เอายังไงดีที่บ้านทะเลาะกันหนัก

พ่อกับแม่มักจะทะเลาะกันบ่อย สัปดาห์ละครั้งหรือสองสัปดาห์ครั้ง และทุกครั้งที่ทะเลาะกันจะมีปากเสียงและคำหยาบตลอด

พ่อเป็นคนที่ชอบสอนและอีโก้สูงเวลาแม่มีความเคลือบแคลงใจหรือถาม พ่อมักจะระเบิดอารมณ์ตลอดบ้างก็ว่าแม่ไม่ไว้ใจตัวเอง ไม่ไว้หน้าตัวเองที่เป็นหัวหน้าครอบครัว และจะชอบทะเลาะกันตอนกลางคืน (21:00~00:00) หนักใจสุดๆ คือลูกค้าที่กำลังรับบริการ ที่บ้านเป็นร้านอาหารด้วย ดังนั้นเวลาทะเลาะกันจะมีลูกค้ารับรู้ ทำให้เสียลูกค้าไปด้วย

ด้วยช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีพ่อตกกลางคืนก็ออกไปกินเหล้ากับเพื่อนฝูง แม่ตื่นเช้าคอยรับส่งเรา(ม.5)และน้องสาว(ป.6) ส่งเสร็จขี่รถกลับบ้าน (20 กมถึงบ้าน) มาเปิดร้านกาแฟซึ่งทำควบคู่กับร้านอาหารซึ่งตอนเช้าพ่อจะคอยดูแล แต่ส่วนใหญ่ก็จะแอบปิดร้านไม่ขายซะมากกว่า พอตกเย็นแม่ก็ปิดร้านกาแฟแล้วมารับเรากับน้อง จากนั้นก็จะช่วยกันไปขายที่ร้านอาหาร ซึ่งเวลาแม่กลับมาจากรับ-ส่งเราและน้อง พ่อก็จะรีบขี่รถออกไปกินเหล้ากับเพื่อน
ทำให้แม่ทำงานแทบจะ all time แต่แม่ก็ไม่พูดอะไรเพราะถ้าพูดเรื่องนี้กับพ่อทะเลาะกันแน่นอน เพราะรู้ว่านั่นคือความสุขของพ่อ

จนวันนี้พ่อกินเหล้ากลับบ้านมาก็ค่ำมาก ๆ จนแม่ต้องไปตามถึงวงจังหวะที่กำลังจะขี่รถออกจากร้านก็เห็นพ่อขี่รถเลยร้านไป (บ้านเราอยู่ข้างหลังร้านอาหาร หมายความว่าข้างหน้าเป็นร้านอาหารเดินเข้าไปในร้านก็จะเป็นที่อยู่อาศัยเลย) ก็เลยเกิดความสงสัยพอพ่อกลับมาบ้านก็เลยคุยเรื่องนี้กัน แม่ก็ยอมรับว่าตัวเองไม่สบายใจพ่อออกจากบ้านไปกินเหล้ายังงี้เป็นปีเลย กลับบ้านมาเหนื่อย ๆ พ่อก็ไม่คอยอยู่บ้านช่วยเลย แม่ก็เลยจุดประเด็นถามพ่อเรื่องที่ขี่รถเลยบ้านไป ว่าไปไหน พอดีได้ยินข่าวว่ามีสาวเล็กสาวน้อยอยู่ทางนั้น พ่อไปหรือไง

(ก่อนที่จะมีเรา พ่อเคยแอบเล่นเมียน้อย 2 รอบและก็เลิกไปหลังจากรู้ว่ามีเรา)

แรก ๆ ก็คุยกันด้วยดีสรุปไป ๆ มา ๆ ก็ทะเลาะกัน พ่อโมโหที่ตัวเองไม่ได้ไปทำอะไรแบบนั้นแค่ไปหาเพื่อน ทำไมแม่ต้องโบ้ยใส่ แม่เห็นพ่ออารมณ์ขึ้นก็เลยหยุด พ่อก็เหมือนจะหยุด แต่ด้วยความเมาหรืออะไรก็จะพูดขึ้นมาอีกเป็นทั้งคืน จนบอกให้แม่กราบ แม่ก็กราบบอกให้แม่ทำอะไรก็ทำ เพราะแม่สงสารลูก ลูกต้องนอน ต้องไปเรียน

