เมื่อเช้าเห็นข่าว บอกว่าจะเอาไปเคลมประกัน ปกติเคลมประกันจะใช้เพียงสัญญาทำประกันมิใช่หรือ
ทีม SEE TRUE เผยภาพลับเฉพาะ เจอบริษัทจีนก่อสร้างตึก สตง. ถล่ม ลอบขนเอกสารหนีกว่า 20 แฟ้ม ก่อนขับรถหนีไป
จากกรณีอาคารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ในพื้นที่เขตจตุจักร กทม. ที่กำลังก่อสร้างกว่า 30 ชั้น พังถล่มลงหลังเกิดแผ่นดินไหวในเมียนมา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค. 68 ส่งผลให้มีผู้สูญหาย 97 ราย เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และบาดเจ็บอีก 8 ราย ซึ่งต่อมามีการเปิดเผยข้อมูลว่า บริษัทจีนที่ก่อสร้างอาคาร สตง. ไล่ลบข้อมูลในโซเชียลออก จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 29 มี.ค. 68 ผู้สื่อข่าวทีม SEE TRUE ไทยรัฐทีวี พบพนักงานบริษัทของจีนที่ก่อสร้างตึก สตง. ที่ถล่มลงมา กำลังขนเอกสารการก่อสร้างตึก 20 กว่าแฟ้ม ข้ามกำแพงสถานีกลางบางซื่อ นำขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป
...
ช่วงเวลาประมาณ 15.45 น. ระหว่างที่ทีม SEE TRUE ของไทยรัฐทีวีกำลังสำรวจบริเวณซอยที่อยู่ข้างๆ ตึก สตง. ที่ถล่มลงมา พบกลุ่มชาวจีนจำนวน 4-5 คน ซึ่งน่าจะเป็นพนักงานของบริษัททุนจีนที่เป็นก่อสร้างตึก สตง. กำลังพากันขนเอกสารการก่อสร้างตึกจำนวน 20 กว่าแฟ้ม ออกจากบริเวณตึก และลักลอบนำแฟ้มเอกสารเหล่านั้นลอดผ่านรั้วของสถานีกลางบางซื่อ เข้าไปกองไว้ยังบริเวณของสถานีกลางบางซื่อ
จังหวะนั้นทีม SEE TRUE เดินเข้าไปดูและถามว่า ทำไมถึงขนเอกสารการก่อสร้างออกมาทางนี้ ซึ่งพนักงานผู้หญิงตอบเป็นภาษาไทยแบบค่อนข้างมีอารมณ์ว่า ขนออกข้างหน้าไม่ได้ถึงต้องเอาออกมาทางนี้ ทีม SEE TRUE จึงบอกว่าสามารถบอกเจ้าหน้าที่และขนเอกสารออกข้างหน้าได้ แต่เมื่อถามผู้หญิงคนไทย อ้างว่าที่ต้องขนเอกสารออกทางนี้ เพราะด้านหน้ารถเข้าไม่ได้
จากนั้นเอกสารทั้ง 20 กว่าแฟ้ม ถูกกองไว้ข้างรั้วในฝั่งสถานีกลางบางซื่อ แล้วก็มีผู้ชายชาวจีน 2 คน ช่วยกันขนแฟ้มทั้งหมด ไปขึ้นรถกระบะสีบรอนซ์ ที่จอดรออยู่ ซึ่งทีมข่าว SEE TRUE พยายามที่จะเข้าไปเรียกให้คนขับรถเปิดประตูลงมาคุยกัน แต่ผู้ชายคนขับรถสวมแว่นลักษณะคล้ายคนจีน ได้ขับเลื่อนรถหนี ไปจอดจุดอื่น
ส่วนชายชาวจีน 2 คนที่ขนแฟ้มเอกสารขึ้นกระบะหลังรถ ขนกันคนละประมาณ 2-3 เที่ยว และด้วยความเร่งรีบ ชายชาวจีนที่ใส่เสื้อเทา ได้หอบแถมทีละหลายแฟ้ม แต่แฟ้มเกิดหล่นระหว่างทางก็ไม่ยอมเก็บในตอนนั้น เพราะว่าทีม SEE TRUE กำลังตามถ่ายอยู่
โดยช่วงระหว่างที่มีการลักลอบขนเอกสาร ทีม SEE TRUE ได้พยายามโทรศัพท์ประสานตำรวจนครบาล แต่ว่าสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ค่อนข้างติดต่อได้ยาก ต้องโทร.หลายครั้งกว่าจะติด ทีม SEE TRUE จึงพยายามประวิงเวลาให้การขนเอกสารเป็นไปอย่างช้าที่สุด แต่ก็ไม่ทัน เพราะเมื่อกลุ่มคนจีนเห็นว่าเราเป็นสื่อมวลชนและกำลังบันทึกภาพรายงานข่าว จึงรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว และยกโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพทีม SEE TRUE ไว้ด้วย
