำ) แล้วก็มีเรื่องที่เราบ่นเวลาแกใช้จัดยา ที่เราบ่นก็เพราะแกจะชอบใช้เราจัดตลอดเลยค่ะ ต่อให้ตอนนั้นเราไม่ว่าง ไม่อยู่ แกก็จะรอจนเรามา แล้วใช้ให้จัดให้กิน บางทีกินข้าวเสร็จตั้งแต่ 5 โมงเย็น แกก็เข้านอน แล้วตื่นมาอีกที 1-2 ทุ่ม ตอนเรากลับห้อเพื่อใช้ให้เราจัดยาให้กินก็มี ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล สายตาแกไม่ได้มีปัญหาค่ะ มองเห็นชัดเจน จัดเองก็ทำได้ เพราะแบบนี้แหละเราเลยบ่น เพราะแกชอบรอเรา แล้วแต่ละทีมันเป็นชั่วโมง เวลากินยาก็เคลื่อน อาจส่งผลต่อสุขภาพตัวแกเองอีก แต่แกก็โฟกัสแค่ว่า เราดูไม่เต็มใจทำให้แก แค่นั้นเลย
เราสังเกตตัวเองค่ะ ว่าเวลาอยู่กับคนอื่น เวลาไปบ้านแม่ อยู่กับเพื่อน เรากลับเป็นคนช่างพูดค่ะ พูดได้น้ำไหลไฟดับ โดยเฉพาะกับทางบ้านแม่ เวลากลับบ้านช่วงเทศกาล ไปเจอญาติฝั่งนู้น เราไม่ได้เกร็ง ไม่ได้กลัวที่จะพูด ไม่ได้กลัวที่จะเข้าสังคม แค่มีเขิน ๆ บ้าง มันรู้สึกโล่งมากค่ะเวลาอยู่กับแม่ และก็เวลาอยู่กับคนอื่นเราร็สึกว่าตัวเองใจเย็นมาก ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้
ปัจจุบันนี้ เรากำลังจะขึ้นมหาลัยค่ะ ช่วงนี้แหละ ย่าจะชอบพูดมาก ว่ามีแค่แกที่จะส่งเราเรียน คนอื่นไม่สนใจเราหรอก ทั้งที่จริง ๆ แล้วป้ากับลุงเรา(พี่สาวแม่กับสามีแก ที่เราเรียกว่าพ่อแม่เพราะแกเลี้ยงมาตอนเด็ก ๆ) ก็วางแผนจะเป็นคนส่งเราเรียนหาลัยเอง เพราะรับรู้ปัญหาของเรากับย่า เลยไม่อยากให้เราอยู่กับย่า แถมยังคอยโอนเงินให้ใช้ไปโรงเรียนทุกอาทิตย์ แต่ย่าไม่รู้เพราะเราไม่บอกก็เท่านั้น แม่เราเองถึงไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่แกก็บอกเสมอ ว่าถึงไม่มีแต่ก็จะไปหามาให้(ซึ่งเราไม่อยากขอเลยค่ะ เพราะรู้แม่ก็ลำบาก) ส่วนตัวเราเอง ก็คิดไว้เหมือนกันค่ะ ว่าเดี๋ยวขึ้นมหาลัย เราจะกู้กยศ. จะได้ไม่หนักทางผู้ใหญ่เขามาก
ตอนนี้เรากำลังคิดค่ะ ว่าถ้าขึ้นมหาลัยแล้ว เราจะเลิกพึ่งเงินทางย่า รวมถึงติดต่อน้อยลง ไม่ถึงกับตัดขาด แต่ถ้าแกไม่โทรมาก็ไม่อยากโทรไปหา ละถ้าจบมหาลัยแล้ว ถ้าไม่ไปทำงานไกล ๆ เราก็จะกลับมาอยู่กับแม่ แต่ไม่ขอกลับไปอยู่กับย่าแน่ ๆ ค่ะ และจะขอส่งเงินให้แกแทน กับไปเยี่ยมนาน ๆ ที อะไรประมาณนี้ เพราะเราคิดว่าถ้าให้ทนอยู่กับแกไปเรื่อย ๆ เราไม่ไหวแน่ค่ะ แต่อีกใจนึง เราก็รู้สึกผิด เพราะแกก็เลี้ยงดูส่งเสียเรามาตลอด แถมแกยังบอกตลอดว่าแกอยากพึ่งเรา อยากให้เราดูแลนู้นนี่
ทุกคนคิดว่าไงคะ เราคิดอย่างนี้ถือว่าอกตัญญูไหม แล้วพอจะแนะนำเราได้ไหมคะ ว่าทำยังไงดี
ปล. ถ้าพิมพ์งง ๆ ขอโทษนะคะ เราไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงดี