
สังคมไทยในยุคนี้ต้องยอมรับว่า เต็มไปด้วยปัญหาการหลอกลวง ทั้งทางตรง และทางคอลเซ็นเตอร์ มีคนมากมายหลายแสนโดนหลอกแล้ว โดนหลอกอยู่ แล้วจะยังโดนหลอกอีก แม้กระทั่งพระเกือบทั้งภาคอิสานยังโดนหลอกเอาเงินเป็นพันล้านบาท ต้นเหตุแห่งการถูกหลอกมักมาจาก ความไม่รู้ และความเชื่ออย่างผิดๆ ความบกพล่องจากผู้ทำหน้าที่สั่งสอนศาสนา ทำให้คนใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้สติ แล้วอยู่ดีๆก็มีบุคคลที่พยายามทำให้คนได้สติขึ้นมา โดยอาศัยคำสั่งสอนดั้งเดิมของพระพุทธเจ้า
ผมเพิ่งรู้จักและฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านทาง อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ไม่กี่วันมานี้ ทั้งๆที่ท่านมีลูกศิษย์ติดตามเป็นจำนวนมาก ตอนเพื่อนแนะให้ไปฟังผมต่อต้าน เพราะอคติกับการสอนธรรมโดยฆารวาส รู้สึกเหมือนผิดธรรมชาติ จะบอกว่าไม่สนใจอะไรที่มันเป็นธรรมะ ไม่ว่ารูปแบบไหน เพราะฟังแล้วง่วง หดหู่ ด้วยความทนกระแสความดังไม่ไหว ก็เลยลองเข้าไปส่องดู ผลปรากฏว่า เข้าใจเลยทำไมคนจำนวนมากเปิดใจ เหตุผลเท่าที่ผมมองเห็นได้มีดังต่อไปนี้
1. ความน่าเชื่อถือ ว่าผู้สอนธรรมเป็นผู้รู้จริงในด้านนี้ จากประสบการณ์ตรงต่างๆ ในทางโลก เช่นเคยเป็นพนง.ขายที่รายได้เกือบแสนต่อเดือน เป็นหมอดู แล้วหันมาศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้า จนเข้าถึงแก่นแท้ ถ่ายทอดเผยแพร่ออกมาในรูปแบบบรรยายธรรม
2. ไม่น่าเบื่อ เพราะผู้สอนธรรมไม่ได้เป็นพระ ไม่จำเป็นต้องสำรวมกริยามาก สามารถถ่ายทอดความรู้เหมือนครูพูดกับศิษย์ พี่สอนน้อง เพื่อนบอกเพื่อน หลุดออกไปจากข้อจำกัดที่พระทำไม่ได้ ปรกติท่านจะมีไลฟ์สด4-6ชม.ต่อวัน สไตน์การสอนจะมี2-3สไตน์ คือสไตน์ด่า ฟังสนุกไม่เครียด คำพูดอาจจะดูไม่สุภาพ และมีโหมดสำรวมพูดสุภาพ บรรยายธรรมแบบเน้นวิชาการจริงจัง ผมเคยตั้งใจฟังโหมดสุภาพแบบต่อเนื่องไม่กระโดดข้าม1ชม.ครึ่ง บอกได้เลยว่าน่าติดตาม ข้อมูลแน่น เข้าใจง่าย รู้สึกปฏิบัติได้จริง
3. ผู้สอนธรรม อาศัยความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เสแสร้งสร้างภาพให้คนหลงคนนับถือ นำบุคลิกความเป็นตัวของตัวเองนี่แหล่ะมาสอน ผู้ฟังก็เลยรู้สึกถึงความจริงใจ ในการถ่ายทอดสัจจะแห่งความจริง เข้าใจได้ง่าย ตรงๆ ไม่ต้องไปแปลให้ปวดหัว ไม่ได้รู้สึกว่ามีเจตนาเพื่อต้องการหาสาวกให้ได้ปริมาณมากๆ ไม่แคร์สื่อ ใครไม่ถูกใจก็ไม่เดือดร้อนอะไร
4. มีภาพของความซื่อสัตย์ ไม่มุ่งมั่นในการหาผลประโยชน์แอบแฝง หรือหวังรวย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่มีนโยบายเรี่ยไรขอรับบริจาคจากลูกศิษย์รายย่อยรายคน รายได้ทั้งหมดที่มาจากการออกรายการ ออกงานแล้วแต่เจ้าภาพจะให้ รายได้จะเข้ากองกลางทั้งหมด เพื่อใช้จ่ายในการทำกิจกรรมปฏิบัติธรรมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนรายได้ส่วนตัวของอ.เบียร์มาจากการขายเสื้อเป็นหลัก ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงเกินเหตุแต่อย่างใด ดูเหมือนยากที่จะนำไปสู่ความเสื่อม
