รอบเดือนที่ “
ยาวกว่าปกติ” ถือว่าผิดปกติไหม?
รอบเดือนของผู้หญิงทั่วไปมักอยู่ในช่วง
21–35 วัน โดยที่ “รอบเดือน” หมายถึง ระยะห่างระหว่างวันแรกของการมีประจำเดือนในแต่ละเดือน

หากคุณมีรอบเดือนทุก
30 วัน อย่างสม่ำเสมอ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้จัดว่าเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด และยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ตามปกติ
สำหรับบางคนที่มีรอบเดือนยาวถึง
36 วัน แต่สม่ำเสมอในทุกเดือน ก็อาจถือเป็นลักษณะเฉพาะของบุคคลนั้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องตีความว่าเป็นปัญหาทางระบบสืบพันธุ์ อย่างไรก็ตาม
ความสม่ำเสมอ มีความสำคัญมากกว่าความยาวของรอบเดือน
📆 รอบเดือนยาว = ไข่ตกช้ากว่าคนอื่น?
คำตอบคือ "ใช่" รอบเดือนที่ยาวขึ้นมักจะสัมพันธ์กับการตกไข่ที่ “ช้ากว่า” คนทั่วไป
โดยปกติ
การตกไข่จะเกิดขึ้นก่อนวันมีประจำเดือนรอบถัดไปประมาณ 14 วัน
ดังนั้น…
รอบเดือนช่วงไข่ตกโดยประมาณ
28 วัน ---> วันที่ 14
30 วัน ---> วันที่ 16
36 วัน ---> วันที่ 22
หากคุณมีรอบเดือน 36 วัน แสดงว่าไข่น่าจะตกในช่วง
วันที่ 22 ของรอบ
ช่วงเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุดคือช่วง 2–3 วันก่อนและหลังการตกไข่
💡 วางแผนการตั้งครรภ์จากรอบเดือนอย่างไร?
หากคุณมีรอบเดือนสม่ำเสมอ การนับช่วงไข่ตกสามารถทำได้ง่าย โดย
- นับย้อนหลัง
14 วันจากวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือนรอบถัดไป
- นั่นคือช่วงที่ไข่น่าจะตก และเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมีเพศสัมพันธ์เพื่อวางแผนตั้งครรภ์
หากต้องการความแม่นยำมากขึ้น อาจใช้ชุดตรวจการตกไข่ (LH test) หรือวัดอุณหภูมิร่างกายทุกเช้าเพื่อดูแนวโน้มของฮอร์โมนในร่างกาย
❗️หากยังไม่ตั้งครรภ์ ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เมื่อไร?
ในคู่สมรสที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ (โดยไม่ป้องกัน) หากยังไม่ตั้งครรภ์ภายในระยะเวลาเหล่านี้ ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม:
6 เดือน หากฝ่ายหญิงอายุ
35 ปีขึ้นไป
12 เดือน หากฝ่ายหญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี
โดยแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น
✅ ตรวจระดับฮอร์โมน (FSH, LH, AMH, Prolactin, Thyroid)
✅ ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อตรวจการตกไข่
✅ ตรวจคุณภาพของอสุจิในฝ่ายชาย
✅ ตรวจโพรงมดลูกหรือท่อนำไข่
✅ ตรวจหาสาเหตุแฝง เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS), เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, ภูมิคุ้มกัน, หรือพังผืด
📌 โดยสรุปแล้ว
รอบเดือน 30–36 วัน
ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ หากมาสม่ำเสมอ
โอกาสตั้งครรภ์ยังคงมีได้ หากวางแผนให้ตรงกับช่วงไข่ตก
หากพยายามตั้งครรภ์มานานเกิน 6–12 เดือนโดยไม่สำเร็จ ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก
รอบเดือน 30–36 วัน ปกติหรือไม่? และมีโอกาสตั้งครรภ์แค่ไหน?
รอบเดือนของผู้หญิงทั่วไปมักอยู่ในช่วง 21–35 วัน โดยที่ “รอบเดือน” หมายถึง ระยะห่างระหว่างวันแรกของการมีประจำเดือนในแต่ละเดือน
หากคุณมีรอบเดือนทุก 30 วัน อย่างสม่ำเสมอ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้จัดว่าเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด และยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ตามปกติ
สำหรับบางคนที่มีรอบเดือนยาวถึง 36 วัน แต่สม่ำเสมอในทุกเดือน ก็อาจถือเป็นลักษณะเฉพาะของบุคคลนั้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องตีความว่าเป็นปัญหาทางระบบสืบพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ความสม่ำเสมอ มีความสำคัญมากกว่าความยาวของรอบเดือน
📆 รอบเดือนยาว = ไข่ตกช้ากว่าคนอื่น?
คำตอบคือ "ใช่" รอบเดือนที่ยาวขึ้นมักจะสัมพันธ์กับการตกไข่ที่ “ช้ากว่า” คนทั่วไป
โดยปกติ การตกไข่จะเกิดขึ้นก่อนวันมีประจำเดือนรอบถัดไปประมาณ 14 วัน
ดังนั้น…
รอบเดือนช่วงไข่ตกโดยประมาณ
28 วัน ---> วันที่ 14
30 วัน ---> วันที่ 16
36 วัน ---> วันที่ 22
หากคุณมีรอบเดือน 36 วัน แสดงว่าไข่น่าจะตกในช่วง วันที่ 22 ของรอบ
ช่วงเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุดคือช่วง 2–3 วันก่อนและหลังการตกไข่
💡 วางแผนการตั้งครรภ์จากรอบเดือนอย่างไร?
หากคุณมีรอบเดือนสม่ำเสมอ การนับช่วงไข่ตกสามารถทำได้ง่าย โดย
- นับย้อนหลัง 14 วันจากวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือนรอบถัดไป
- นั่นคือช่วงที่ไข่น่าจะตก และเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมีเพศสัมพันธ์เพื่อวางแผนตั้งครรภ์
หากต้องการความแม่นยำมากขึ้น อาจใช้ชุดตรวจการตกไข่ (LH test) หรือวัดอุณหภูมิร่างกายทุกเช้าเพื่อดูแนวโน้มของฮอร์โมนในร่างกาย
❗️หากยังไม่ตั้งครรภ์ ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เมื่อไร?
ในคู่สมรสที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ (โดยไม่ป้องกัน) หากยังไม่ตั้งครรภ์ภายในระยะเวลาเหล่านี้ ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม:
6 เดือน หากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป
12 เดือน หากฝ่ายหญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี
โดยแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น
✅ ตรวจระดับฮอร์โมน (FSH, LH, AMH, Prolactin, Thyroid)
✅ ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อตรวจการตกไข่
✅ ตรวจคุณภาพของอสุจิในฝ่ายชาย
✅ ตรวจโพรงมดลูกหรือท่อนำไข่
✅ ตรวจหาสาเหตุแฝง เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS), เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, ภูมิคุ้มกัน, หรือพังผืด
📌 โดยสรุปแล้ว
รอบเดือน 30–36 วัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ หากมาสม่ำเสมอ
โอกาสตั้งครรภ์ยังคงมีได้ หากวางแผนให้ตรงกับช่วงไข่ตก
หากพยายามตั้งครรภ์มานานเกิน 6–12 เดือนโดยไม่สำเร็จ ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก