สภาน.ศ.รามฯ งัดมาสคอตไดโนเสาร์ แถลงจุดยืนปมก้าวไกล ชี้ ‘ยุบพรรคคือสลายเจตจำนงปชช.’
https://www.matichon.co.th/politics/news_4713121
สภา น.ศ. รามฯ งัดมาสคอตไดโนเสาร์ แถลงจุดยืนปมก้าวไกล ชี้ ‘ยุบพรรคคือสลายเจตจำนงปชช.’
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 15.00 น. ที่ ลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และอ่านแถลงการณ์ เรื่อง ‘
ยุบพรรคการเมืองคือการสลายเจตจำนงประชาชน’
ใจความดังนี้
พรรคการเมืองเป็นการรวมตัวกันของประชาชนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน โดยกำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศเพื่อเป็นตัวเลือกให้ประชาชน ในการกำหนดแนวทางพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจะต้องส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ให้เป็นรากฐานที่แข็งแรงในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนจะได้มีทางเลือกที่หลากหลาย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่มีการออกแบบประเทศผ่านรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ที่ให้องค์กรอิสระเข้ามามีส่วนในการทำลายเจตจำนงของประชาชนผ่านการยุบพรรคการเมืองอยู่หลายครั้ง เช่น การยุบพรรคอนาคตใหม่ หรือการตัดสินยุบพรรคก้าวไกลที่กำลังมาถึง โดยมีศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไก ทั้งที่องค์กรเหล่านี้ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนที่มีสิทธิในการเลือกพรรคการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งนี้พรรคการเมืองจะต้องมีกรอบกฎหมายในการบริหาร และต้องมีการกำหนดบทลงโทษถ้าพรรคการเมืองดังกล่าวกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ต้องไม่ใช่การยุบพรรคการเมือง การที่พรรคการเมืองจะดำรงอยู่ได้นั้น ฝ่ายประชาชนจะต้องเป็นผู้ตัดสินตามระบอบประชาธิปไตยเอง
ในนามสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงขอคัดค้านการยุบพรรคการเมือง เพราะการยุบพรรคการเมืองเป็นการบั่นทอนระบอบประชาธิปไตยที่สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นการทำลายเจตจำนงร่วมของประชาชน
แถลงการณ์ดังกล่าว ลงนามโดย นางสาวกัญญารัตน์ บุญรีบส่ง ประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง, นางสาวเมธาวี หนูแก้ว รองประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง คนที่ 1, นายศุกลวัฒน์ ธนาสิริกุลพงศ์ รองประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง คนที่ 2, นางสาวปราณี ใจสุขดี เลขาธิการสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และนายวรเทพ พันธุ์เณร ผู้ตรวจสอบการเงินสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ทั้งนี้ หลังการอ่านแถลงการณ์ดังกล่าว มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยโปรยกระดาษสีขาว มีสัญลักษณ์และเบอร์พรรคก้าวไกล พร้อมมาสคอตชุดไดโนเสาร์ เพื่อแสดงจุดยืนต่อกรณีคดียุบพรรคก้าวไกลที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคมนี้
ชัยธวัช ลุกซัดกลางสภา ยุบพรรคสะท้อนชัด ความพยายามสถาปนา ระบอบอำนาจนิยมแบบไทยๆ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4713364
“ชัยธวัช” ถล่มอำนาจฉ้อฉล ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งครอบงำระบอบประชาธิปไตย ชี้พัฒนาการยุบพรรคน่ากลัวมากขึ้น พยายามสถาปนาระบอบอำนาจนิยม เผด็จการแบบไทยๆ โดยไม่มีปชช.อยู่ในสมการ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องข้อเสนอในการส่งเสริมสถาบันพรรคการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว
โดย นาย
ชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า รายงานกมธ.ฉบับนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อพวกตน ไม่มีผลกระทบต่อชะตาชีวิตพวกตน เป็นเรื่องทุกพรรค และผลประโยชน์ประชาธิปไตยไทย ปัญหาใหญ่คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พยายามออกแบบให้ดูดี ควบคุมให้พรรคการเมือง เป็นสถาบันของประชาชน แต่ไม่บรรลุเจตนารมณ์ เพราะออกแบบจากฐานคิดต่อต้านประชาธิปไตยโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ไม่ไว้วางใจนักการเมือง และอำนาจจากการเลือกตั้ง มองพรรคการเมืองเป็นความเลวร้ายของการเมืองไทย ทุกอย่างจึงกลับตาลปัตรไปหมด เจตนารมณ์ที่อยากให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนไม่เกิดขึ้น กลับเป็นของกลุ่มทุนที่หาประโยชน์ พรรคที่มาจากอุดมการณ์ประชาชนจริงๆเกิดยากมาก
นาย
