คือเราเป็นพี่สาวคนโต มีน้องสาวและน้องชาย น้องชายไม่ค่อยมีปัญหากันมากค่ะ เพราะเขาค่อนข้างฟังเราเวลาพูดกันก็มีเหตุผลดี อาจเป็นเพราะอายุที่ห่างกัน น้องเหมือนจะถามเราเฉพาะเรื่องจริงจัง มีคุยเล่นบาง แต่ไม่กล้าหยอก กล้าตี
ส่วนน้องสาวห่างกัน3ปี น้องมีนิสัยชอบเถียงค่ะ ยึดความคิดตัวเอง ใครเตือนไม่ค่อยจะฟัง มีหลายครั้งที่พ่อแม่บอกไม่ได้ แล้วก็จะวนมาที่เราว่า “ช่วยบอกน้องแทนพ่อแม่หน่อย” เอาจริงๆน้องก็ไม่ฟังใคร แต่เราเน้นคุยแบบปล่อย เพราะเราถูกกดดันมาเยอะจากการเป็นลูกคนแรก เราอยากให้น้องได้เลือกเอง ตัดสินใจเอง เราเป็นคนที่บุกเบิกเส้นทางการเรียนเองหลายอย่างมาก ขอเรียนพิเศษแต่พ่อแม่ว่าไม่จำเป็น พอเราไม่ติดคณะที่หวัง กลับเป็นน้องที่ได้เรียน เราไม่น้อยใจนะคะ เข้าใจว่าพ่อแม่มีลูกคนแรก ประสบการณ์ครั้งแรกของทั้งคู่ แต่ที่น้อยใจคือเราเก็บของพวกหนังสือชุด เอกสารการเรียนให้หมดแทบทุกอย่าง กล่อมพ่อแม่ให้น้องได้เรียนพิเศษ แต่กลายเป็นว่าน้องเหมือนไม่เต็มใจที่จะเรียน เรียนแบบขี้เกียจไม่เต็มที่ (พ่อแม่ไม่ได้บังคับให้เรียนนะคะ เขาโอเค แต่พอลงคอร์สไปก็ทำตัวไม่คุ้มกับเงิน)
ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ช่วงนี้เป็นวันหยุด เรากลับบ้าน(เราทำงานแล้ว) เลยกลับมาเก็บบ้าน เก็บเสื้อผ้า ชุดฝึกต่างๆ (ของพยาบาล) คือมันก็เป็นชุดที่เราซื้อมาเพิ่มจากจำนวนปกติที่เขาให้ด้วย เพราะมีเยอะๆจะได้ไม่ต้องซักบ่อย แค่ฝึกก็เหนื่อยแล้ว
แล้วเราดันไปเก็บชุดน้องที่ได้มาจากพี่ในสาย เพราะน้องวางไม่เป็นระเบียบ เราเลยยกมาทั้งถุงที่เราเก็บมาจากหอ แล้วถุงของน้องอยู่ข้างกัน คือเก็บมานานแล้วก็จำไม่ได้หรอกว่าของน้องหรือของตัวเอง เราก็พับๆ เก็บลงลังให้เรียบร้อย แล้วน้องก็โวยวายว่าเราเก็บของนางไปด้วยทำไม แต่เรากับแม่ก็บอกว่าถ้าถึงช่วงฝึกก็ค่อยมาเปิดเอาตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้ แถมที่เราเก็บคือคัดเก็บไว้ให้น้องใส่นั่นแหละ แล้วน้องยังพูดต่ออีกว่าทำไมเราไม่เอาไปให้น้องในสายตัวเอง เก็บไว้ทำไมเยอะแยะ แบบไม่ต้องเก็บไว้ให้หรอก เรายังไม่ได้ตอบอะไรนะคะ แม่สวนก่อนว่ามีเยอะๆไม่ดีตรงไหน แล้วมันก็เป็นเงินของเราเพราะนี่ซื้อเพิ่มไว้จะได้ไม่ต้องซัก ใจจริงอยากยกให้น้องๆในสายคนอื่นมาก เพราะเก็บไปก็ไม่ได้ใส่ รกบ้านค่ะ แต่น้องตัวเองดันเรียนพยาบาลที่เดียวกัน เลยว่าถ้าเอาไปบริจาคให้น้องคนอื่นหมด แต่น้องตัวเองไม่มีใส่คนที่โดนว่าก็คงเป็นเราเหมือนเดิม
ตกเย็นมาก็เปิดเพลง ดูคลิปเสียงดัง ตอนแรกเราก็ไม่ได้ว่านะคะ แต่สักพักมันก็ดึกยังไม่เลิก ใกล้เวลานอนแล้วเลยว่าใส่หูฟังเถอะ น้องไม่ยอมค่ะ ทั้งๆที่เรากับน้องชายบอกว่าไม่ได้อยากดูด้วยนะ เกรงใจกันหน่อย น้องตอบว่า “ถ้าไม่พอใจก็ไปนอนห้องตัวเองสิ นี่ห้อง....จะทำอะไรก็ได้” เรากับน้องชายก็ไม่พูดอะไรต่อค่ะ
