เธอผลุนผลัยออกมาจากห้องพิจารณาด้วยความตกใจ ถึงเธอจะเป็นคนที่มั่นใจตัวเองแบบตัวแม่ตัวมัมตัวตึงแห่งพระนคร เธอรู้ว่าเธอกำลังทำอะไร ความกล้าหาญชาญชัยที่ตามผู้ชายมาถึงเมืองตรังทั้งที่ยังไม่อาจนับได้ว่าเป็นอะไรกัน ลำพังแค่ตัวเองคงไม่เท่าไหร่ บรรดาแม่ ๆ แม้กระทั่งคุณอาแท้ ๆ เอามือทาบอกนับครั้งไม่ถ้วนกับการกระทำและแนวคิดนักเรียนนอกของอนงค์ แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่เธอใฝ่ใจรักจริงอย่างคุณพระ เธอกำลังทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้เกิดความคลางแคลงใจในสถานภาพของเขากับคนพื้นถิ่นที่นี่ ท่าทางเดือดร้อนแบบคนเพิ่งคิดขึ้นได้ ไม่ได้ทำให้คุณพระหวั่นไหวแต่อย่างไร
เขาเป็นคนหัวโบราณก็จริง แต่ไม่ใช่คนทัศนคติคับแคบ การที่ชายหญิงลงมาคลุกคลีกันโดยที่ยังไม่ได้แต่งไม่งามจริง แต่ในเมื่อต่างฝ่ายต่างโตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งเขาทั้งเธอมีการงานมั่นคง มีวุฒิภาวะ มีความคิด ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอจึงเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ต้องบอกกับใคร ไม่ต้องพิสูจน์กับใคร เขาไม่แคร์ เธอยิ่งไม่ต้องแคร์ และเขาเองก็มั่นใจเพียงพอที่จะประกาศตรงหน้าบัลลังก์ศาลไปเลยว่า การคบหากับอนงค์ คือ การคบหาฉันคนรัก และ เธอก็ได้รู้ว่าเขาหมายความเช่นนั้นจริง ๆ ไม่ใช่พูดเพียงแค่รักษาชื่อเสียงให้กับเธอ
ชั้นแรก กับคำท้าที่เกิดขึ้นในศาล คุณพระออกไปค้างข้างนอก เป็นเธอที่ใส่ใจดูแลเขา บัดนี้คุณพระไม่มีอาการวางมือวางไม้ไม่ถูก เขาตอบรับการดูแลของอนงค์เป็นอย่างดี และยังพูดกับเธอว่าอย่าตามใจเขาให้มากนัก ไม่อย่างนั้นจะเหลิง หากเป็นเธออีกนั่นเองที่สร้างความมั่นใจให้แก่เขาว่า เขาสมควรได้รับทุกอย่าง และ ไม่มีทางที่เขาจะเหลิงได้ แม้กระทั่งเรียกร้องสิ่งที่ควรเป็นของตนเองเขายังไม่ทำ ดังนั้นเป็นเธอที่จะทำให้เองโดยเขาไม่ต้องร้องขอ ใบหน้าของคุณพระสว่างขึ้นด้วยความปีติ ถึงค่ำคืนนั้นจะมืดมิด แต่เธอส่องประกายท่ามกลางแสงริบหรี่ ไม่ต้องมีแสงใดก็มองเห็น
เพราะแบบนั้น คุณพระจึงเลิกสงวนตัว สงวนความคิดแล้วโดยสิ้นเชิง บัดนี้เขาเรียกขานเธอด้วยชื่อ "อนงค์" มากกว่าจะเรียกเธอว่า "คุณ" อย่างที่แล้วมา จดหมายจากทางบ้าน ที่อนงค์นำมาให้ที่แคมป์ก่อสร้าง เป็นเขาที่เอ่ยสบาย ๆ ว่าให้อนงค์อ่านให้ฟัง เพราะ เป็นเรื่องส่วนตัวจึงให้อนงค์ช่วย เป็นเขาที่ถามว่าหากเป็นอนงค์จะตอบว่ายังไง เป็นเขาที่รับฟังเสียงเจื้อยแจ้วของอีกฝ่าย วิเคราะห์วิพากษ์จดหมายอย่างสมเหตุสมผล จึงเป็นเขานี่เปิดใจเปิดเผยทุกอย่างทั้งรอยทุกข์รอยโศกรอยแผล ปัญหา ให้เธอได้รับรู้อย่างเต็มอกเต็มใจ
เธออาจไม่เข้าใจในฐานะลูกคนเล็กที่ครอบครองแล้วซึ่งทุกสิ่ง กับ เขาที่เคยชินกับการเป็นกระโถนท้องพระโรง เขาที่พร้อมจะให้คนอื่นเลือกก่อน เขาจะเป็นคนที่ถูกเรียกหาอยู่เสมอ ห้องของเขาจะยังคงไม่ล็อค เขาที่สมถะ ไม่ครองครองอะไรเกินตัว ไม่มีรสนิยม และ อาจไม่มีอะไรที่พอจะเชิดหน้าชูตาให้กับ ผู้หญิงซึ่งเป็นดอกฟ้าที่คนทั้งพระนครหมายปอง แต่มันจะเป็นปัญหาอะไร เมื่ออนงค์นี่แหละ เธอเชิดหน้าบอกกล่าวกับเขาอย่างสาวมั่น จะเป็นคนเชิดหน้าชูตาให้กับคุณพระเอง เธอจะเป็นคนที่ทำให้พระอรรถคดีวิชัยภาคภูมิใจ จะเรื่องอะไรล่ะ ความสวยงั้นหรือ ความสามารถ ฐานะ นิสัย มีใครกล้าบอกว่าเธอมีไม่ครบ
อนงค์ไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการผู้ชายมาเป็นเครื่องประดับ ไม่ได้ต้องการให้ผู้ชายมาเลี้ยงดู ไม่ได้ต้องการสามีเป็นฉัตรแก้วกั้นเกศ ให้งามหน้างามเนตรทุกเวลา เธอมีหมดแล้วทุกอย่าง หากจะต้องการอะไร ก็คงเป็นรักแท้จริงใจ ที่จะมีให้อนงค์คนนี้ตลอดชีวิต ความดีงามที่จรรโลงและเป็นประโยชน์ต่อสังคมและโลก กับมุมเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอยู่แยกจากกัน เคารพความเป็นอนงค์ สาวสมัยแห่งพระนคร เรื่องง่าย ๆ ธรรมดาสามัญ ที่มีเพียงหนึ่งในร้อยอย่างคุณพระเท่านั้นที่ทำให้เธอได้ ในวันเวลาที่ปิตาธิปไตยยังเบ่งบานในสังคม
เป็นเขาเสียอีกที่เรียกหาคำยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อหาความมั่นใจ การถูกละเลย ความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานเมื่อเก่าก่อน ยังเป็นแผลใจ ว่าเขาเหมาะสมกับครั้งรักนี้อยู่ไหม ใจที่ลงลึกไปแล้วอย่างไม่อาจถอนตัว เธอได้มันไปแล้วเขาอยากรู้ว่า "อนงค์" จะหมือนเดิมมั้ย เขาแอบกังวลว่าจะรักษาความสัมพันธ์อันนี้เขาไว้ได้อย่างยั่งยื่นหรือเปล่า ความมั่นใจเกิดขึ้นมาเมื่อเขาเปิดเผยทุกอย่างให้เธอรู้ จดหมายส่วนตัว แม่น้องครอบครัว มองเขาอย่างไร และ เขาจะตอบสนองต้องการสิ่งเหล่านั้นอย่างไร งานของเขาเป็นอย่างไร น้ำปลาแทนค่าจ้าง งานแต่งงานเป็นค่าตอบแทน ทุกอย่างล้วนเปิดเปลือยต่อหน้า และ เป็นเธอที่โอบรับมัน หากเธอว่าเขาเป็นหนึ่งในร้อยที่เธอจะพบเจอ ผู้หญิงแบบเธอก็เป็นหนึ่งในล้านที่เขาพร้อมจะมอบใจ
"คุณพระขออนงค์แต่งงานเหรอคะ"
"ถ้าอนงค์ไม่รังเกียจ แต่งงานกันเถอะครับ"
I was all alone with the love of my life
She's got glitter for skin
My radiant beam in the night
I don't need no light to see you shine
It's your golden hour
You slow down time
in your golden hour
หนึ่งในร้อย ตอนที่ 14 (รีวิว) : I don't need no light to see you shine .... แด่เธอผู้เปล่งประกาย
She's got glitter for skin
My radiant beam in the night
I don't need no light to see you shine