5. มีภาพของความเจตนาที่ต้องการเผยแพร่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้คนพ้นทุกข์เป็นเป้าหมายสูงสุด ไม่ว่ากระบวณการนำไปสู่ตรงนั้นจะใช้วิธีการเช่นไร ไม่สนใจว่าคนที่มาฟังธรรม หรือร่วมกิจกรรมจะมีฐานะเป็นอย่างไร ไม่รับรู้ว่าใใครจน ทุกคนสามารถเข้าใกล้เข้ามาทำกิจกรรมได้หมดแม้ไม่มีเงินสักบาท เพราะมีรถรับส่ง อาหาร(ข้าวกล่อง)เลี้ยง ฟรีตลอดงาน ไม่เหมือนกับบางวัดที่เหมือนลัทธิ ที่ผูกขาดแดนสวรรค์ไว้เฉพาะคนรวยๆ
คนตื่นธรรม ไม่น่าจะแตกต่างไปจากนักสร้างคอมเทนต์ที่มีอยากมากมายในโซเชียลเท่าใดนัก ไม่มีสิ่งไหนถูกจริตไปทุกคน จะต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เหตุผลที่คนมาฟังแล้วไม่เปิดใจ มีดังต่อไปนี้
1. ไม่มีคำปลอบประโลม ถ้าเป็นโหมดไลฟ์สดตอบคำถามทั่วไป ไม่ว่าใครจะถามอะไรจะตอบมาในลักษณะด่าเตือนสติ ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลดีอยู่ แต่อาจจะไม่ถูกจริตกับคนบางประเภท เช่นคนที่มีอาการของโรคซึมเศร้า
2. คนสายมู ที่ชีวิตไม่สามารถมูฟออนไปจากความเชื่อที่ยึดติดมานานได้
3. คนที่จำเป็นต้องหากินกับความเชื่อโชคลาง พุทธพาณิช
4. คนที่ไม่เข้าใจความเป็นมา ฟังคำพูดอ.เบียร์ไม่ละเอียด หรือจับเนื้อหาใจความไม่ได้ ง่ายที่จะเข้าใจผิด เช่นเข้าใจผิดว่าด่าคนกินเจ แท้จริงด่าเฉพาะคนกินเจ แล้วมามองคนไม่กินเป็นบาป คนที่ควรรู้สึกว่าถูกด่า ก็คือคนที่ร้อนตัวเท่านั้น เพราะมันคิดเช่นนี้จริงๆ ไม่มีควรที่จะมีใครอาศัยการกินหรือไม่กินอะไรเป็นการได้บุญ

<------ คลิปด้านบนเป็นการบรรยายธรรม ในโหมดภาษาสุภาพ ---------->
- ประเด็นที่ว่า คนตื่นธรรมจะทำให้ พระหรือหมอดูที่หาผลประโยชน์กับสายมูหากินยาก ผมเชื่อว่ามีส่วนน้อย เพราะธรรมชาติคนที่เชื่อในด้านนี้แทบไม่เคยมีใครสามารถเปลี่ยนความคิดให้ถอนตัวออกไปได้เลย พระที่เอาดีในการดูหมอ ผูกดวง เสริมชะตา ยังไงก็ยังมีลูกค้าเหมือนเดิม สายมูแทบไม่อยากฟังคำสอนของคนตื่นธรรมตั้งแต่แรกแล้ว
- พิธีกรรมมากมาย ที่ไม่ได้มีในศาสนา เช่นการไหว้ศาล ไหว้เจ้า เจ้าที่ ที่ผิดหลักคำสอน แต่เราทำสิ่งเหล่านี้มานานจนกลายเป็นประเภณีไปแล้ว ยังไงคนก็ต้องปฏิบัติกันอย่างนี้ต่อไป เท่ากับว่าการที่คนตื่นธรรมจะเผยแพร่คำสอนยังไงก็ไม่ได้มีผลอะไรอยู่แล้ว ธูปเทียนวัตถุบูชา เครื่องลางยังไงก็ยังอยู่ต่อไปได้อีกยาวนาน
- ต้องยอมรับกันว่ามีคนหันหลังให้วัดและพระ เพราะรู้สึกเสื่อมศรัทธามีจำนวนมากมายในประเทศ คนที่มีปริมาณมากมายเช่นนี้ เขาพร้อมที่จะมีใจและเดินเข้าหาคนแบบคนตื่นธรรม ที่ไม่ได้มีสถานะเป็นพระ แต่สามารถบรรยายธรรมได้อย่างเข้าถึงแก่น ที่ไม่มอมเมาในเรื่องความเชื่อ สิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องการเหมือนกันอยู่พอดี
