พิชัย จาวลา ไปยุ่งเกี่ยวกับ ดิไอคอนกรุ๊ป ได้ไง และตัวตนที่แท้จริงในชีวิตของเขาในฐานะ เทรดเดอร์ กับ ทฤษฏีผลประโยชน์

จากข่าว พิชัย จาวลา ที่ไปยุ่งเกี่ยวกับ ดิไอคอนกรุ๊ป

https://www.youtube.com/watch?v=lipzXNThlG4

และจากสิ่งที่เขาพูดในเพจของเขา

https://www.facebook.com/pichaichawlaofficialpage

จนเป็นเจ้าของวลีเด็ด
"ไม่มีใครหลอกใช้ผมได้ ผมต่างหากที่หลอกใช้เขา"
ตามคลิปและเพจ FB ของเขาข้างบนเลย

ตามข่าวและในเพจ FB ของ พิชัย จาวลา นั้น
เขาอ้างว่า เขาแค่ส่งน้องสาวเขา ไปเป็นช่วยดูแลคนที่เข้าไปเรียนรู้กับทาง ดิไอคอนกรุ๊ป 
และแน่นอนคนส่วนนึงที่เข้าไปเรียนรู้จะเป็นใครไม่ได้ นอกจากบรรดา FC ที่ตามเขาในโลก Social Media มาตลอด
และผู้ติดตามเพจ Facebook ของ พิชัย จาวลา
แถมเขายังได้ออกคลิปโปรโมทให้กับ ดิไอคอนกรุ๊ป ว่า ธุรกิจนี้ดีมีอนาคต น่าเชื่อถือ แค่ไหน
หรือ เขาใช้ชื่อเสียงตัวเองไปแลกกับการโปรโมทให้ ดิไอคอนกรุ๊ป นั้นละคับ

ซึ่ง ชื่อเสียงที่ว่านั้นแน่นอนว่า ทุกคนต้องรู้จักเขาในฐานะ นักลงทุน อสังหา และ เทรดเดอร์ ทฤษฏีผลประโยชน์ ในหลายตลาด โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย มาก่อนแน่นอนอยู่แล้ว ว่า เขาเป็นกูรูด้านนี้แค่ไหนในสายตาคนส่วนใหญ่
(แต่ไม่ใช่กูรูกับผมคนนึงแต่แรกอยู่แล้วอะนะ)

ผลที่ตามมา ก็มีกองทัพ ผู้เสียหาย ฟ้องร้อง ให้ตำรวจจับและมีเอี่ยวผลประโยชน์ เรื่อง เงิน ตามที่เห็นเป็นข่าว

*************************************************************************************************************************************************************

คำถาม
ทำไม พิชัย จาวลา
คนที่เป็นกูรู นักลงทุนด้านอสังหา และ เทรดเดอร์ทฤษฏีผลประโยชน์
(ในสายตาคนส่วนใหญ่)
และเป็นคนที่ใครๆก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เขารวยมหาศาลมากๆจากธุรกิจอสังหาของเขา ก่อนจะมาเป็นเทรดเดอร์ซะอีก

เขาคนนี้
ถึงไปยุ่งเกี่ยวกับ ธุรกิจขายตรงแช่ลูกโซ่ อย่าง ดิไอคอนกรุ๊ป แบบนี้
ทั้งๆที่รวยจากอสังหาเว่อไปแล้วด้วยนะ
ตามที่ เขากล่าวอ้าง และ คนส่วนใหญ่เข้าใจ

เรามาย้อนรอยดูพฤติกรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมากันหน่อยดีไหมคับ

เหตุการณ์น่าสงสัยที่ 1 :
ในปี 2023 หรือปีก่อน
พิชัย จาวลา อยู่ๆก็ได้ทำการขายคอร์ส ทฤษฏีผลประโยชน์ ของเขา
ในราคาเกือบ 30000 บาท/คน
ซึ่งถือว่า เป็นราคาที่แพงสำหรับคนไทยส่วนใหญ่

โดยผมยังรู้เพิ่มมาอีกว่า หากใครไม่ได้ลงคอร์สกับเขา
แต่อยากเข้ากลุ่ม Signal หุ้นไทย ของเขา ต้องจ่ายหัวละ 5000 บาท/คน แยกต่างหาก

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=3340026819585327&id=1662521310669228&set=a.1708057572782268

https://www.facebook.com/SuperTraderRepublic/videos/490296733811425/

เหตุการณ์น่าสงสัยที่ 2 :
ปีนี้ 2024
พิชัย จาวลา ได้ไปโปรโมทให้ ธุรกิจขายตรงแช่ลูกโซ่ อย่าง ดิไอคอนกรุ๊ป
โดยส่งน้องสาวตัวเอง เขาเข้าไปช่วยดูแลคนที่เข้าไปใน ดิไอคอนกรุ๊ป ตามที่เขาพูดออกสื่อและเพจของเขา
และเขาเป็นส่วนนึงของคนที่ชักชวนให้คนอื่นมาเรียนรู้กับ ดิไอคอนกรุ๊ป 

โดยอ้างว่า อยากช่วยเหลือคนอื่น
เลยทำการชวนคนอื่นไปเรียนรู้ทำ ธุรกิจขายตรง แต่จริงๆเป็น แช่ลูกโซ่ อย่าง ดิไอคอนกรุ๊ป

https://www.youtube.com/watch?v=lipzXNThlG4

https://www.facebook.com/pichaichawlaofficialpage

และเพราะได้ทำการโปรโมทให้ ดิไอคอนกรุ๊ป

ข้อน่าสงสัย มีดังนี้

1. พิชัย จาวลา รวยจากการทำอสังหาอยู่แล้ว
ทำไมต้องหารายได้เพิ่ม ขายคอร์ส + เก็บค่าเข้ากลุ่ม Signal
และหนักสุดทำไมต้องไปโปรโมทให้ทาง ดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งเป็นธุรกิจขายตรงแช่ลูกโซ่ แบบนี้

2. พิชัย จาวลา รวยจากการทำอสังหาอยู่แล้ว
ทำไมต้องชักชวนคนอื่นไปเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจขายตรง แต่จริงๆเป็น แช่ลูกโซ่ อย่าง ดิไอคอนกรุ๊ป ตั้งแต่แรกด้วย
โดยส่งน้องสาวตัวเอง ไปช่วยดูแล คนกลุ่มนี้ ที่เข้าไปเรียนรู้ด้วย
(ใครอ่านถึงตรงนี้ อ่านดีๆนะคับ ผม จะยังไม่มีการบอกตรงๆว่า น้องสาว ของ พิชัย จาวลา เป็นแม่ข่ายอีกคนด้วยหรือไม่)
เพราะ พิชัย จาวลา เขาอ้างว่า อยากชวนเหลือคนอื่นที่จนกว่าเขามากๆ ด้วยวิธีชักชวนคนเข้ามาเรียนรู้ใน ดิไอคอนกรุ๊ป 
ทั้งๆที่วิธีช่วยเหลือคนอื่น มีตั้งหลายวิธี
เช่น พิชัย ขาวลา สามารถสอนเทรด คนอื่นที่จนกว่าเขามากๆ แบบฟรีๆ และวัดผลงานการเทรดของนักเรียนที่เขากำลังสอนฟรี
โดยหากฝีมือการเทรดมีสถิตินิ่งพอ เก่งพอ เป็นที่ประจักแล้ว ก็ให้เงินก้อนนึง เช่น 1 แสน ถึง 1 ล้านบาท ต่อคน ไปเทรดต่อก็สามารถทำได้
เพราะตัวเองรวยจน พันล้านบาท จากอสังหา อยู่แล้วนี้ แค่นี้ไม่กระทบเงินทั้งชีวิตเขาด้วยซ้ำ
หากเขาเทรดด้วยทฤษฏีผลประโยชน์เก่งจริงตามราคาคุยละก็นะคับ

3. พิชัย จาวลา รวยจากการทำอสังหาอยู่แล้ว
และผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวิกฤตในตลาดหุ้นไทย มาเยอะมาก ตามที่เขาเคยโม้ไว้
และโชว์ฝีไม้ลายมือจากการวิเคราะห์ด้วย ทฤษฏีผลประโยชน์ ของเขา
แต่ พิชัย จาวลา กลับอ้างว่า เขาไม่รู้ว่า ดิไอคอนกรุ๊ป เป็นธุรกิจขายตรงแช่ลูกโซ่ ตั้งแต่แรก
(ทั้งๆที่เขาอ่าน Business Model / Fund Flow / และงบการเงิน ของธุรกิจใน SET มาเยอะมากเกิน 10 ปี แล้วเนี่ยนะ)
คุณว่า นักลงทุนและเทรดเดอร์ ที่โชว์ว่า ตัวเองเป็นกูรูด้านนี้มาโดยตลอด
จะไม่รู้ว่า ดิไอคอนกรุ๊ป เป็นธุรกิจขายตรงแช่ลูกโซ่ มาโดยตลอดจริงๆแน่หรอ ???
ในเมื่อ Business Model / Fund Flow / และงบการเงิน ในเชิงสาย VI
ของ ดิไอคอนกรุ๊ป วิเคราะห์อ่านจนแตกได้ง่ายกว่า หลายธุรกิจในตลาดหุ้นไทย (SET)
เช่น Business Model / Fund Flow ดิไอคอนกรุ๊ป คุณเชื่อไหมว่า อ่านทาง ได้ง่ายกว่า ธุรกิจหุ้น Stark ที่ปลอมงบเข้าตลาดหลักทรัพย์ไทย

ใครอ่านมาถึงตรงนี้
แล้วคุณละคับ คิดว่า แท้จริง
พิชัย จาวลา เป็นใคร มีบทบาทไหนใน ดิไอคอนกรุ๊ป กันแน่
เป็นแค่คนชักชวนคนไปเรียนรู้ วิธี การขายตรง ใน ดิไอคอนกรุ๊ป แค่นั้นจริงๆหรือเป่า
เขามีส่วนได้ส่วนเสีย ได้หรือไม่ได้ ผลประโยชน์ร่วมกับ ธุรกิจ ดิไอคอนกรุ๊ป หรือไม่

และคำถามเพิ่มเติม
พิชัย จาวลา ใช่กูรูเทรดเดอร์จริงๆหรือเป่า (ด้วยทฤษฏีผลประโยชน์ที่เขาเป็นเจ้าของทฤษฏีคนแรกในไทย)
ทั้งๆที่ เขาแทบไม่ค่อยโชว์พอร์ตหุ้นไทย ของเขา เวลาออกสื่อให้ใครเห็นเลยซักครั้ง

แต่ส่วนตัว สำหรับผม
พิชัย จาวลาไม่ใช่กุรูเทรดเดอร์ อะไรทั้งนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว
และทฤษฏีผลประโยชน์ ของเขา ก็ไม่มีประสิทธิภาพในการใช้งานจริงด้วย
เพราะอะไรกลับไปอ่านโพสเก่าใน Pantip ของผมเอาเอง

https://pantip.com/topic/42968354

และยังมีหลักฐานที่เขาทายเป้า กราฟราคา ผิดไปหลายเรื่อง เช่น

- Set จะไป 2000 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือ ปี 2021
https://www.youtube.com/watch?v=X02QLVhGBbU

- ค่าเงินบาท จะอ่อนค่าไป 48 บาท/ดอลลาร์ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือ ปี 2021
https://www.youtube.com/watch?v=kyBkGWHVAtM

ยังมีอีกหลายคลิปที่เขาได้ทายเป้าราคาผิดแบบไม่น่าให้อภัย
โดยเฉพาะช่วงปีหลังๆ ที่เขาเริ่มวิเคราะห์ออกสื่อด้วยทฤษฏีผลประโยชน์ของเขา ที่มีแต่ น้ำ ซะส่วนใหญ่
หาสาระอะไรไม่ได้เลย นอกจาก คำคม หล่อๆเท่ๆ ฟังแล้วบาดใจ จนคนส่วนใหญ่ ศรัทธาและอยากนไปทำตาม ของเขา

ปล.
โพสนี้ผมจะยังไม่มีการกล่าวหาว่า พิชัย จาวลา หรือ น้องสาวเขา
มีผลประโยชน์ ร่วมกับ ดิไอคอนกรุ๊ป หรือไม่
เพราะตำรวจยังหาหลักฐานมาไม่ครบทุกด้าน 100%
แต่ผมเองก็เป็นคนนึงที่มีสิทธิ์วิจารณ์และตั้งคำถามเชิงข้อสงสัยให้ทุกคนคิดตาม
เพราะถ้าคุณไม่โง่พอ คุณน่าจะมองออกแล้ว ว่า เรื่องราวทั้งหมดเป็นยังไง

แต่ที่แน่ๆ ผมมั่นใจอยู่อย่างว่า พิชัย จาวลา เป็นกูรู เทรดเดอร์ ในตลาดหุ้นไทย ตัวปลอม มาโดยตลอด
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
แต่ที่แน่ๆ ผมมั่นใจอยู่อย่างว่า พิชัย จาวลา เป็นกูรู เทรดเดอร์ ในตลาดหุ้นไทย ตัวปลอม มาโดยตลอด
เพราะอะไร ไปดูตามข้อความโพสเก่าผมตามนี้ได้เลย คับ

https://pantip.com/topic/42968354

ใครว่างๆก็อ่านคอมเม้นนี้ดู ไม่ว่างอ่านแค่หัวโพสพอคับ

*************************************************************************************************************************************

ทำไม ทฤษฏีผลประโยชน์ของ พิชัย จาวลา ไม่มีความน่าเชื่อถือในการใช้งานเทรดจริง
หากใช้งาน ทฤษฏีผลประโยชน์ เพียวๆ
หรือดู กราฟเทคนิก+VI ประกอบ
แต่ไม่ยอมทำตามที่ปัจจัย กราฟเทคนิก+VI ชี้ฟ้องเป็นหลัก

*************************************************************************************************************************************

Part A : วิจารณ์ข้อเสียที่ร้ายแรงของตัว ทฤษฏีผลประโยชน์ ในแง่การใช้งานกับการเทรดจริง / ตลาดจริง ไม่ว่าจะเป็น ตลาด หุ้น คริปโต Forex
แต่ในที่นี้เราจะพูดถึง ตลาดหุ้นไทย ที่ พิชัย จาวลา อ้างตัวว่า เทรดตลาดนี้เป็นหลัก และได้กำไรมหาศาลจากตลาดนี้เป็นหลัก

ทฤษฏีผลประโยชน์ของ พิชัย จาวลา
เดิมที คือ ทฤษฏี Contrarian Investing ที่ต่างประเทศเคยแผยแพร่มาก่อน
แล้ว พิชัย จาวลา ไปหยิบเอาแนวคิดทฤษฏีนี้
มาเผยแพร่ในไทยผ่านสื่อ โดยใช้ชื่อว่า ทฤษฏีผลประโยชน์ แทน
จะได้ดูเหมือนเป็นของตัวเอง
แม้เจ้าตัวจะเคยออกมายอมรับว่า ได้ไปหยิบเอาแนวคิด ทฤษฏี Contrarian Investing ลอกจำมาแปลงโฉมเผยแพร่เป็นทฤษฏีตัวเองในไทยก็ตาม

โดยแนวคิดของทั้ง ทฤษฏีผลประโยชน์ ก็ไม่มีอะไรมาก
แค่การพยายามเป็นผู้ชนะในตลาด คนส่วนน้อย 3% ตามที่ พิชัย จาวลา ใช้ตัวเลขสถิติสมมุตินี้เป็นประจำ
ด้วยการ เทรดแบบแทงสวน เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ 97% กำลังวิเคราะห์และทำตามมันอยู่

