รัฐออกกฏหมายปกป้องลูกหนี้มากเกินไป บางทีก็กลายเป็นดาบสองคม เราเป็นคนนึงที่เลิกให้เพื่อนยืมแล้ว

เนื่องจากตอนแรกเราเป็นคนโลกสวย พอเพื่อนทักมาขอยืมเงินเราก็โอนให้ทันที กลัวเพื่อนไปกู้หมวกกันน็อคอันตราย เพื่อนบอกว่าจะทยอยคืนรายเดือน เราก็คิดว่าเราอุตส่าห์ช่วยเขา เขาต้องรีบหามาคืนทันที แต่ที่ไหนได้ให้ยืมไปตั้งหลายคน แต่มีคนที่ผ่อนคืนตรงเวลาแค่ไม่ถึง 10% 
ค่อนข้างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เดือนไหนเราไม่ทวงก็เงียบ พอเงียบสัก2-3เดือนเราก็ลองทักไปทวงก็บอกยังไม่มี เราก็เลยถามว่าจะเริ่มผ่อนรายเดือนได้เมื่อไหร่ก็เงียบ จนเลยมา 6 เดือนก็ยังเงียบ แล้วทีนี้เราก็ไปเจอเพื่อนอีกคนนางก็เล่าว่าก็เห็นไปเที่ยวผับอยู่นิ เจอกันอยู่ และก็เห็นไปเที่ยวเกาะ นางรู้เพราะอยู่กลุ่มไลน์ด้วยกันที่ไม่มีเรา 
เราก็โมโห ตอนแรกอยากประจานลงเฟส แต่คิดได้ว่ามันผิดกฎหมาย ก็เลยคิดว่าจะฟ้อง ปรากฎว่ามีค่าทนายหลักหลายพัน แต่ยอดยืมแค่ 2 หมื่นแล้วถ้าลูกหนี้ยังไม่ยอมจ่ายก็ต้องไปทำเรื่องบังคับคดี ทั้งเสียเวลาทำงานเพื่อลาไปศาล ทั้งเสียเงินค่าทนาย สุดท้ายเราก็ไม่ได้ฟ้อง 
อันนี้ไม่ได้เป็นแค่คนเดียวนะที่เราได้ยินมาว่าแอบไปเที่ยวแอบออกรถยนต์โดยที่ทำเป็นดราม่าว่าชีวิตลำบากไม่มีเงินคืนเรา แต่จริงๆแล้วก็แค่พวกเหนียวหนี้เอาเงินไปซื้อความสุขของตัวเองก่อน เจ้าหนี้ช่างมัน และเราก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้
สุดท้ายเราก็เลิกให้ทุกคนยืม
จะไปยืมหมวกกันน็อคก็เรื่องของพวกเขา เราเบื่อ ทุกวันนี้ทวงเงินยังกะไปขอทาน สงสารตัวเองมากที่กฎหมายปกป้องลูกหนี้มากจัง แต่รัฐไม่มีช่องทางให้เจ้าหนี้รายเล็กได้เงินคืนแบบง่ายๆบ้างเลย
เป็นบทเรียนอันล้ำค่าว่าอย่าเสียเวลากับพวกนี้ จริงๆมีให้ยืมและมีใจอยากจะช่วยนะ แต่เจอแบบนี้คือเอาเงินไปลงทุนไปโปะบ้านดีกว่า ได้ลดต้นด้วย ดีกว่าไปจมกับเพื่อนที่ไม่รู้จะได้คืนเมื่อไหร่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่