จากนั้นเมื่อตำรวจชุดสืบสวนนครบาลมาถึง ทีม SEE TRUE จึงส่งภาพที่ถ่ายไว้ให้ ซึ่งตำรวจนครบาลได้ใช้ภาพดังกล่าวเพื่อติดตามรถกระบะคันดังกล่าว
ทั้งนี้ ทีม SEE TRUE ได้ลงไปสังเกตการณ์ในซอยดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเที่ยง พบว่าบรรดาผู้บริหารบริษัทก่อสร้างชาวจีนประมาณ 6-7 คน ได้นั่งหารือกันอย่างเคร่งเครียดอยู่ในร้านปากซอย ซึ่งมีแฟ้มเอกสารจำนวนมากวางอยู่ โดยแฟ้มเอกสารที่ถูกลอบขนหนี ก็คือแฟ้มเอกสารที่ทีม SEE TRUE เห็นวางไว้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงนั่นเอง
กรณีอาคารที่กำลังก่อสร้างในกรุงเทพฯ ถล่มกลางเมือง กลายเป็นประเด็นใหญ่ในโซเชียลมีเดียจีนอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจีนสืบพบว่าโครงการดังกล่าวใช้เทคนิคการก่อสร้างที่หลายคนตั้งข้อสงสัยถึงความปลอดภัย
จากการตรวจสอบย้อนหลัง ชาวเน็ตพบว่า
โครงการนี้ใช้ระบบโครงสร้างแบบ “แกนกลางรับแรง + พื้นไร้คาน” ซึ่งเป็นการออกแบบให้แกนกลางอาคารรับน้ำหนักทั้งหมด โดยไม่มีคานมารับพื้นตามแบบทั่วไป 
แม้เทคนิคนี้จะทันสมัยและช่วยลดต้นทุน แต่หากออกแบบหรือก่อสร้างผิดพลาด อาจทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว และเกิดการพังถล่มได้ง่าย
บทความที่ China Railway No.10 Engineering Group ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการนี้ได้เคยเขียนไว้บนเว็บไซต์ตนเองกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในทันที เพราะมีส่วนหนึ่งเขียนว่า “เทคโนโลยีนี้มั่นคง ปลอดภัย และจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม” ซึ่งชาวเน็ตจีนจำนวนมากมองว่าเป็นการเขียนโอ้อวดเกินจริง แล้วสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
ยิ่งไปกว่านั้น โครงการนี้ยังใช้ “การติดตั้งแบบยก” ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้การยกแม่แบบขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอถอดแบบชั้นล่างออกก่อน แม้จะเพิ่มความเร็วในการก่อสร้าง แต่หากควบคุมคุณภาพไม่ดี ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับโครงสร้างอาคารโดยตรง
ชาวเน็ตจำนวนมากสังเกตว่า China Railway No.10 ได้ลบบทความต้นฉบับที่กล่าวถึงเทคนิคก่อสร้างดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ของตัวเองทันที และยังพบว่ามีการลบความคิดเห็นหรือโพสต์ในสื่อโซเชียลที่พูดถึงเรื่องนี้อีกหลายรายการ ทั้งของชาวเน็ตทั่วไปและของบัญชีอย่างเป็นทางการของบริษัทเอง
สำหรับคอมเมนต์ของชาวเน็ตจีน มีข้อความที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ อาทิ
“หลังจากที่โครงการก่อสร้างในไทยกรุงเทพฯที่ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์10 เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ถล่มลงมาจากแผ่นดินไหว บริษัทก็เคลื่อนไหวในพลัน ลบทิ้งบทความเกี่ยวกับการฉลองปิดงานก่อสร้างชั้นดาดฟ้าในบัญชีโซเชียลมีเดียของบริษัท
อีกคอมเมนท์ เขียนว่า: “สปีดจีน นับถือๆ”
คอมเมนท์ตอบ “คุณหมายถึงสปีดในการถล่มพังลงมาภายใน 5 วินาที ใช่ไหม?”