เริ่มวิจารณ์ข้อเสียของการใช้งาน ทฤษฏีผลประโยชน์ ของ พิชัย จาวลา ในแง่การใช้กับการเทรดจริง / ตลาดจริง (หมายถึง ตลาดหุ้นไทย)

1. การวิเคราะห์เหตุผลของคนส่วนใหญ่ 97% ของ พิชัย จาวลา เวลาเขาใช้งาน ทฤษฏีผลประโยชน์ คือ การมโนแทน วอลุ่มคนส่วนใหญ่ในตลาดเอาเอง
จากสถิติ หรือ แหล่งอ้างอิงในการเก็บสถิติ / สุ่มตัวอย่าง ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ

ก่อนจะไปเรื่อง แหล่งอ้างอิงในการเก็บสถิติ / สุ่มตัวอย่าง ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ
มาดูก่อนว่า เหตุผลของคนส่วนใหญ่ในแง่ทฤษฏีผลประโยชน์ ของ พิชัย จาวลา นั้นเป็นยังไง

สมมุติ คุณ หรือ พิชัย จาวลา กำลังหาเหตุผลมาวิเคราะห์ตลาดด้วยทฤษฏีผลประโยชน์อยู่ จะได้เหตุผลดังต่อไปนี้
(เคสสมุตินี้ ไม่ได้หมายถึง ตลาดหุ้นไทย หรือ SET ในช่วง วันเดือนปีเวลา ไหนทั้งนั้น แค่สมมุติให้เห็นภาพการวิเคราะห์ด้วยทฤษฏีผลประโยชน์)

*เหตุผลของสาย VI

1.1 ถ้าเศรษฐกิจกำลังแย่ลง / GDP ลดลง เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.2 ถ้าเศรษฐกิจกำลังแย่ลง / อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.3 ถ้าเศรษฐกิจกำลังแย่ลง / อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น / ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ส่วนทางกับ GDP ที่ลดลง ส่อแว่วเศรษฐกิจไทยจะเกิดการถดถอย
เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.4 ถ้า ค่าเงินบาท USD/THB แข็งค่ามากขึ้น เสี่ยงเงินลงทุนต่างชาติไหลออกนอกไทย ไปลงทุนในประเทศอื่นแทน
เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.5 ถ้า แบงค์ชาติไทย ลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อใช้นโยบายการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ส่อแว่วเศรษฐกิจไทยจะเกิดการถดถอย
เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

*เหตุผลของสาย อ่านกราฟเทคนิก
1.6 ถ้าในช่วง วันเดือนปีเวลา นั้น กราฟ SET เกิด Chart Pattern
ประเภท กลับตัวจาก เทรนขาขึ้น กลายเป็น เทรนขาลง ชัดเจนพอดี เช่น Head and Shoulder / Double Top / Triple Top / ...
หรือ
ประเภท เทรนขาลง ยังไม่จบ ยังลงต่อได้อีก ชัดเจนพอดี เช่น Descending Triangle (สามเหลี่ยงลงต่อ) / Flag (รูปธงลงต่อ) / ...
ซึ่งเป็น Chart Pattern ที่คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว
ทำให้ เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ มองว่า SET อาจเข้าสู่เทรนขาลงเต็มตัว อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.7 ถ้าในช่วง วันเดือนปีเวลา นั้น กราฟ SET เกิด รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Pattern)
ประเภท กลับตัวจาก เทรนขาขึ้น กลายเป็น เทรนขาลง ชัดเจนพอดี เช่น Engulfing / Shooting Sar / Evening Star / ...
หรือ
ประเภท เทรนขาลง ยังไม่จบ ยังลงต่อได้อีก ชัดเจนพอดี เช่น Marubozu / Falling Three Method / ...
ซึ่งเป็น Candlestick Pattern ที่คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว
ทำให้ เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ มองว่า SET อาจเข้าสู่เทรนขาลงเต็มตัว อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.8 ถ้าในช่วง วันเดือนปีเวลา นั้น กราฟ SET อยู่ในสถานะคลื่น Elliott Wave
เป็น Wave 5 Trending Impluse เทรนขาขึ้น แล้วใกล้จบ Wave5 เตรียมกลับตัวเป็นเทรนขาลง
หรือ
อยู่กลาง Sub Wave 5 Trending Impluse เตรียมจะลงต่อไป Wave 4 5 ให้จบเทรนขาลง พอดี
(ไม่ขอพูดถึง Pattern Wave กลับตัวจาก ขาขึ้น เป็น ขาลง / ขาลงยังไม่จบ แล้วลงต่อ ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจมันดีพอนะคับ เดียวจะ งง กันหมด)
ซึ่งเป็น Pattern Wave ที่คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว
ทำให้ เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ มองว่า SET อาจเข้าสู่เทรนขาลงเต็มตัว อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.9 ถ้าในช่วง วันเดือนปีเวลา นั้น กราฟ SET ขึ้นไปชน แนวต้านใหญ่ระดับ TF Day ขึ้นไป ที่มีความแข็งแกร่งสูงในเชิงเทคนิกคอล พอดี
มีโอกาสกลับตัวเป็นขาลงรอบใหญ่สูงมาก
ทำให้ เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ มองว่า SET อาจเข้าสู่เทรนขาลงเต็มตัว อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

