เราเป็นคนที่วางแผนชีวิตในระยะยาว อีกสามปีอายุจะย่างเข้า50 ปัจจุบันไม่มีเพื่อนเลยค่ะ เพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกัน สุดท้ายเราก็ตัดสินใจที่จะเดินออกมา เพื่อนกลุ่มหนึ่งจะเป็นกลุ่มที่เหมือนเค้าไม่ชอบที่เห็นเราได้ดีกว่า อีกกลุ่มหนึ่งก็จะเป็นกลุ่มที่เวลาไม่มีแล้วส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ พอเราช่วยเสร็จก็หายจากไป ประเภทที่ขอยืมสุดท้ายแล้วก็ไม่เคยได้คืน
เร าพยายามเป็นผู้อุปถัมภ์ให้เด็กยากจน แต่เด็กที่เราอุปถัมภ์เค้าไม่ได้กระตือรือร้นที่จะอ่านข้อความหรือว่าตอบกลับมาเวลาที่เราส่งข้อความไป ทั้งทั้งที่เวลาเด็กมีปัญหาเราใช้เวลาในการหาข้อมูลเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับเด็ก อดหลับอดนอนที่จะติดต่อแก้ปัญหาให้เพราะว่าเวลาในประเทศที่เราอาศัยอยู่ไม่ได้ตรงกันกับเวลาในไทย ส่งเงินให้เด็กทุกเดือน ต้องบอกว่าส่งให้เกือบทุกอาทิตย์
ความจริงแล้วเราตั้งใจไว้ว่าเด็กที่เราอุปถัมภ์ เราอยากรู้จักและดูแลกันไปจนแก่เฒ่า ถ้าเด็กเค้าดีมีความกตัญญูเรากะว่าพอแก่ตัวมากแล้วทรัพย์สินที่มีอยู่ก็จะยกให้ แต่ปรากฏว่าเด็กแต่ละคนที่เราช่วยจะเป็นไปในทางที่เรารู้สึกว่าคงฝากฝังอะไรไม่ได้
ณ ปัจจุบันเรามีสามีที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด แต่เราก็คิดเผื่อไว้ถ้าเกิดว่าวันไหนสามีเราจากไปก่อน เราจะมีแค่ญาติคนเดียวที่ยังติดต่อกันบ้าง ซึ่งญาติเราเองอายุน้อยกว่าเราไปเจ็ดปี ญาติเราเคยบอกว่าถ้าแก่ตัวมาอยู่ด้วยกัน พอแก่ตัวมากๆแล้วไปอยู่บ้านพักคนชรา แต่เรามีความรู้สึกอยากอยู่บ้านสวนปลูกผักปลูกไม้กินเอง บ้านพักคนชราขอเป็นทางเลือกสุดท้าย คือเราสามารถที่จะบ้านสวนกับญาติได้แต่ด้วยความที่อายุเราห่างกันแค่เจ็ดปีเอง แล้วในอนาคตข้างหน้าเราไม่รู้ว่าใครจะสุขภาพดีกว่ากัน เพราะเรายังออกกำลังตามปกติ ร่างกายเราแข็งแรงแต่เราไม่รู้ว่าญาติเราออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่ได้ถึงกับสนิทกันมาก
แต่เรารู้อย่างหนึ่งว่านิสัยญาติเราเป็นคนที่ไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร เขาก็มีศักดิ์ศรีของเขา ก็เลยทำให้ก็เลยทำให้รู้สึกว่าถ้าอยู่กับญาติ เค้าไม่ได้คิดที่จะมาเอาของเรา แต่ถ้าเรามีใครที่อายุน้อยกว่า ไปมาหาสู่หรือว่ามาอยู่ด้วยคงจะดี