คือต้องอธิบายก่อนว่า ทำไมได้นอนด้วยกัน ทั้งที่เราสามพี่น้องมีห้องเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
1.ห้องเรามีพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องมาอยู่ประจำ เพราะมาทำงานกับแม่เรา เราก็เก็บของเรา+ของพี่ ไม่ได้นอนกับพี่เพราะพี่กรน เราไวต่อเสียงมากค่ะ
2. ห้องน้องชายที่อยู่ข้างล่างนอนไม่ได้จริง ทำฝาแต่ฝาพังยังไม่ได้ซ้อม แถมลาสุดปลวกกินผนังด้วย
3.ห้องเลยว่างแค่ห้องน้องสาว เพราะสถานการณ์ปกติคือไม่มีใครอยู่บ้าน เราไปเรียนจนถึงทำงาน นานๆกลับ น้องสาวก็นอนหอพยาบาล น้องชายเรียนรร.ประจำ แต่จะกลับมานอนชนกันแค่ช่วงเทศกาล
ในใจเราไม่โอเคเลยที่น้องพูดแบบนี้ ว่าแบบไปนอนห้องเธอสิ แม่ไม่ได้บังคับให้มานอนรวมกันนะ คือน้องไม่สนใจคนอื่น ไม่สนเหตุผลว่าทำไมคนอื่นกลับห้องตัวเองไม่ได้ แล้วบ้านก็ค่อนข้างใหญ่ แม่ทำความสะอาดไม่ไหว ห้องไหนที่ไม่มีคนอยู่นานๆ กลับมาคือนอนไม่ได้มีแต่ฝุ่น เคยมีครั้งหนึ่งที่เรากลับมาแล้วนอนไม่ได้ เพราะเตียงขึ้นราจากการที่น้องไม่เคยซักที่นอนเลย แล้วแม่ก็ไม่ได้มาดูห้องเพราะคิดว่าปิดเทอมน้องสาวก็ซักอะไรปกติ กลายเป็นเราต้องมาจัดการทุกอย่างทั้งๆที่อยากถึงบ้านแล้วนอนเลย
ทุกคนคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้คะ
มีใครเคยรู้สึกไม่ดี(น้อยใจ)กับน้องแท้ๆของตัวเองบ้างไหมคะ?
ส่วนน้องสาวห่างกัน3ปี น้องมีนิสัยชอบเถียงค่ะ ยึดความคิดตัวเอง ใครเตือนไม่ค่อยจะฟัง มีหลายครั้งที่พ่อแม่บอกไม่ได้ แล้วก็จะวนมาที่เราว่า “ช่วยบอกน้องแทนพ่อแม่หน่อย” เอาจริงๆน้องก็ไม่ฟังใคร แต่เราเน้นคุยแบบปล่อย เพราะเราถูกกดดันมาเยอะจากการเป็นลูกคนแรก เราอยากให้น้องได้เลือกเอง ตัดสินใจเอง เราเป็นคนที่บุกเบิกเส้นทางการเรียนเองหลายอย่างมาก ขอเรียนพิเศษแต่พ่อแม่ว่าไม่จำเป็น พอเราไม่ติดคณะที่หวัง กลับเป็นน้องที่ได้เรียน เราไม่น้อยใจนะคะ เข้าใจว่าพ่อแม่มีลูกคนแรก ประสบการณ์ครั้งแรกของทั้งคู่ แต่ที่น้อยใจคือเราเก็บของพวกหนังสือชุด เอกสารการเรียนให้หมดแทบทุกอย่าง กล่อมพ่อแม่ให้น้องได้เรียนพิเศษ แต่กลายเป็นว่าน้องเหมือนไม่เต็มใจที่จะเรียน เรียนแบบขี้เกียจไม่เต็มที่ (พ่อแม่ไม่ได้บังคับให้เรียนนะคะ เขาโอเค แต่พอลงคอร์สไปก็ทำตัวไม่คุ้มกับเงิน)
ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ช่วงนี้เป็นวันหยุด เรากลับบ้าน(เราทำงานแล้ว) เลยกลับมาเก็บบ้าน เก็บเสื้อผ้า ชุดฝึกต่างๆ (ของพยาบาล) คือมันก็เป็นชุดที่เราซื้อมาเพิ่มจากจำนวนปกติที่เขาให้ด้วย เพราะมีเยอะๆจะได้ไม่ต้องซักบ่อย แค่ฝึกก็เหนื่อยแล้ว