หลายคนมองว่านี่เป็นวิธีการ “ดับไฟ” แบบวิธีจีน ที่เน้นการ “ลบความทรงจำ” แทนการออกมาอธิบายหรือรับผิดชอบ ทว่าในยุคข้อมูลเปิดเช่นนี้ การลบข้อมูลในประเทศอาจทำได้ แต่กลับยิ่งตอกย้ำความไม่โปร่งใส และไม่สามารถหยุดกระแสจากนานาชาติที่จับตามองได้เลย
จนถึงขณะนี้ China Railway No.10 ยังไม่มีแถลงการณ์หรือคำชี้แจงใด ๆ ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เลย โดยข่าวล่าสุดของบริษัทก็ยังคงเป็นเพียงประกาศรับสมัครงานในมหาวิทยาลัยเมื่อสองเดือนก่อน
เจอจะจะ ทุนจีนตึก สตง. ถล่ม หอบเอกสารหนีกว่า 20 แฟ้ม และ สะเทือนถึงจีน! โซเชียลจีนจับผิดโครงการก่อสร้างตึกถล่มในกรุงเทพ
จากการตรวจสอบย้อนหลัง ชาวเน็ตพบว่าโครงการนี้ใช้ระบบโครงสร้างแบบ “แกนกลางรับแรง + พื้นไร้คาน” ซึ่งเป็นการออกแบบให้แกนกลางอาคารรับน้ำหนักทั้งหมด โดยไม่มีคานมารับพื้นตามแบบทั่วไป
แม้เทคนิคนี้จะทันสมัยและช่วยลดต้นทุน แต่หากออกแบบหรือก่อสร้างผิดพลาด อาจทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว และเกิดการพังถล่มได้ง่าย
บทความที่ China Railway No.10 Engineering Group ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการนี้ได้เคยเขียนไว้บนเว็บไซต์ตนเองกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในทันที เพราะมีส่วนหนึ่งเขียนว่า “เทคโนโลยีนี้มั่นคง ปลอดภัย และจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม” ซึ่งชาวเน็ตจีนจำนวนมากมองว่าเป็นการเขียนโอ้อวดเกินจริง แล้วสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
ยิ่งไปกว่านั้น โครงการนี้ยังใช้ “การติดตั้งแบบยก” ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้การยกแม่แบบขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอถอดแบบชั้นล่างออกก่อน แม้จะเพิ่มความเร็วในการก่อสร้าง แต่หากควบคุมคุณภาพไม่ดี ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับโครงสร้างอาคารโดยตรง
ชาวเน็ตจำนวนมากสังเกตว่า China Railway No.10 ได้ลบบทความต้นฉบับที่กล่าวถึงเทคนิคก่อสร้างดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ของตัวเองทันที และยังพบว่ามีการลบความคิดเห็นหรือโพสต์ในสื่อโซเชียลที่พูดถึงเรื่องนี้อีกหลายรายการ ทั้งของชาวเน็ตทั่วไปและของบัญชีอย่างเป็นทางการของบริษัทเอง
สำหรับคอมเมนต์ของชาวเน็ตจีน มีข้อความที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ อาทิ
“หลังจากที่โครงการก่อสร้างในไทยกรุงเทพฯที่ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์10 เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ถล่มลงมาจากแผ่นดินไหว บริษัทก็เคลื่อนไหวในพลัน ลบทิ้งบทความเกี่ยวกับการฉลองปิดงานก่อสร้างชั้นดาดฟ้าในบัญชีโซเชียลมีเดียของบริษัท
อีกคอมเมนท์ เขียนว่า: “สปีดจีน นับถือๆ”
คอมเมนท์ตอบ “คุณหมายถึงสปีดในการถล่มพังลงมาภายใน 5 วินาที ใช่ไหม?”
หลายคนมองว่านี่เป็นวิธีการ “ดับไฟ” แบบวิธีจีน ที่เน้นการ “ลบความทรงจำ” แทนการออกมาอธิบายหรือรับผิดชอบ ทว่าในยุคข้อมูลเปิดเช่นนี้ การลบข้อมูลในประเทศอาจทำได้ แต่กลับยิ่งตอกย้ำความไม่โปร่งใส และไม่สามารถหยุดกระแสจากนานาชาติที่จับตามองได้เลย
จนถึงขณะนี้ China Railway No.10 ยังไม่มีแถลงการณ์หรือคำชี้แจงใด ๆ ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เลย โดยข่าวล่าสุดของบริษัทก็ยังคงเป็นเพียงประกาศรับสมัครงานในมหาวิทยาลัยเมื่อสองเดือนก่อน