ถ้าวันไหนที่เราเกษียณแล้ว เราคำนวณเงินรีไทร์ เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยได้อย่างสบายๆ ทุกวันนี้เรายังส่งเงินประกันสังคมที่ไทยและตั้งใจจะส่งไปจนแก่ตาย ณปัจจุบัน ระบบประกันสุขภาพของเอกชนที่ไทยเค้าจำกัดระบบประกันสุขภาพของเอกชนเค้ายังจำกัดอายุ ถ้าอายุมากเกินเค้าก็ไม่รับ
ถ้าวันไหนที่เราเสียชีวิตไปแล้วเงินรีไทร์เราจะค้างอยู่มากพอที่จะทำให้ คนที่ยังมีชีวิตอยู่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบาย แต่เราไม่รู้ว่าจะหาคนคนนั้นได้ไหม
เรารู้ตัวเองว่าเป็นคนที่ไม่มีโชคกับคน บางทีก็ถามตัวเองว่าเรามีอะไรที่ผิดปกติไปกว่าคนอื่นหรือเปล่า ทำไม่ถึงไม่มีคนที่ เห็นความดีของเราบ้าง และอยากเป็นเพื่อนกับเราอย่างจริงใจ บางมีแค่อยากมีเพื่อนที่ถาม สารทุกข์สุกดิบ ช่วยเหลือกันตามอัตภาพ ไม่ใช่เพื่อนที่ไม่ชอบเห็นเราได้ดีกว่า หรือเพื่อนที่ขอความช่วยเหลืออยู่ฝ่ายเดียว
ปล. เราอาจจะเขียนไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเด็กที่เราอุปการะ เราไม่ได้คาดหวังให้เด็กมันเลี้ยงดู หรือดูแลตอนแก่ แต่เรามีความหวังว่าถ้าเกิดว่าเด็กเป็นคนที่เราไว้วางใจได้ ถ้าตอนนั้นความจำเราไม่ดี เรามีเงินเก็บเพียงพอที่จะจ้างพยาบาล แต่ถ้าตอนนนั้นความจำไม่ดีถึงมีเงินก็จะลำบากถ้าไม่มีคนที่เราไม่ใจช่วยจัดการตัดสินใจแทนเรา
อ่านคำแนะนำ ข้อคิด ของแต่ละคนแล้วตอนนี้ก็คือจะใช้ชีวิตให้มีความสุข ถ้าถึงตอนนั้นไม่เจอใครจริงๆ ก็จะเลือกไปบ้านพักคนชรา ยังอีกยาวไกล 20 ปีข้างหน้า
ไม่มีเพื่อแท้ ไม่มีลูก
เร าพยายามเป็นผู้อุปถัมภ์ให้เด็กยากจน แต่เด็กที่เราอุปถัมภ์เค้าไม่ได้กระตือรือร้นที่จะอ่านข้อความหรือว่าตอบกลับมาเวลาที่เราส่งข้อความไป ทั้งทั้งที่เวลาเด็กมีปัญหาเราใช้เวลาในการหาข้อมูลเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับเด็ก อดหลับอดนอนที่จะติดต่อแก้ปัญหาให้เพราะว่าเวลาในประเทศที่เราอาศัยอยู่ไม่ได้ตรงกันกับเวลาในไทย ส่งเงินให้เด็กทุกเดือน ต้องบอกว่าส่งให้เกือบทุกอาทิตย์
ความจริงแล้วเราตั้งใจไว้ว่าเด็กที่เราอุปถัมภ์ เราอยากรู้จักและดูแลกันไปจนแก่เฒ่า ถ้าเด็กเค้าดีมีความกตัญญูเรากะว่าพอแก่ตัวมากแล้วทรัพย์สินที่มีอยู่ก็จะยกให้ แต่ปรากฏว่าเด็กแต่ละคนที่เราช่วยจะเป็นไปในทางที่เรารู้สึกว่าคงฝากฝังอะไรไม่ได้