บอกตามตรงว่าเราทั้งสงสารพ่อและแม่นะคะ
รับรู้ว่าต่างต่างมีเหตุผลของตัวเอง
แม่ก็จะคอยเล่าปัญหา เราก็เป็นผู้ฟังอยู่เสมอ
รับรู้ความเป็นไปทุกอย่างในบ้าน

ส่วนพ่อก็นาน ๆ ทีคุยกับเรา เพราะไม่สนิทกันและทั้งเราและพ่อต่างเป็นคนไม่ค่อยพูด ทำให้พ่อไม่มีที่ปรึกษา จะมีก็แต่กลุ่มเพื่อน ปู่ก็คอยบงการพ่อเพราะพ่อเป็นพี่คนโต คอยชี้นำตลอดจนพ่อเพิ่งได้มามีชีวิตเป็นของตัวเอง ย่าซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจของพ่อก็มาตายไปเมื่อกลางปีนี้ด้วยโรคร้าย ทำให้พ่อตอนนี้เหมือนอยู่ลำพัง เราที่เป็นลูกคอยคุยด้วยเสมอ แต่ก็ด้วยความที่ไม่สนิทกัน อาจจะทำให้พ่อไม่สามารถระบายได้ทั้งหมดให้ลูกฟังได้ดีเท่ากลุ่มวงเหล้า

เรารู้นะคะว่าพ่อรักแม่มาก ครบรอบ 1 ปีก็วนบอกรักกันประจำ แต่เหมือนแม่จะเฉยชาไปแล้วเพราะสิ่งที่แม่คอยเป็นหวงเป็นใยพ่อคอยบอกสิ่งไหนไม่ดีก็อย่าทำ พ่อจะอารมณ์เสียและทะเลาะกันตลอด

เราไม่อยากโทษแม่ที่คอยเป็นห่วงพ่อจนเซ้าซี้ทำให้พ่อรำคาญเลยค่ะ เราคิดว่านั่นก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ชีวิตคู่ควรจะมีให้กัน

วันที่สงสารแม่ที่สุดคือตอนนั้นทะเลาะกันหนักมาก และต่างคนไม่คุยกันเลยตอนนั้นแม่ยังไม่มีร้านกาแฟนะคะ เราตามหาแม่ทั่วบ้านไม่เจอ เจอแต่พ่อซึ่งพ่อตอนนั้นหงุดหงิดอยู่ (พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว) เราเลยเดินไปหลังบ้านที่ติดกันป่า เห็นแม่ถือมีดกับเชือกที่ห้อยต้นไม้เป็นบ่วงแล้วเรียบร้อยพร้อมกับน้ำหูน้ำตาไหลเต็มหน้า ไม่คิดเลยว่าถ้าวันนั้นเราไม่เดินไปเจอจะเกิดอะไรขึ้น

เราไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ บางครั้งทะเลาะกันเองเรากับน้องก็โดนด่าไปด้วย ทั้งเสียใจและเจ็บใจ

เราไม่คิดว่าพ่อและแม่จะหย่ากันเพราะน้องยังเด็ก และเราไม่อยากให้หย่ากันเลยค่ะ ธุรกิจที่ทั้งสองทำด้วยกันมามันเยอะมาก ๆ ถ้าแยกกันออกต้องทำเองทั้งหมด เดิมทีช่วยกันทำก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว นี่ทั้งยังมาเจอปัญหาสารพัด เราเป็นลูกสาวคนโตหนักใจมากค่ะ สงสารน้องสาวด้วย

ต้นเหตุไม่น่าแก้ได้ ยังไงเราคอแก้ที่ปลายเหตุก็ได้ค่ะ อยากทราบว่าจะทำนังไงให้ดึงตัวเอง ไม่ให้เสียใจกับเหตุการณ์แบบนี้ดีคะ เหมือนโลกทั้งใบพังเลยค่ะ เรารักพ่อกับแม่มาก อยากหาแนวทางในการทำให้อารมณ์ไม่ดิ่งค่ะ หรืออะไรก็ได้ทำให้แข็งแกร่งขึ้น และจะเป็นพี่สาวที่ดีให้น้องไม่ขาดตกบกพร่องยังไง ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่