แล้วเราดันไปเก็บชุดน้องที่ได้มาจากพี่ในสาย เพราะน้องวางไม่เป็นระเบียบ เราเลยยกมาทั้งถุงที่เราเก็บมาจากหอ แล้วถุงของน้องอยู่ข้างกัน คือเก็บมานานแล้วก็จำไม่ได้หรอกว่าของน้องหรือของตัวเอง เราก็พับๆ เก็บลงลังให้เรียบร้อย แล้วน้องก็โวยวายว่าเราเก็บของนางไปด้วยทำไม แต่เรากับแม่ก็บอกว่าถ้าถึงช่วงฝึกก็ค่อยมาเปิดเอาตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้ แถมที่เราเก็บคือคัดเก็บไว้ให้น้องใส่นั่นแหละ แล้วน้องยังพูดต่ออีกว่าทำไมเราไม่เอาไปให้น้องในสายตัวเอง เก็บไว้ทำไมเยอะแยะ แบบไม่ต้องเก็บไว้ให้หรอก เรายังไม่ได้ตอบอะไรนะคะ แม่สวนก่อนว่ามีเยอะๆไม่ดีตรงไหน แล้วมันก็เป็นเงินของเราเพราะนี่ซื้อเพิ่มไว้จะได้ไม่ต้องซัก ใจจริงอยากยกให้น้องๆในสายคนอื่นมาก เพราะเก็บไปก็ไม่ได้ใส่ รกบ้านค่ะ แต่น้องตัวเองดันเรียนพยาบาลที่เดียวกัน เลยว่าถ้าเอาไปบริจาคให้น้องคนอื่นหมด แต่น้องตัวเองไม่มีใส่คนที่โดนว่าก็คงเป็นเราเหมือนเดิม
ตกเย็นมาก็เปิดเพลง ดูคลิปเสียงดัง ตอนแรกเราก็ไม่ได้ว่านะคะ แต่สักพักมันก็ดึกยังไม่เลิก ใกล้เวลานอนแล้วเลยว่าใส่หูฟังเถอะ น้องไม่ยอมค่ะ ทั้งๆที่เรากับน้องชายบอกว่าไม่ได้อยากดูด้วยนะ เกรงใจกันหน่อย น้องตอบว่า “ถ้าไม่พอใจก็ไปนอนห้องตัวเองสิ นี่ห้อง....จะทำอะไรก็ได้” เรากับน้องชายก็ไม่พูดอะไรต่อค่ะ
คือต้องอธิบายก่อนว่า ทำไมได้นอนด้วยกัน ทั้งที่เราสามพี่น้องมีห้องเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
1.ห้องเรามีพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องมาอยู่ประจำ เพราะมาทำงานกับแม่เรา เราก็เก็บของเรา+ของพี่ ไม่ได้นอนกับพี่เพราะพี่กรน เราไวต่อเสียงมากค่ะ
2. ห้องน้องชายที่อยู่ข้างล่างนอนไม่ได้จริง ทำฝาแต่ฝาพังยังไม่ได้ซ้อม แถมลาสุดปลวกกินผนังด้วย
3.ห้องเลยว่างแค่ห้องน้องสาว เพราะสถานการณ์ปกติคือไม่มีใครอยู่บ้าน เราไปเรียนจนถึงทำงาน นานๆกลับ น้องสาวก็นอนหอพยาบาล น้องชายเรียนรร.ประจำ แต่จะกลับมานอนชนกันแค่ช่วงเทศกาล
ในใจเราไม่โอเคเลยที่น้องพูดแบบนี้ ว่าแบบไปนอนห้องเธอสิ แม่ไม่ได้บังคับให้มานอนรวมกันนะ คือน้องไม่สนใจคนอื่น ไม่สนเหตุผลว่าทำไมคนอื่นกลับห้องตัวเองไม่ได้ แล้วบ้านก็ค่อนข้างใหญ่ แม่ทำความสะอาดไม่ไหว ห้องไหนที่ไม่มีคนอยู่นานๆ กลับมาคือนอนไม่ได้มีแต่ฝุ่น เคยมีครั้งหนึ่งที่เรากลับมาแล้วนอนไม่ได้ เพราะเตียงขึ้นราจากการที่น้องไม่เคยซักที่นอนเลย แล้วแม่ก็ไม่ได้มาดูห้องเพราะคิดว่าปิดเทอมน้องสาวก็ซักอะไรปกติ กลายเป็นเราต้องมาจัดการทุกอย่างทั้งๆที่อยากถึงบ้านแล้วนอนเลย
ทุกคนคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้คะ