1.10 ถ้าในช่วง วันเดือนปีเวลา นั้น กราฟ SET ในอินดิเคเตอร์ ประเภทดังต่อไปนี้
- อินดิเคเตอร์ ประเภทฟ้องเทรน เช่น EMA / MACD / ... ใน TF Day ขึ้นไป เส้นบน ตัด เส้นล่าง
ฟ้องว่า SET อาจกลับตัวจาก เทรนขาขึ้น เป็น ขาลง / ขาลงยังลงไม่จบ พึงเริ่มต้นเทรนขาลง
- อินดิเคเตอร์ ประเภทฟ้องแรงซื้อแรงขายต่อสู้กันในตลาด และเหมาะกับ Sildway เช่น RSI / STO / ... ใน TF Day ขึ้นไป
เกิดสัญญาณ Overbought เช่น RSI เกินเส้น 70
ฟ้องว่า SET อาจกลับตัวจาก เทรนขาขึ้น เป็น ขาลง
ทำให้ เทรดเดอร์ในไทยส่วนใหญ่ มองว่า SET อาจเข้าสู่เทรนขาลงเต็มตัว อาจมีผลทำให้ ดัชนี้ตลาดหุ้นไทย SET ลดลง

โดยหาก ใคร หรือ พิชัย จาวลา ต้องการเทรดตาม ทฤษฏีผลประโยชน์ ตามเหตุผลทั้ง 10 ข้อ (เหตุผมสมมุติจากที่ พิชัย ชอบวิเคราะห์แนวนี้บ่อยๆ) พวกนี้
จำเป็นต้องมองเป็น Zone Buy ไม่ใช่ Zone Sell อย่างที่ เหตุผล 10 ข้อ พวกนี้ฟ้อง
หรือ อาจจะไม่จำเป็นต้องฟ้องว่า มีโอกาสกลับตัวเป็นเทรนขาลง หรือ เทรนขาลงยังลงต่อไม่จบ ลงต่อได้อีก
แบบนี้ทั้ง 10 ข้อก็ได้ ขอค่มีเหตุผลฟ้องว่า ยังไง SET ต้องลงแรง อย่างน้อยเกิน 70% หรือ 7 ใน 10 ข้อนี้ ขึ้นไป
ให้ คุณ สามารถมองเป็น Zone Sell และหาจังหวะเข้า Sell ได้เลย
รวมทั้งตัว พิชัย จาวลา ยังไงก็ต้อง Sell แน่ๆ ถ้าทำตามทฤษฏีผลประโยชน์ของเขาละก็นะคับ

โอเคผมวิเคราะห์ให้ทุกคนดูจบละ
ที่นี้มาถึงเหตุผลที่ ทฤษฏีผลประโยชน์ไม่เหมาะกับใช้งานกับการเทรดจริง / ตลาดจริง บ้างแล้วคับ

เพื่อไม่ งง กัน ข้อต่อข้อ 2

2. (จากข้อ 1) การวิเคราะห์จากกฏ 70% ของเหตุผลทั้งหมด หรือ 7 ใน 10 ข้อ ไปในทิศทางไหน แล้วให้แทงสวนเหตุผลพวกนั้น
แล้วอ้างว่านี้เป็น วอลุ่มคนส่วนใหญ่ / พอร์ตคนส่วนใหญ่ ในตลาดใช้ตัดสินใจในการเทรด นั้น เป็นการแหล่งข้อมูลที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ

จากตัวอย่างสมมุติ ข้อ 1 คุณก็น่าจะได้เห็นแล้วว่า ต่อให้มีเหตุผลฟ้องว่า SET จะลงแรง 7 ใน 10 ข้อ
แต่ข้อมูลที่ พิชัย จาวลา ไปเสพ / หยิบยก มานั้น มาจากแหล่งดังนี้

ข้อมูลสาย VI มาจาก Facebook / Youtube / ... / Social Media เว็ปต่างๆ / หรือแม้แต่ คนรอบตัวในชีวิตจริงของเขา
(เพราะเขาชอบอ้างว่า ไปนำข้อมุลมาจากแหล่งพวกนี้ประจำ)
ซึ่งข้อมูลตามแหล่งพวกนี้ เป็นเพียง พอร์ตหุ้นไทยของคนส่วนน้อย ไม่ถึง ครึ่งหนึ้งของทั้งหมด 100% ด้วยซ้ำ
ในแง่การเก็บข้อมูลสถิติแล้วนี้ถึง ว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือในการนำมาบอกว่า กราฟ SET จะต้องเป็นไปตามนี้อย่างรุนแรง

ข้อมูลสาย กราฟเทคนิก มาจาก กราฟใน Trading View / Steamming โดยการที่ พิชัย จาวลา จะมโนเอาเองว่า
คนส่วนใหญ่จะต้องมองว่า กราฟ SET จะลงแรง เพราะเหตุผลข้อ 1.6 - 1.10 ตามที่บอกไป
ซึ่งเป็นการมโนเอาเอง ไม่มีทางรู้ได้ว่า คนส่วนใหญ่เขามองแบบนั้นจริงๆกันเกินครึ่งของตลาดหรือไม่
เพราะไม่ได้เห็นวอลุ่มการซื้อขายของทั้งตลาดซะหน่อย
แถมยังไม่นับรวม เรื่อง ที่สายเทคนิกเหมือนกันแต่สามารถมอง ข้อ 1.6 - 1.10 ต่างกันได้อีก

หรือ
จำนวนเงินไหล่เข้าออกไทยจากโบรคเกอร์ ก็ไปหยิบของที่โบรกหุ้นวิเคราะห์แล้วมาใช้งาน
ก็มีโอกาสที่จะโดนโบรกเตรียมกับเจ้ามือปลอมข้อมูลได้บางส่วนอยู่ดี

3. (จากข้อ 1-2) ทฤษฏีผลประโยชน์ จึงมี Bias สูงมากจากการวิเคราะห์ลักษณะนี้ ทั้งวิเคราะห์จาก VI+เทคนิก
มีโอกาสคลาดเคลื่อนจากค่าสถิติที่ถูกต้องจริงๆ สูงมาก
เพราะวิเคราะห์แล้วมโนแทนคนส่วนใหญ่ แบบนี้ ไม่ต่างจากการ มโน แทนคนส่วนใหญ่เอาเอง

นั้นจึงเป็นเหตุผลว่า ไม่มีใครสามารถใช้ ทฤษฏีผลประโยชน์ เพียงอย่างเดียว ในการเทรดได้จริงๆ
สุดท้ายคุณเชื่อไหมว่า คุณต้องใช้ ปัจจัย สาย VI หรือ สาย เทคนิก เป็นหลัก แล้วสามารถอยู่รอด ทำกำไรจากตลาดหุ้นไทย ได้อย่างยั่งยืนอยู่ดี
ไม่ใช่ การวิเคราะห์ทฤษฏีผลประโยชน์ สุดมโน เพียงอย่างเดียว แล้วจะทำกำไรจากตลาดหุ้นไทยได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

ทั้งหมดที่กล่าวมาจึงทำให้ ทฤษฏีผลประโยชน์ เป็นการวิะคราห์ที่ เลือนลอย "จับต้องไม่ได้ในการใช้งานจริงเลย"
ผมจึงไม่แนะนำให้ใครเอา ทฤษฏีผลประโยชน์ ไปใช้งานจริงเพียงอย่างเดียวโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของพอร์ตทุกคนด้วย

*************************************************************************************************************************************

Part B : วิจารณ์ตัว พิชัย จาวลา และการพูดออกสื่อ รวมทั้งพฤติกรรมของเขา ในการเผยแพร่ ทฤษฏีผลประโยชน์ มาเกิน 10 ปี

เกรินก่อนว่า พิชัย จาวลา ได้มีการเผยแพร่และโม้ถึงความทรงพลังของ ทฤษฏีผลประโยชน์ ออกสื่อมาเกิน 10 ปีแล้ว
แถมยังโม้ว่า ตนเอง รวยจากการทำ อสังหา + เทรดหุ้นไทย ด้วยทฤษฏีผลประโยชน์ มาก่อนหน้าที่จะเผยแพร่แล้ว
และเขาบอกว่า มาเผยแพร่ ทฤษฏีผลประโยชน์ เพราะอยากช่วยเหลือ เม่ารายย่อยคนไทย ให้มากที่สุด

1. ตั้งแต่ พิชัย จาวลา เผยแพร่ ทฤษฏีผลประโยชน์ ออกสื่อ มาเกิน 10 ปี จนถึงปัจจุบัน
เราจะแทบไม่เคยเห็นเขา โชว์ พอร์ตหุ้น ของเขาเลยซักครั้ง ว่า ได้กำไรหุ้นตัวไหน กี่ % บ้าง ได้ Buy ที่ราคา เท่าไหร่บ้าง
มีแต่โม้ถึงว่า ทรงพลัง และวิเคราะห์ตลาดด้วย ทฤษฏีผลประโยชน์ ให้ทุกคนฟัง
ซึ่งนี้เป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะเท่ากับ เขาไม่มีหลักฐาน ว่า ตัวเขาเอง ได้กำไรจาก ทฤษฏีผลประโยชน์ จริงๆ
ถ้าตัวเจ้าของ ทฤษฏีผลประโยชน์ ยังไม่มีผลงานการเทรดโชว์ให้เห็นชัดเจนออกสื่อ
แล้วจะพิสูจน์ได้ยังไงว่า ทฤษฏีผลประโยชน์ มันนำไปเทรดได้เทพจริง ?

2. เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา อยู่ๆ
พิชัย จาวลา ก็เปิดขายคอร์ส ทฤษฏีผลประโยชน์ หัวละเกือบ 30000 บาท/หัว ขึ้นมา

https://www.facebook.com/SuperTraderRepublic/photos/a.1708057572782268/3340026819585327/?paipv=0&eav=AfavgV5FCTLTWLACdU7_a8CP5DnO6naQIGoConiGbxff7C3OGVYiLdTK5guV02KA-04&_rdr

คนรวยจาก การทำอสังหา + เทรดหุ้น จริง จะมาขายคอร์สราคาแพงขนาดนี้หรอคับ
แถมเขายังเคยบอกอีกว่า อยากมาเผยแพร่ ทฤษฏีผลประโยชน์ เพราะอยากช่วยเหลือ เม่ารายย่อยคนไทย ให้มากที่สุด

มันจึงย้อนแย้งกับสิ่งที่เขาพูดมาตลอดอย่างมาก

นั้นทำให้เกิดข้อสงสัยใน ทฤษฏีผลประโยชน์ ไปด้วยว่า ใช้งานกับการเทรดจริงได้ดีไหม
เพราะขนาดตัวเจ้าของทฤษฏี ปัจจุบันยังมาขายคอร์สเล
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่