สวัสดีค่ะ วันนี้เหมือนเป็นการมาสารภาพบาปมากกว่าค่ะ (เป็นเรื่องที่ไม่เคยบอกใครค่ะ)
ฉันได้เริ่มขโมยของที่เซเว่นมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว(ฉันเป็นผู้ป่วยเป็นซึมเศร้าด้วยค่ะ) ไม่ได้ตั้งใจเข้าไปขโมย ฉันเป็นลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการเซเว่นปกติ มีกำลังที่จะซื้อ แต่ไม่สามารถยับยั้งความรู้สึกที่อยากขโมยได้ มักจะแอบหยิบครีมซองหรือของชิ้นเล็กๆใส่กระเป๋าติดมาด้วยเสมอ แล้วเอามาใส่กล่องเก็บไว้ที่บ้าน ตอนทำรู้สึกมีความสุข แต่พอทำเสร็จก็เครียด สงสารพนง.ที่ต้องรับผิดชอบแทนเรา รู้ว่ามันผิดแต่ก็ยังทำซ้ำ
จนเมื่อการขโมยครั้งล่าสุดของฉัน ผ่านมาเกือบจะปีนึงแล้ว นั่นเป็นครั้งที่ทำให้ฉันหยุดขโมย ในวันนั้นฉันมีปัญหาและสภาพจิตใจย่ำแย่ ก็ตั้งใจไปซื้อของปกติ แต่ความรู้สึกแวบเข้ามาทำให้อยากขโมย นั่นเป็นครั้งที่ขโมยมาเยอะที่สุด ราคาอาจจะเกือบถึง 1000 บาท (ไม่แน่ใจ) พอกลับมาบ้านมองของแล้วเครียด ว่า.. ‘ทำไมฉันทำแบบนั้น?’ ‘นี่มันเป็นของจำนวนที่เยอะมากนะ’ ‘กล้องเยอะขนาดนั้น ฉันต้องโดนจับได้แน่ๆ’ ‘พนง. ต้องจ่ายเงินให้ฉันเยอะแค่ไหนนะ?’ กังวลหลายอย่าง กลัวโดนจับ เลยขังตัวเองไว้ในห้อง ทำร้ายร่างกายตัวเอง ไม่ออกบ้านอยู่หลายเดือน จนเวลาผ่านไประยะหนึ่งฉันก็คิดว่าจะไปสารภาพกับพนง. ขับไปจอดหน้าเซเว่นอยู่หลายครั้ง แต่ฉันขี้ขลาดเกินกว่าจะเข้าไป สุดท้ายเลยเอาของที่ขโมยที่เก็บไว้รวมๆกันไปบริจาค ไปแจกคนอื่น
เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ฉันได้ออกไปใช้ชีวิต ไปสมัครงาน ฉันมีงานประจำทำที่ดี แต่.. ไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน ฉันไม่กล้าขับผ่านเซเว่น เห็นคนใส่ชุดเซเว่นไม่ได้ เห็นรถตำรวจ/เห็นตำรวจก็วิ่งหนี เวลาคนมองหน้าก็ชอบคิดว่า ‘เขารู้จักพนง.เซเว่น/เขาเป็นพนง.เซเว่นรึเปล่า‘ คนขับรถผ่านบ้านก็คิดว่าเขาจะมาส่งหมายเรียกตัว ฉันไม่สามารถเดินร้านค้าหรือที่ไหนแบบปกติได้อีกเลย นอนไม่หลับมาหลายเดือนแล้ว ไม่กล้าบอกใคร ถ้าจะบอกครอบครัวกลัวเขาผิดหวัง เสียใจ คิดอยู่ทุกวันว่า ‘จะไปสารภาพกับพนง.’ หรือ ‘ไปสถานีตำรวจดี’ ฉันเลยตัดสินใจปรึกษาเรื่องนี้กับจิตแพทย์ เขาบอกว่า ‘เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้ผ่านไป แค่ไม่ทำอีก ถ้าไปสารภาพ กลัวว่าอะไรจะแย่ลง’ แต่ฉันก็ยังคิดวนซ้ำๆ ไม่สามารถผ่านมันไปได้จริงๆ อยากบอกพนง.ทุกคนนะคะว่าคนที่ขโมยของไป ได้รับผลกรรมแล้ว ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติ และมีความสุขได้เลย