- ความเชื่อเป็นเรื่องจริตของแต่ละคน ใครที่มองเห็นคนตื่นธรรมไม่ตรงกับจริตของตนเอง ทำได้ก็แค่ไม่ต้องติดตาม ไม่รับรู้ ในแทบทุกวงการ เขาจะมีแฟนคลับเฉพาะของเขาเอง
- ความขัดแย้ง ขัดผลประโยชน์ อาจจะเป็นปัญหาโลกแตก มองอย่างเป็นธรรม มันก็คือธรรมชาติ และหน้าที่ แต่ละคนก็ต้องทำหน้าที่ไป สิ่งดี สิ่งชั่ว จะอยู่ได้ และไม่ได้ไปโดยธรรมชาติของมันเอง ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องให้อะไรปรับเปลี่ยนปรับตัว นอกจากเราปรับตัวของตัวเอง คำสอนส่วนใหญ่อ.เบียร์ไม่ได้ห้าม เช่นเรื่องการดูดวง แต่สอนให้คิดว่าไปดูแล้วมันสามารถแก้ปัญหาได้ตรงไหน ตามหลักคำสอนที่ให้รู้จักใช้สติปัญญา
- สังคมเราควรสนับสนุนให้คนมีปัญญา มีสติ มีเหตุผล เพื่อที่จะได้ไม่โดนหลอก คนที่ออกมาเตือนสติ ไม่ต่างอะไรกับการเตือนภัย เป็นพลเมืองดี เห็นสมควรส่งเสริมสนับสนุนคนที่เจตนาดี เท่าที่สามารถคำนวณ บวกลบคูณหาร กรณีคนตื่นธรรม ถือว่าสังคมเราได้แต่ส่วนดี ยังหาส่วนเสียไม่เจอ ส่วนดีที่สุด คือการนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แบบแท้ๆ ดั้งเดิม กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
[CR] คนตื่นธรรม ทำตื่นตูม
สังคมไทยในยุคนี้ต้องยอมรับว่า เต็มไปด้วยปัญหาการหลอกลวง ทั้งทางตรง และทางคอลเซ็นเตอร์ มีคนมากมายหลายแสนโดนหลอกแล้ว โดนหลอกอยู่ แล้วจะยังโดนหลอกอีก แม้กระทั่งพระเกือบทั้งภาคอิสานยังโดนหลอกเอาเงินเป็นพันล้านบาท ต้นเหตุแห่งการถูกหลอกมักมาจาก ความไม่รู้ และความเชื่ออย่างผิดๆ ความบกพล่องจากผู้ทำหน้าที่สั่งสอนศาสนา ทำให้คนใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้สติ แล้วอยู่ดีๆก็มีบุคคลที่พยายามทำให้คนได้สติขึ้นมา โดยอาศัยคำสั่งสอนดั้งเดิมของพระพุทธเจ้า
ผมเพิ่งรู้จักและฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านทาง อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ไม่กี่วันมานี้ ทั้งๆที่ท่านมีลูกศิษย์ติดตามเป็นจำนวนมาก ตอนเพื่อนแนะให้ไปฟังผมต่อต้าน เพราะอคติกับการสอนธรรมโดยฆารวาส รู้สึกเหมือนผิดธรรมชาติ จะบอกว่าไม่สนใจอะไรที่มันเป็นธรรมะ ไม่ว่ารูปแบบไหน เพราะฟังแล้วง่วง หดหู่ ด้วยความทนกระแสความดังไม่ไหว ก็เลยลองเข้าไปส่องดู ผลปรากฏว่า เข้าใจเลยทำไมคนจำนวนมากเปิดใจ เหตุผลเท่าที่ผมมองเห็นได้มีดังต่อไปนี้
1. ความน่าเชื่อถือ ว่าผู้สอนธรรมเป็นผู้รู้จริงในด้านนี้ จากประสบการณ์ตรงต่างๆ ในทางโลก เช่นเคยเป็นพนง.ขายที่รายได้เกือบแสนต่อเดือน เป็นหมอดู แล้วหันมาศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้า จนเข้าถึงแก่นแท้ ถ่ายทอดเผยแพร่ออกมาในรูปแบบบรรยายธรรม
