3️⃣ ขั้นตอนสู่ผิวกระจ่างใส ✨
จัดการฝ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
⚫️ ฝ้า (Melasma) เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ทำงานมากเกินไป
มักพบฝ้าบ่อยๆที่บริเวณโหนกแก้ม ส่วนตำแหน่งอื่นๆที่พบฝ้าได้ เช่น หน้าผาก แนวกรามและเหนือริมฝีปาก
พบในบ่อยในช่วงอายุ 30-40 ปี ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ขาย
สาเหตุของฝ้า ยังไม่ทราบแน่ชัด
ในปัจุบันพบว่า ฝ้ามักเกิดจากหลายๆสาเหตุร่วมกัน ได้แก่
☀️😎 แสงแดด: รังสี UV, Visible light, Infrared จากแสงแดดสามารถกระตุ้นการผลิตเมลานินในผิวหนัง ทำให้เกิดฝ้า
🤰🩸ฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์, การใช้ยาคุมกำเนิด อาจเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า
🧬🧬 พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นฝ้ามักมีโอกาสเกิดภาวะนี้สูงกว่า
💊 💊 ยา: ยาบางชนิดที่ให้สีผิวคล้ำขึ้น เช่น ยาคุมกำเนิด ยากันชัก ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดด
♥️ ♥️♥️
หลักการรักษาฝ้า มี 3 ข้อ ได้แก่ ♥️ ♥️♥️
1. ลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี Melanocyte
2. กำจัดเม็ดสีเมลานินส่วนเกิน ข้อนี้เป็นการรักษาเสริมควบคู่ไปกับข้อแรก
3. ดูแลป้องกันไม่ให้ฝ้าที่จางแล้วกลับมาเข้มขึ้นอีก
วิธีรักษาฝ้าแบ่งตามกลไกการรักษา 3 ข้อ
1️⃣ ลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี Melanocyte ข้อนี้สำคัญที่สุด
- การใช้ยาทาเพื่อช่วยให้ฝ้าจางลง คือการรักษาหลักที่เป็นมาตรฐานของการรักษาฝ้า
ยาทามีหลายชนิด เช่น Hydroquinone, Azelaic acid, Tretinoin, Triple combination
ยากลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมกับผิวของแต่ละคน ยาบางตัวไม่สามารถทาต่อเนื่องนานๆได้ แพทย์จะคอยช่วยสลับปรับยาให้เรื่อยๆ เพื่อให้ฝ้าจางได้มากและเกิดผลข้างเคียงน้อย
- การใช้ยารับประทาน เช่นยา Transamin ในระยะสั้นๆ เพื่อช่วยให้ฝ้าจางลง แต่ควรให้แพทย์แนะนำเท่านั้น การซื้อยากินเอง อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่า เช่น เสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
2️⃣ กำจัดเม็ดสีเมลานินส่วนเกิน ข้อนี้เป็นการรักษาเสริมควบคู่ไปกับข้อแรก
- การทำเลเซอร์: เพื่อให้เม็ดสีเมลานินแตกตัวได้เร็วขึ้น ช่วยทำให้สีของฝ้าจางลงได้
แต่มีข้อควรระวัง คือไม่ควรทำเลเซอร์รุนแรงหรือทำบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ฝ้าเข้มขึ้นได้
- การผลัดเซลล์ผิวหรือลอกฝ้าด้วยกรด TCA หรือ กรด AHA: ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ จำเป็นต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น
3️⃣ ป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นอีก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะฝ้ามักเกิดจากหลายสาเหตุทำให้มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้มาก
- ใช้ครีมกันแดดที่มีคุณภาพ: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีการป้องกัน UVA/UVB และ Visible light
ทาด้วยปริมาณที่เยอะมากพอ เช่น ทาทั่วหน้าใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วมือ (2FTU) หรือ ประมาณเหรียญสิบบาท 2 เหรียญ
- หลีกเลี่ยงแสงแดด**: พยายามหลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาที่มีแสงแดดจัด โดยเฉพาะช่วง 10.00-15.00น.
