ไปรษณีย์ทำของหาย แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบเลย ใครเคยเจอแบบนี้บ้างครับ


วันนี้ผมขออนุญาตมาเล่าประสบการณ์ที่ทั้งเจ็บใจและเสียความรู้สึกมากจริง ๆ หวังว่าจะมีใครที่เคยเจอเรื่องคล้ายกัน หรือพอจะแนะนำแนวทางให้ผมได้บ้าง

เรื่องเริ่มจากผมมีพัสดุสำคัญที่ต้องใช้ด่วนในวันที่ 9 เมษายน 2568 เลยให้รุ่นพี่รีบส่ง EMS มาให้ (เมื่อวันที่ 6) เพื่อความมั่นใจว่าจะมาถึงทันเวลา

จากระบบติดตามพัสดุของไปรษณีย์ แสดงว่าของมาถึงปลายทางตั้งแต่วันที่ 8 แล้วครับ พนง.ส่ง กดปิดงานและลงลายเซนผมทั้งที่ผมยังไม่ได้รับพัสดุเลย

(ทั้งที่ไม่ได้จัดส่งพัสดุให้ลูกค้าตามวันเวลาที่ปิดงาน) เขาส่งงานทิพย์

แต่รอทั้งวัน พนักงานก็ไม่มาส่ง ตอนแรกคิดในแง่ดีว่าอาจจะเพราะฝนตกหรือมีเหตุขัดข้อง

แต่วันที่ 9 ก็ยังเงียบ แม่ผมเลยไปตามถึงบ้าน

คำตอบที่ได้คือ "น่าจะติดไปหมู่บ้านอื่น"

ผมก็ยังใจเย็น คิดว่า EMS ไม่น่าหายง่าย ๆ เลือกส่งเพราะเป็นเอกสารที่สำคัญกับชีวิตผมมากๆ คิดว่าเป็นบริการที่รวดเร็ว และค่อนข้างน่าเชื่อถือ

แต่พอเข้าไปดูระบบอีกที กลับพบว่า มีสถานะ "รับของแล้ว เป็นชื่อผม" โดยผมยังไม่ได้รับของ และไม่มีคนในบ้านผมเซ็นรับเลย

แต่ยิ่งรอ ยิ่งตาม กลับยิ่งรู้สึกว่า ทุกอย่างกำลังผิดปกติ

พอโทรไปสอบถามกับทางไปรษณีย์ครั้งแรก

ผมก็ยังพยายามใจเย็น อยากจะเข้าใจว่าบางทีอาจเป็นความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ

แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือคำตอบที่วกวน สับสน และไม่ชัดเจนเลยครับ

ตั้งแต่วันแรกที่โทรถาม

ภรรยาเขารับสาย และบอกว่า “ไม่มีพัสดุของผมในวันที่ 8”

แล้วโทรไปอีกที ช่วงเย็น พนง.ส่งคนนั้นรับสายเอง และก็บอกว่า “อาจติดไปหมู่บ้านอื่น เดี๋ยวลองเช็กให้”

พูดเหมือนยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลจริงจัง

พูดจาคล้าย ๆ จะปัดให้พ้นตัว มากกว่าจะช่วยกันหาทางออกให้กับลูกค้า

ซึ่งมันแปลกมากครับ เพราะในระบบติดตามพัสดุของ EMS เอง

ระบุชัดเจนว่าของถึงปลายทางตั้งแต่วันที่ 8 แล้ว

แต่ พนง. คนนั้นบอกว่า “ของยังมาไม่ถึง”

หรือ “ไม่มีของชิ้นนี้ในระบบ ณ วันที่ 8” ซึ่งขัดกับหลักฐานที่ผมเห็นกับตาอย่างสิ้นเชิง

ความรู้สึกตอนนั้น... คือทั้งสับสนและผิดหวัง

ผมแค่หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างจริงใจ

ไม่ใช่คำตอบที่ฟังแล้วเหมือนไม่อยากรับผิดชอบ หรือไม่อยากค้นหาความจริงเลยด้วยซ้ำ

พอโทรไปถาม ก็ได้คำตอบวกวน บางทีก็บอกจะลองหาดูเผื่อมีคนหยิบผิดไป

หลังจากนั้นก็ติดต่อยาก โทรไม่รับ พูดไม่ชัดเจน

จนสุดท้ายผมตัดสินใจไปที่ไปรษณีย์เอง

เจ้าหน้าที่ส่วนกลางให้ความร่วมมือดีครับ ยืนยันว่าพัสดุออกไปกับพนักงานคนนี้แล้วจริง ๆ

มีสถานะ “รับแล้ว” จากเขาโดยตรง

ให้ผมติดต่อผ่าน พนง.คนนั้นโดยตรง เพราะของได้ออกจากส่วนกลางและเขามารับพัสดุออกไปแล้ว

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เริ่มดูแปลกและน่าสงสัยมากขึ้นไปอีก คือ

มีเบอร์โทรแปลก ๆ โทรเข้ามาหาแม่ผมในวันถัดมา (สงสัยทำไมไม้โทรหาเบอร์ผมโดยตรง หรือคิดว่าแม่ผมใจดี อาจปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป)

โดยคนที่โทรมาเป็น “ภรรยาของพนักงานไปรษณีย์คนนั้น”  

และสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีกคือ เมื่อภรรยาของพนักงานโทรมาหาแม่ผม กลับบอกว่า “พัสดุของผมไม่ได้หาย”

แต่ “ให้พนักงาน Flash มาส่งให้แทน” เวลาประมาณ 3 ทุ่ม

ผมฟังแล้วรู้สึกอึ้ง และอดสงสัยไม่ได้ว่า...

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่พัสดุของไปรษณีย์ไทยสามารถให้ “พนักงาน Flash” มาส่งแทนได้?

เพราะตามความเข้าใจของผม พัสดุ EMS เป็นบริการเฉพาะของไปรษณีย์ไทย ต้องมีระบบบันทึก เส้นทางการขนส่ง ชื่อผู้ส่ง ผู้รับ

และมีมาตรฐานในการรับ-ส่งพัสดุอย่างชัดเจน

การที่จู่ ๆ บอกว่า “ฝากพนักงานจากบริษัทขนส่งเอกชนอีกเจ้ามาส่งแทน”

แถมยังส่งช่วงเวลาค่ำแบบนั้น — โดยไม่มีเอกสาร หรือหลักฐานการส่งมอบใด ๆ

มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้ “ไม่สมเหตุสมผล” และ “ไม่น่าเชื่อถือ” เลยครับ

หากเป็นระบบที่โปร่งใสจริง ควรจะมีชื่อพนักงาน Flash คนนั้นในระบบ

ควรจะมีรูปถ่ายขณะส่ง ควรจะมีการแจ้งเตือนผู้รับ ไม่ใช่ปล่อยให้พัสดุสำคัญของประชาชน

ถูกส่งต่อแบบไร้ความรับผิดชอบ และไร้หลักฐานแบบนี้

ผมเลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า…นี่คือมาตรฐานของไปรษณีย์ไทยในปัจจุบันแล้วใช่ไหม?

แล้วถ้าผมไม่ตาม ไม่ร้องเรียน ไม่ถามให้ลึก

เรื่องนี้จะเงียบหายไปง่าย ๆ หรือเปล่า?

ซึ่งฟังแล้วมันไม่สมเหตุสมผลเลยครับ...

หนึ่ง—เวลาส่งพัสดุของไปรษณีย์ไทยไม่ใช่ช่วงกลางคืน 3 ทุ่ม

สอง—ไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่แสดงว่ามีพนักงาน Flash มาส่งจริง

สาม—บ้านผมก็มีกล้องวงจรปิดรอบบ้าน

ผมย้อนกลับไปดูภาพในช่วงวันและเวลาที่อ้างว่ามาส่ง

ปรากฏว่าไม่มีใครเข้ามาที่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว

และที่สำคัญที่สุด—วันนั้น ยายของผมไม่อยู่บ้านเลยครับ

เพราะไปค้างคืนกับลูกชายที่อีกหมู่บ้าน

แต่เขากลับบอกว่า “ยายเป็นคนรับพัสดุไปแล้ว ตอนนั้นไม่มีใครอยู่บ้าน เขาเลยเรียกยายให้ออกมารับด้วเอง ซึ่งไม่จริงเลย เพราะช่วงเย็น ๆ บ้าน

ผมจะล็อคประตูหน้าบ้านไว้ และยายผมก็เปิดประตูเองไม่ได้ด้วย และที่สำคัญในช่วงนี้ผมก็อยู่บ้านตลอดเลย” ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย

ผมฟังแล้วรู้สึกเสียใจมาก ไมjใช่แค่เพราะของหาย แต่เพราะรู้สึกเหมือนถูกโกหกซ้ำ ๆ

เรื่องที่ควรตรงไปตรงมา กลับมีแต่คำอ้างที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

จากไม่มีพัสดุ → ติดไปหมู่บ้านอื่น → วางไว้กับยาย → มาส่งตอนกลางคืนโดย Flash

แต่ไม่มีข้อไหนที่มีหลักฐานยืนยันเลย

ผมเริ่มรู้สึกว่าเขา “พยายามโกหก” เพื่อกลบเกลื่อนความผิด

จากอ้างว่าเรียกยายออกรับ เมื่อบอกว่าวันนั้นยายไม่อยู่บ้าน เริ่มเปลี่ยนประเด็นใหม่

หลังจากที่มีการอ้างว่าพัสดุของผมถูก “พนักงาน Flash” มาส่งให้แทนตอนกลางคืน

ผมก็พยายามติดต่อนัดพนักงานคนนั้นมาคุยที่บ้าน เพื่อขอความกระจ่างกับเรื่องนี้ให้ชัดเจน