2. ไม่น่าเบื่อ เพราะผู้สอนธรรมไม่ได้เป็นพระ ไม่จำเป็นต้องสำรวมกริยามาก สามารถถ่ายทอดความรู้เหมือนครูพูดกับศิษย์ พี่สอนน้อง เพื่อนบอกเพื่อน หลุดออกไปจากข้อจำกัดที่พระทำไม่ได้ ปรกติท่านจะมีไลฟ์สด4-6ชม.ต่อวัน สไตน์การสอนจะมี2-3สไตน์ คือสไตน์ด่า ฟังสนุกไม่เครียด คำพูดอาจจะดูไม่สุภาพ และมีโหมดสำรวมพูดสุภาพ บรรยายธรรมแบบเน้นวิชาการจริงจัง ผมเคยตั้งใจฟังโหมดสุภาพแบบต่อเนื่องไม่กระโดดข้าม1ชม.ครึ่ง บอกได้เลยว่าน่าติดตาม ข้อมูลแน่น เข้าใจง่าย รู้สึกปฏิบัติได้จริง
3. ผู้สอนธรรม อาศัยความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เสแสร้งสร้างภาพให้คนหลงคนนับถือ นำบุคลิกความเป็นตัวของตัวเองนี่แหล่ะมาสอน ผู้ฟังก็เลยรู้สึกถึงความจริงใจ ในการถ่ายทอดสัจจะแห่งความจริง เข้าใจได้ง่าย ตรงๆ ไม่ต้องไปแปลให้ปวดหัว ไม่ได้รู้สึกว่ามีเจตนาเพื่อต้องการหาสาวกให้ได้ปริมาณมากๆ ไม่แคร์สื่อ ใครไม่ถูกใจก็ไม่เดือดร้อนอะไร
4. มีภาพของความซื่อสัตย์ ไม่มุ่งมั่นในการหาผลประโยชน์แอบแฝง หรือหวังรวย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่มีนโยบายเรี่ยไรขอรับบริจาคจากลูกศิษย์รายย่อยรายคน รายได้ทั้งหมดที่มาจากการออกรายการ ออกงานแล้วแต่เจ้าภาพจะให้ รายได้จะเข้ากองกลางทั้งหมด เพื่อใช้จ่ายในการทำกิจกรรมปฏิบัติธรรมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนรายได้ส่วนตัวของอ.เบียร์มาจากการขายเสื้อเป็นหลัก ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงเกินเหตุแต่อย่างใด ดูเหมือนยากที่จะนำไปสู่ความเสื่อม
5. มีภาพของความเจตนาที่ต้องการเผยแพร่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้คนพ้นทุกข์เป็นเป้าหมายสูงสุด ไม่ว่ากระบวณการนำไปสู่ตรงนั้นจะใช้วิธีการเช่นไร ไม่สนใจว่าคนที่มาฟังธรรม หรือร่วมกิจกรรมจะมีฐานะเป็นอย่างไร ไม่รับรู้ว่าใใครจน ทุกคนสามารถเข้าใกล้เข้ามาทำกิจกรรมได้หมดแม้ไม่มีเงินสักบาท เพราะมีรถรับส่ง อาหาร(ข้าวกล่อง)เลี้ยง ฟรีตลอดงาน ไม่เหมือนกับบางวัดที่เหมือนลัทธิ ที่ผูกขาดแดนสวรรค์ไว้เฉพาะคนรวยๆ
คนตื่นธรรม ไม่น่าจะแตกต่างไปจากนักสร้างคอมเทนต์ที่มีอยากมากมายในโซเชียลเท่าใดนัก ไม่มีสิ่งไหนถูกจริตไปทุกคน จะต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เหตุผลที่คนมาฟังแล้วไม่เปิดใจ มีดังต่อไปนี้
1. ไม่มีคำปลอบประโลม ถ้าเป็นโหมดไลฟ์สดตอบคำถามทั่วไป ไม่ว่าใครจะถามอะไรจะตอบมาในลักษณะด่าเตือนสติ ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลดีอยู่ แต่อาจจะไม่ถูกจริตกับคนบางประเภท เช่นคนที่มีอาการของโรคซึมเศร้า
2. คนสายมู ที่ชีวิตไม่สามารถมูฟออนไปจากความเชื่อที่ยึดติดมานานได้