ฉันขโมยของเซเว่น
ฉันได้เริ่มขโมยของที่เซเว่นมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว(ฉันเป็นผู้ป่วยเป็นซึมเศร้าด้วยค่ะ) ไม่ได้ตั้งใจเข้าไปขโมย ฉันเป็นลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการเซเว่นปกติ มีกำลังที่จะซื้อ แต่ไม่สามารถยับยั้งความรู้สึกที่อยากขโมยได้ มักจะแอบหยิบครีมซองหรือของชิ้นเล็กๆใส่กระเป๋าติดมาด้วยเสมอ แล้วเอามาใส่กล่องเก็บไว้ที่บ้าน ตอนทำรู้สึกมีความสุข แต่พอทำเสร็จก็เครียด สงสารพนง.ที่ต้องรับผิดชอบแทนเรา รู้ว่ามันผิดแต่ก็ยังทำซ้ำ
จนเมื่อการขโมยครั้งล่าสุดของฉัน ผ่านมาเกือบจะปีนึงแล้ว นั่นเป็นครั้งที่ทำให้ฉันหยุดขโมย ในวันนั้นฉันมีปัญหาและสภาพจิตใจย่ำแย่ ก็ตั้งใจไปซื้อของปกติ แต่ความรู้สึกแวบเข้ามาทำให้อยากขโมย นั่นเป็นครั้งที่ขโมยมาเยอะที่สุด ราคาอาจจะเกือบถึง 1000 บาท (ไม่แน่ใจ) พอกลับมาบ้านมองของแล้วเครียด ว่า.. ‘ทำไมฉันทำแบบนั้น?’ ‘นี่มันเป็นของจำนวนที่เยอะมากนะ’ ‘กล้องเยอะขนาดนั้น ฉันต้องโดนจับได้แน่ๆ’ ‘พนง. ต้องจ่ายเงินให้ฉันเยอะแค่ไหนนะ?’ กังวลหลายอย่าง กลัวโดนจับ เลยขังตัวเองไว้ในห้อง ทำร้ายร่างกายตัวเอง ไม่ออกบ้านอยู่หลายเดือน จนเวลาผ่านไประยะหนึ่งฉันก็คิดว่าจะไปสารภาพกับพนง. ขับไปจอดหน้าเซเว่นอยู่หลายครั้ง แต่ฉันขี้ขลาดเกินกว่าจะเข้าไป สุดท้ายเลยเอาของที่ขโมยที่เก็บไว้รวมๆกันไปบริจาค ไปแจกคนอื่น
เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ฉันได้ออกไปใช้ชีวิต ไปสมัครงาน ฉันมีงานประจำทำที่ดี แต่.. ไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน ฉันไม่กล้าขับผ่านเซเว่น เห็นคนใส่ชุดเซเว่นไม่ได้ เห็นรถตำรวจ/เห็นตำรวจก็วิ่งหนี เวลาคนมองหน้าก็ชอบคิดว่า ‘เขารู้จักพนง.เซเว่น/เขาเป็นพนง.เซเว่นรึเปล่า‘ คนขับรถผ่านบ้านก็คิดว่าเขาจะมาส่งหมายเรียกตัว ฉันไม่สามารถเดินร้านค้าหรือที่ไหนแบบปกติได้อีกเลย นอนไม่หลับมาหลายเดือนแล้ว ไม่กล้าบอกใคร ถ้าจะบอกครอบครัวกลัวเขาผิดหวัง เสียใจ คิดอยู่ทุกวันว่า ‘จะไปสารภาพกับพนง.’ หรือ ‘ไปสถานีตำรวจดี’ ฉันเลยตัดสินใจปรึกษาเรื่องนี้กับจิตแพทย์ เขาบอกว่า ‘เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้ผ่านไป แค่ไม่ทำอีก ถ้าไปสารภาพ กลัวว่าอะไรจะแย่ลง’ แต่ฉันก็ยังคิดวนซ้ำๆ ไม่สามารถผ่านมันไปได้จริงๆ อยากบอกพนง.ทุกคนนะคะว่าคนที่ขโมยของไป ได้รับผลกรรมแล้ว ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติ และมีความสุขได้เลย