คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 12
การดื่มกาแฟ 1 แก้ว ขนาด 180 มิลลิกรัม จะทำให้เสียสมดุลแคลเซียมไป 4.3 มิลลิกรัม คาเฟอีนในกาแฟจะลดการดูดซึมแคลเซียมทางลำไส้ และมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ เพิ่มการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ ซึ่งจะดึงแคลเซียมออกทางปัสสาวะตามไปด้วย สำหรับผู้ที่บริโภคแคลเซียมไม่ต่ำกว่า 600-800 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่พบว่าการดื่มกาแฟมีผลเสียต่อการเสียสมดุลแคลเซียม อย่างไรก็ตามผู้ที่ดื่มกาแฟมักหลีกเลี่ยงการดื่มนม ดังนั้นการดื่มกาแฟมากๆ โดยบริโภคแคลเซียมไม่เพียงพอ อาจมีผลทำให้เสียสมดุลของแคลเซียมได้
https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=233
ตามที่มีข่าวสารในสื่อต่าง ๆ เรื่อง ดื่มกาแฟดำหลังอาหาร ลดการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง
ดื่มกาแฟดำหลังอาหาร ลดการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก เป็นเรื่องจริง
เกิดจากกลไก ดังนี้
1. คาเฟอีน กระตุ้นให้ไตขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น ส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียม ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร
2. กรดโคลอริก กาแฟดำ มีกรดโคลอริกแล้วไปจับกับแคลเซียมและธาตุเหล็ก กลายเป็นเกลือ ทำให้ร่างกายขับเกลือแคลเซียมและธาตุเหล็กออกทางอุจจาระ
3. สารประกอบฟีนอลิก กาแฟดำ มีสารประกอบฟีนอลิก จับกับแคลเซียมและธาตุเหล็ก ขัดขวางการดูดซึมหากต้องการดื่มกาแฟ
ข้อแนะนำ ควรดื่มกาแฟในมื้อเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงอาการนอนไม่หลับในตอนกลางคืน และใครที่รับทานแคลเซียมเม็ด ควรทานแคลเซียมเม็ดก่อน 2 ชั่วโมงเนื่องจากกาแฟมีคาเฟอีนจะไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม แต่หากดื่มกาแฟไปแล้วต้องทานแคลเซียมเม็ดหลังจากนั้น 4-6 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.anamai.moph.go.th หรือ โทร. 02-590-4000
https://www.antifakenewscenter.com/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81/
นั้นคือข้อมูล แต่ในชีวิตจริงแล้ว ข้อมูลของ ม มหิดล เป็นตัวบอกว่าหากเรากินอาหารครบถ้วน มีผลน้อยมาก
หรือไม่ส่งผลต่อทำให้กระดูกพรุน
คือ ข้อมูลกับความเป็นจริงในทางการแพทย์ ไม่จำเป็นต้องคล้อยตามกัน เพราะมันมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย
หากดื่มการแฟนทุกวันแล้วทำให้กระดูกพรุนจริงแล้ว ต้องมีรายการในวารสารทางการแพทย์
แต่ในช่วงที่ทำงานร่วม 30 ปี ไม่เคยเจอรายงานเรื่องนี้เลย
สิ่งที่ข้อมูลบอก บอกแค่ว่า หากดื่มกาแฟอีน ปริมาณนี้ มีผลอย่างไร
https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=233
ตามที่มีข่าวสารในสื่อต่าง ๆ เรื่อง ดื่มกาแฟดำหลังอาหาร ลดการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง
ดื่มกาแฟดำหลังอาหาร ลดการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก เป็นเรื่องจริง
เกิดจากกลไก ดังนี้
1. คาเฟอีน กระตุ้นให้ไตขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น ส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียม ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร
2. กรดโคลอริก กาแฟดำ มีกรดโคลอริกแล้วไปจับกับแคลเซียมและธาตุเหล็ก กลายเป็นเกลือ ทำให้ร่างกายขับเกลือแคลเซียมและธาตุเหล็กออกทางอุจจาระ
3. สารประกอบฟีนอลิก กาแฟดำ มีสารประกอบฟีนอลิก จับกับแคลเซียมและธาตุเหล็ก ขัดขวางการดูดซึมหากต้องการดื่มกาแฟ
ข้อแนะนำ ควรดื่มกาแฟในมื้อเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงอาการนอนไม่หลับในตอนกลางคืน และใครที่รับทานแคลเซียมเม็ด ควรทานแคลเซียมเม็ดก่อน 2 ชั่วโมงเนื่องจากกาแฟมีคาเฟอีนจะไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม แต่หากดื่มกาแฟไปแล้วต้องทานแคลเซียมเม็ดหลังจากนั้น 4-6 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.anamai.moph.go.th หรือ โทร. 02-590-4000
https://www.antifakenewscenter.com/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81/
นั้นคือข้อมูล แต่ในชีวิตจริงแล้ว ข้อมูลของ ม มหิดล เป็นตัวบอกว่าหากเรากินอาหารครบถ้วน มีผลน้อยมาก
หรือไม่ส่งผลต่อทำให้กระดูกพรุน
คือ ข้อมูลกับความเป็นจริงในทางการแพทย์ ไม่จำเป็นต้องคล้อยตามกัน เพราะมันมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย
หากดื่มการแฟนทุกวันแล้วทำให้กระดูกพรุนจริงแล้ว ต้องมีรายการในวารสารทางการแพทย์
แต่ในช่วงที่ทำงานร่วม 30 ปี ไม่เคยเจอรายงานเรื่องนี้เลย
สิ่งที่ข้อมูลบอก บอกแค่ว่า หากดื่มกาแฟอีน ปริมาณนี้ มีผลอย่างไร
ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 58

๑. ปัจจัยเสี่ยง .. หมายความว่า เสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่า ทำให้เป็นโรคแน่นอน