ถ้าจำเป็นต้องออกแดด ควรสวมหมวกปีกกว้าง 7.5 cm และใช้ร่มหรือสวมเสื้อผ้าที่กันรังสียูวีได้
- ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตราย เช่น ปรอท ตะกั่ว สารเร่งผิวขาว
จัดการฝ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย 3 ขั้นตอนสู่ผิวกระจ่างใส ✨
3️⃣ ขั้นตอนสู่ผิวกระจ่างใส ✨
จัดการฝ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
⚫️ ฝ้า (Melasma) เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ทำงานมากเกินไป
มักพบฝ้าบ่อยๆที่บริเวณโหนกแก้ม ส่วนตำแหน่งอื่นๆที่พบฝ้าได้ เช่น หน้าผาก แนวกรามและเหนือริมฝีปาก
พบในบ่อยในช่วงอายุ 30-40 ปี ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ขาย
สาเหตุของฝ้า ยังไม่ทราบแน่ชัด
ในปัจุบันพบว่า ฝ้ามักเกิดจากหลายๆสาเหตุร่วมกัน ได้แก่
☀️😎 แสงแดด: รังสี UV, Visible light, Infrared จากแสงแดดสามารถกระตุ้นการผลิตเมลานินในผิวหนัง ทำให้เกิดฝ้า
🤰🩸ฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์, การใช้ยาคุมกำเนิด อาจเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า
🧬🧬 พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นฝ้ามักมีโอกาสเกิดภาวะนี้สูงกว่า
💊 💊 ยา: ยาบางชนิดที่ให้สีผิวคล้ำขึ้น เช่น ยาคุมกำเนิด ยากันชัก ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดด
♥️ ♥️♥️ หลักการรักษาฝ้า มี 3 ข้อ ได้แก่ ♥️ ♥️♥️
1. ลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี Melanocyte
2. กำจัดเม็ดสีเมลานินส่วนเกิน ข้อนี้เป็นการรักษาเสริมควบคู่ไปกับข้อแรก
3. ดูแลป้องกันไม่ให้ฝ้าที่จางแล้วกลับมาเข้มขึ้นอีก
วิธีรักษาฝ้าแบ่งตามกลไกการรักษา 3 ข้อ
1️⃣ ลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี Melanocyte ข้อนี้สำคัญที่สุด
- การใช้ยาทาเพื่อช่วยให้ฝ้าจางลง คือการรักษาหลักที่เป็นมาตรฐานของการรักษาฝ้า
ยาทามีหลายชนิด เช่น Hydroquinone, Azelaic acid, Tretinoin, Triple combination
ยากลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมกับผิวของแต่ละคน ยาบางตัวไม่สามารถทาต่อเนื่องนานๆได้ แพทย์จะคอยช่วยสลับปรับยาให้เรื่อยๆ เพื่อให้ฝ้าจางได้มากและเกิดผลข้างเคียงน้อย
- การใช้ยารับประทาน เช่นยา Transamin ในระยะสั้นๆ เพื่อช่วยให้ฝ้าจางลง แต่ควรให้แพทย์แนะนำเท่านั้น การซื้อยากินเอง อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่า เช่น เสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
2️⃣ กำจัดเม็ดสีเมลานินส่วนเกิน ข้อนี้เป็นการรักษาเสริมควบคู่ไปกับข้อแรก
- การทำเลเซอร์: เพื่อให้เม็ดสีเมลานินแตกตัวได้เร็วขึ้น ช่วยทำให้สีของฝ้าจางลงได้
แต่มีข้อควรระวัง คือไม่ควรทำเลเซอร์รุนแรงหรือทำบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ฝ้าเข้มขึ้นได้
- การผลัดเซลล์ผิวหรือลอกฝ้าด้วยกรด TCA หรือ กรด AHA: ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ จำเป็นต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น
3️⃣ ป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นอีก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะฝ้ามักเกิดจากหลายสาเหตุทำให้มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้มาก
- ใช้ครีมกันแดดที่มีคุณภาพ: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีการป้องกัน UVA/UVB และ Visible light
ทาด้วยปริมาณที่เยอะมากพอ เช่น ทาทั่วหน้าใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วมือ (2FTU) หรือ ประมาณเหรียญสิบบาท 2 เหรียญ
- หลีกเลี่ยงแสงแดด**: พยายามหลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาที่มีแสงแดดจัด โดยเฉพาะช่วง 10.00-15.00น.
ถ้าจำเป็นต้องออกแดด ควรสวมหมวกปีกกว้าง 7.5 cm และใช้ร่มหรือสวมเสื้อผ้าที่กันรังสียูวีได้
- ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตราย เช่น ปรอท ตะกั่ว สารเร่งผิวขาว