แต่เมื่อได้เจอกันจริง ๆ สิ่งที่เขาพูดก็เริ่มสับสนและย้อนแย้งกันเองตลอดเวลา

ตอนคุยโทรศัพท์ครั้งแรก เขาบอกว่า “เรียกยายให้ออกมารับของไปแล้ว ลองหาดูให้ดี ๆ นะ เผื่อแกขี้หลงขี้ลืม" (แต่ความจริงหากมีคนมาส่งของจริงๆ ยาย

ผมจะเรียกและบอกผมทุกครั้ง)

แต่พอเจอกันต่อหน้า เขากลับบอกอีกอย่างว่า “วางไว้บนกำแพงหน้าบ้าน น่าจะอยู่ตรงข้างบ้าน หรือไม่ก็หน้าบ้าน” ชี้จุดยังไม่ถูกเลย

บางครั้งก็พูดว่า “ไม่ได้วางเองหรอกครับ มีคนอื่นมาส่งแทน” หรือ

“ไม่แน่ใจว่าใครเอาไป เพราะตอนนั้นผมรีบ และ EMS จ่ายตังค์แล้ว ของไม่ใช่แบบเก็บเงินปลายทางเลยไม่ได้โทรแจ้ง” และบอกว่ามาส่งแค่ของผมชิ้นเดียว

และเมื่อถามว่าส่งพัสดุเป็นชื่อใคร เขาบอกว่ายังไม่ได้ดูชื่อเลยตอนส่ง ซึ่งมันฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลย

เพราะพัสดุของผมเป็นของสำคัญ และเป็น EMS ซึ่งก็ควรมีคนรับเซ็นชัดเจน หรือหากไม่มีใครที่บ้านของก็จะตีกลับวันต่อวัน

ผมย้อนดูภาพทั้งวันตั้งแต่เช้าจนดึก ไม่มีพนักงานคนไหนเข้ามาส่งของเลยแม้แต่คนเดียว

และที่สำคัญมากคือวันนั้นฝนตกหนักทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนเย็น จะมาส่งของกลางฝน มาวางบนกำแพงที่ฝนสาดแรง ๆ โดยไม่มีการห่อกันน้ำ

มันเป็นไปไม่ได้เลยครับ

มันวนเวียนเหมือนพยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง

และที่หนักใจที่สุดคือ…

การโยนความผิดให้ “ยายผม” ซึ่งอายุเกือบ 90 ปี และเป็นผู้สูงอายุที่หลงลืมง่าย

ทั้งที่วันนั้นยายผม ไม่ได้อยู่บ้านเลย ไปค้างที่บ้านลูกชายตามปกติ

แต่นี่กลับเอาชื่อยายมาพูดเหมือนว่าเป็นต้นเหตุของเรื่อง

เป็นเหมือนเครื่องมือใช้ในการปัดความรับผิดชอบ

ผมมองว่านี่ไม่ใช่แค่การโกหก แต่เป็นการละเมิดความเชื่อใจของคนที่ไว้ใจในบริการ

แทนที่พนักงานจะยอมรับและแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา (แค่ขอโทษกันสักคำก็ยังไม่มีเลยครับ)

กลับเลือกจะซ้อนโกหกด้วยโกหกอีกชั้น และพยายามให้เรื่องมันจบ ๆ ไป

โดยไม่คิดเลยว่า...

คนที่สูญเสีย ไม่ใช่แค่ของในกล่อง

แต่มันคือความไว้ใจ ความมั่นใจในระบบ และความรู้สึกของคนที่หวังพึ่งพาบริการที่ควรจะเชื่อถือได้

และที่ผ่านมา พนง. คนนนี้ (บุรุษไปรษณีย์คนนี้) เคยทำพัสดุคนอื่นหายมาก่อนแล้ว และมักจะให้ภรรยาและลูกช่วยส่งของแทนตน และเคยแอบเปิดอ่านเอกสาร แอบบเปิดกล่องพัสดุของคนอื่นก่อนนำส่งด้วย แต่ไม่มีใครเอาเรื่อง

และครั้งนี้ผมก็เกือบจะปล่อยผ่าน

แต่คิดอีกที... ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย คนอื่นก็อาจต้องมาเจอแบบนี้อีก

ผมไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเพียง "ความซวย" ของผู้รับคนหนึ่ง

ผมอยากเห็นความรับผิดชอบจากระบบที่เราวางใจ

ตอนนี้ผมกำลังจะทำเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ

แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหนดี หรือมีช่องทางใดที่ได้ผลที่สุด

เลยอยากขอคำแนะนำจากทุกคนครับ

มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้าง?

ทำเรื่องร้องเรียนกับไปรษณีย์อย่างไรให้เรื่องถึงผู้บริหาร?

หรือมีหน่วยงานไหนที่สามารถช่วยตรวจสอบ หรือเรียกร้องความรับผิดชอบได้บ้าง?

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบครับ

สำหรับบางคน อาจมองว่าของแค่กล่องเดียว ไม่ควรเดือดร้อนขนาดนี้
แต่สำหรับผม มันคือความหวัง ความไว้ใจ และสิ่งสำคัญที่ผมรอด้วยใจจริง
หวังว่าจะไม่เกิดกับใครอีกครับ 🙏
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่