ณ ปัจจุบันเรามีสามีที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด แต่เราก็คิดเผื่อไว้ถ้าเกิดว่าวันไหนสามีเราจากไปก่อน เราจะมีแค่ญาติคนเดียวที่ยังติดต่อกันบ้าง ซึ่งญาติเราเองอายุน้อยกว่าเราไปเจ็ดปี ญาติเราเคยบอกว่าถ้าแก่ตัวมาอยู่ด้วยกัน พอแก่ตัวมากๆแล้วไปอยู่บ้านพักคนชรา แต่เรามีความรู้สึกอยากอยู่บ้านสวนปลูกผักปลูกไม้กินเอง บ้านพักคนชราขอเป็นทางเลือกสุดท้าย คือเราสามารถที่จะบ้านสวนกับญาติได้แต่ด้วยความที่อายุเราห่างกันแค่เจ็ดปีเอง แล้วในอนาคตข้างหน้าเราไม่รู้ว่าใครจะสุขภาพดีกว่ากัน เพราะเรายังออกกำลังตามปกติ ร่างกายเราแข็งแรงแต่เราไม่รู้ว่าญาติเราออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่ได้ถึงกับสนิทกันมาก
แต่เรารู้อย่างหนึ่งว่านิสัยญาติเราเป็นคนที่ไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร เขาก็มีศักดิ์ศรีของเขา ก็เลยทำให้ก็เลยทำให้รู้สึกว่าถ้าอยู่กับญาติ เค้าไม่ได้คิดที่จะมาเอาของเรา แต่ถ้าเรามีใครที่อายุน้อยกว่า ไปมาหาสู่หรือว่ามาอยู่ด้วยคงจะดี
ถ้าวันไหนที่เราเกษียณแล้ว เราคำนวณเงินรีไทร์ เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยได้อย่างสบายๆ ทุกวันนี้เรายังส่งเงินประกันสังคมที่ไทยและตั้งใจจะส่งไปจนแก่ตาย ณปัจจุบัน ระบบประกันสุขภาพของเอกชนที่ไทยเค้าจำกัดระบบประกันสุขภาพของเอกชนเค้ายังจำกัดอายุ ถ้าอายุมากเกินเค้าก็ไม่รับ
ถ้าวันไหนที่เราเสียชีวิตไปแล้วเงินรีไทร์เราจะค้างอยู่มากพอที่จะทำให้ คนที่ยังมีชีวิตอยู่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบาย แต่เราไม่รู้ว่าจะหาคนคนนั้นได้ไหม
เรารู้ตัวเองว่าเป็นคนที่ไม่มีโชคกับคน บางทีก็ถามตัวเองว่าเรามีอะไรที่ผิดปกติไปกว่าคนอื่นหรือเปล่า ทำไม่ถึงไม่มีคนที่ เห็นความดีของเราบ้าง และอยากเป็นเพื่อนกับเราอย่างจริงใจ บางมีแค่อยากมีเพื่อนที่ถาม สารทุกข์สุกดิบ ช่วยเหลือกันตามอัตภาพ ไม่ใช่เพื่อนที่ไม่ชอบเห็นเราได้ดีกว่า หรือเพื่อนที่ขอความช่วยเหลืออยู่ฝ่ายเดียว
ปล. เราอาจจะเขียนไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเด็กที่เราอุปการะ เราไม่ได้คาดหวังให้เด็กมันเลี้ยงดู หรือดูแลตอนแก่ แต่เรามีความหวังว่าถ้าเกิดว่าเด็กเป็นคนที่เราไว้วางใจได้ ถ้าตอนนั้นความจำเราไม่ดี เรามีเงินเก็บเพียงพอที่จะจ้างพยาบาล แต่ถ้าตอนนนั้นความจำไม่ดีถึงมีเงินก็จะลำบากถ้าไม่มีคนที่เราไม่ใจช่วยจัดการตัดสินใจแทนเรา
อ่านคำแนะนำ ข้อคิด ของแต่ละคนแล้วตอนนี้ก็คือจะใช้ชีวิตให้มีความสุข ถ้าถึงตอนนั้นไม่เจอใครจริงๆ ก็จะเลือกไปบ้านพักคนชรา ยังอีกยาวไกล 20 ปีข้างหน้า