3. คนที่จำเป็นต้องหากินกับความเชื่อโชคลาง พุทธพาณิช
4. คนที่ไม่เข้าใจความเป็นมา ฟังคำพูดอ.เบียร์ไม่ละเอียด หรือจับเนื้อหาใจความไม่ได้ ง่ายที่จะเข้าใจผิด เช่นเข้าใจผิดว่าด่าคนกินเจ แท้จริงด่าเฉพาะคนกินเจ แล้วมามองคนไม่กินเป็นบาป คนที่ควรรู้สึกว่าถูกด่า ก็คือคนที่ร้อนตัวเท่านั้น เพราะมันคิดเช่นนี้จริงๆ ไม่มีควรที่จะมีใครอาศัยการกินหรือไม่กินอะไรเป็นการได้บุญ
<------ คลิปด้านบนเป็นการบรรยายธรรม ในโหมดภาษาสุภาพ ---------->
- ประเด็นที่ว่า คนตื่นธรรมจะทำให้ พระหรือหมอดูที่หาผลประโยชน์กับสายมูหากินยาก ผมเชื่อว่ามีส่วนน้อย เพราะธรรมชาติคนที่เชื่อในด้านนี้แทบไม่เคยมีใครสามารถเปลี่ยนความคิดให้ถอนตัวออกไปได้เลย พระที่เอาดีในการดูหมอ ผูกดวง เสริมชะตา ยังไงก็ยังมีลูกค้าเหมือนเดิม สายมูแทบไม่อยากฟังคำสอนของคนตื่นธรรมตั้งแต่แรกแล้ว
- พิธีกรรมมากมาย ที่ไม่ได้มีในศาสนา เช่นการไหว้ศาล ไหว้เจ้า เจ้าที่ ที่ผิดหลักคำสอน แต่เราทำสิ่งเหล่านี้มานานจนกลายเป็นประเภณีไปแล้ว ยังไงคนก็ต้องปฏิบัติกันอย่างนี้ต่อไป เท่ากับว่าการที่คนตื่นธรรมจะเผยแพร่คำสอนยังไงก็ไม่ได้มีผลอะไรอยู่แล้ว ธูปเทียนวัตถุบูชา เครื่องลางยังไงก็ยังอยู่ต่อไปได้อีกยาวนาน
- ต้องยอมรับกันว่ามีคนหันหลังให้วัดและพระ เพราะรู้สึกเสื่อมศรัทธามีจำนวนมากมายในประเทศ คนที่มีปริมาณมากมายเช่นนี้ เขาพร้อมที่จะมีใจและเดินเข้าหาคนแบบคนตื่นธรรม ที่ไม่ได้มีสถานะเป็นพระ แต่สามารถบรรยายธรรมได้อย่างเข้าถึงแก่น ที่ไม่มอมเมาในเรื่องความเชื่อ สิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องการเหมือนกันอยู่พอดี
- ความเชื่อเป็นเรื่องจริตของแต่ละคน ใครที่มองเห็นคนตื่นธรรมไม่ตรงกับจริตของตนเอง ทำได้ก็แค่ไม่ต้องติดตาม ไม่รับรู้ ในแทบทุกวงการ เขาจะมีแฟนคลับเฉพาะของเขาเอง
- ความขัดแย้ง ขัดผลประโยชน์ อาจจะเป็นปัญหาโลกแตก มองอย่างเป็นธรรม มันก็คือธรรมชาติ และหน้าที่ แต่ละคนก็ต้องทำหน้าที่ไป สิ่งดี สิ่งชั่ว จะอยู่ได้ และไม่ได้ไปโดยธรรมชาติของมันเอง ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องให้อะไรปรับเปลี่ยนปรับตัว นอกจากเราปรับตัวของตัวเอง คำสอนส่วนใหญ่อ.เบียร์ไม่ได้ห้าม เช่นเรื่องการดูดวง แต่สอนให้คิดว่าไปดูแล้วมันสามารถแก้ปัญหาได้ตรงไหน ตามหลักคำสอนที่ให้รู้จักใช้สติปัญญา
- สังคมเราควรสนับสนุนให้คนมีปัญญา มีสติ มีเหตุผล เพื่อที่จะได้ไม่โดนหลอก คนที่ออกมาเตือนสติ ไม่ต่างอะไรกับการเตือนภัย เป็นพลเมืองดี เห็นสมควรส่งเสริมสนับสนุนคนที่เจตนาดี เท่าที่สามารถคำนวณ บวกลบคูณหาร กรณีคนตื่นธรรม ถือว่าสังคมเราได้แต่ส่วนดี ยังหาส่วนเสียไม่เจอ ส่วนดีที่สุด คือการนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แบบแท้ๆ ดั้งเดิม กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้