๒. กาแฟ ถ้ามากกว่า สี่แก้ว (สี่ ช็อตกาแฟ) ต่อวัน ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
๓. มีปัจจัยอื่นอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง
๔. ถ้าลดปัจจัยเสี่ยงได้ ก็ดีต่อสุขภาพของตนเอง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
1. ผู้หญิงหลังจากหมดประจำเดือน (ตามธรรมชาติ หรือ ผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง ) สาเหตุสำคัญเชื่อว่าเกิดจาก ภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน
2. รับประทานอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน เช่น รับประทานอาหารโปรตีนสูง (เนื้อสัตว์) หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง (รสเค็ม) แต่รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมต่ำ
3. กรรมพันธุ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีคนในครอบครัว เป็นโรคกระดูกพรุน ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
4. สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน ดื่มน้ำอัดลมมากกว่า 1 ลิตรต่อวัน
5. ขาดการออกกำลังกายที่มีการแบกรับน้ำหนัก
6. น้ำหนักตัว โดยเฉพาะในผู้หญิง จะพบว่าคนรูปร่างผอมมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่มีรูปร่างอ้วน
7. เป็นโรคบางอย่าง เช่น ไตวาย เบาหวาน รูมาตอยด์ ไทรอยด์ พิษสุราเรื้อรัง ธาลัสซีเมีย โรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น
8. ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาลดกรดในกระเพาะ(ยาธาตุน้ำขาว) ยากันชัก ยาขับปัสสาวะ
9. ผู้สูงอายุ เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการขาดแคลเซี่ยมเป็นเวลานาน เนื่องจากรับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมต่ำ หรือ ลำไส้ดูดซึมแคลเซี่ยมได้น้อยลง และอาจร่วมกับการขาดวิตามินดี เพราะผู้สูงอายุมักไม่ได้ออกไปสัมผัสกับแสงแดด
กระดูกพรุน กระดูกโปร่งบาง
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=27-02-2008&group=5&gblog=55
การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (BONE DENSITOMERY)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-02-2008&group=5&gblog=56

๑. ปัจจัยเสี่ยง .. หมายความว่า เสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่า ทำให้เป็นโรคแน่นอน
๒. กาแฟ ถ้ามากกว่า สี่แก้ว (สี่ ช็อตกาแฟ) ต่อวัน ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
๓. มีปัจจัยอื่นอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง
๔. ถ้าลดปัจจัยเสี่ยงได้ ก็ดีต่อสุขภาพของตนเอง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
1. ผู้หญิงหลังจากหมดประจำเดือน (ตามธรรมชาติ หรือ ผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง ) สาเหตุสำคัญเชื่อว่าเกิดจาก ภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน
2. รับประทานอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน เช่น รับประทานอาหารโปรตีนสูง (เนื้อสัตว์) หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง (รสเค็ม) แต่รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมต่ำ
3. กรรมพันธุ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีคนในครอบครัว เป็นโรคกระดูกพรุน ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
4. สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน ดื่มน้ำอัดลมมากกว่า 1 ลิตรต่อวัน
5. ขาดการออกกำลังกายที่มีการแบกรับน้ำหนัก
6. น้ำหนักตัว โดยเฉพาะในผู้หญิง จะพบว่าคนรูปร่างผอมมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่มีรูปร่างอ้วน
7. เป็นโรคบางอย่าง เช่น ไตวาย เบาหวาน รูมาตอยด์ ไทรอยด์ พิษสุราเรื้อรัง ธาลัสซีเมีย โรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น
8. ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาลดกรดในกระเพาะ(ยาธาตุน้ำขาว) ยากันชัก ยาขับปัสสาวะ
9. ผู้สูงอายุ เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการขาดแคลเซี่ยมเป็นเวลานาน เนื่องจากรับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมต่ำ หรือ ลำไส้ดูดซึมแคลเซี่ยมได้น้อยลง และอาจร่วมกับการขาดวิตามินดี เพราะผู้สูงอายุมักไม่ได้ออกไปสัมผัสกับแสงแดด
กระดูกพรุน กระดูกโปร่งบาง
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=27-02-2008&group=5&gblog=55
การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (BONE DENSITOMERY)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-02-2008&group=5&gblog=56
แสดงความคิดเห็น
กินกาแฟดำตอนเช้าทำให้กระดูกพรุนระยะยาวจริงไหม
แต่หลังจากกินเสร็จผมจะกินน้ำตามอย่างน้อย 1 แก้ว (ค่อยๆ จิบ) แบบนี้ระยะยาว
กระดูกจะพรุนหรือเปล่า เห็นมีหมอเคยบอกว่าถ้าไม่เราไม่ได้กินอะไรลองท้องก่อน
แล้วกินกาแฟดำเลยมันจะกัดกระดูก จริงเท็จประการใดผมรอคำตอบนะครับ