ชัยธวัช กล่าวว่า ดังนั้น ขอสนับสนุนหลักพรรคเมืองเกิดง่าย ดำรงอยู่ง่าย ยุบยาก ต้องยุบโดยประชาชนเท่านั้น แต่รายงานฉบับนี้ไม่ควรเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การแก้พ.ร.ป.พรรคการเมืองเท่านั้น แต่ควรไปสู่การออกแบบสถาบัน กติกาการเมืองทั้งหมด ที่มีปัญหาจากฐานคิดชุดเดียวกันที่พยายาม ทำให้สังคมไทยเชื่อโดยไม่รู้ตัวว่า ปัญหาการเมืองไทยเกิดจากพรรคการเมือง นักการเมือง อำนาจการเลือกตั้ง แต่ปิดซ่อนเร้นอำนาจฉ้อฉลที่ไม่เคยถูกตรวจสอบจากอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สถานการณ์ปัจจุบันกำลังต่อสู้กับความพยายามสถาปนาระบอบการเมืองที่ทำให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนืออำนาจการเลือกตั้ง นี่คือปัญหาใจกลางสำคัญของรัฐธรรมนูญและพ.ร.ป.พรรคการเมือง รวมถึงความคิดปลูกฝังต่อประชาธิปไตยแบบไม่รู้ตัว โดยโยนความผิดให้พรรคการเมือง
นาย
ชัยธวัช กล่าวว่า ส่วนการยุบพรรคนั้น อยากสื่อสารว่า พัฒนาการยุบพรรคน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การทำลายสถาบันการเมืองของประชาชน แต่ยังเริ่มเห็นอาการยุบพรรคการเมืองที่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสถาปนาระบอบอำนาจนิยม หรือเผด็จการแบบไทยๆ ที่เรียกว่า นิติรัฐแบบไทยๆ แปลกแยกออกจากออกหลักการพื้นฐานจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมากขึ้นทุกวัน เป็นอันตรายที่หลายคนอาจไม่สังเกต แต่ลองไปอ่านดูคำนิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ผ่านมาร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หลวงกว่าการคิดแค่จะแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อให้ระบบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตยจริงๆ เป็นของประชาชน มีความหมายจริงๆ ไม่ใช่มีอยู่ในตัวอักษรเท่านั้น ถูกตีความและบังคับใช้โดยที่ไม่ประชาชนอยู่ในสมการ
กระทั่ง เวลา 17.30 น. หลังจากที่สมาชิกอภิปรายครบถ้วนทุกคนแล้ว นาย
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวว่า จากการอภิปราย ทุกคนเห็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงไม่จำเป็นต้องลงมติ ขอให้ส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
ทุนจีน กระทบวงการรถบรรทุกไทย สหพันธ์จี้รบ.ดูแล จ่อเคลียร์ใจ ‘พีระพันธุ์-สุริยะ’ ดีเซลแพง
https://www.matichon.co.th/economy/news_4713596
สหพันธ์การขนส่ง ขอพบ ‘พีระพันธุ์-สุริยะ’ เคลียร์ใจ ปมดีเซลแพง-ต้นทุนสูง ทวงแผนมาตรการเยียวยา
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประชุมสมาชิกสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา เห็นชอบแต่งตั้ง นาย
ทองอยู่ คงขันธ์ ตำแหน่งประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยคนใหม่ ต่อจาก นาย
อภิชาติ ไพรรุ่งเรือง อดีตประธานสหพันธ์การขนส่งทางบก ที่ครบวาระ โดยนายทองอยู่เริ่มสานต่องานต่างๆ ในสหพันธ์การขนส่งตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม และสานต่อการวางแผนความเคลื่อนไหวของทางสหพันธ์การขนส่ง หลังราคาน้ำมันดีเซลตรึง 33 บาท
นาย
ทองอยู่เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นต้องเร่งสานต่อคือการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 33 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป โดยในที่ประชุมสหพันธ์การขนส่งมีมติ ยังไม่ขึ้นราคาค่าขนส่งเพิ่มจากเดิมที่เคยขึ้น 3-9% ก่อนหน้านี้ และจะยังไม่มีการเคลื่อนไหวของคาราวานม็อบรถบรรทุกเร็วๆ นี้เช่นกัน แต่จะมีการเคาะ 2 แนวทาง ดังนี้
1.สหพันธ์การขนส่งจะขอเข้าพบ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยคาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อหารือรายละเอียดว่าทางกระทรวงพลังงานจะทำอย่างไรต่อไปกับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ โดยเฉพาะการเดินโครงสร้างแก้ไขข้อกฎหมายต่างๆ รวมถึงทางสหพันธ์การขนส่งต้องการไปให้กำลังใจนายพีรพันธุ์ด้วย
2.สหพันธ์การขนส่งเตรียมขอเข้าพบหารือกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหาหาแนวทางร่วมกันว่าทางกระทรวงคมนาคมจะมีแนวทางอย่างไรที่จะช่วยสหพันธ์การขนส่งในการเยียวยากลุ่มรถป้ายทะเบียนสีเหลืองขนส่งสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้นได้บ้าง ซึ่งคาดว่าจะขอเข้าพบกลางเดือนสิงหาคมนี้
นาย
ทองอยู่กล่าวว่า สถานการณ์ของการวิ่งรถบรรทุกของสมาชิกสหพันธ์การขนส่งนั้น ปัจจุบันภาพรวมค่อนข้างซบเซา รถบรรทุกเกือบ 50% ของสมาชิกต้องจอด ด้วยสาเหตุจากผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้น งานจ้างขนส่งลดลง และหลังจากมีการปรับค่าขนส่งขึ้น 3-9% ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายสู้ไม่ไหว ขอยุติการเดินรถ
“
หนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้กิจการรถบรรทุกไทยซบเซาคือ การเข้ามาของพลอตฟอร์มต่างชาติที่เข้ามาตั้งคลังส่งสินค้าเอง เช่น ผู้ประกอบการชาวจีน ที่เปิดกิจการขนส่งอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งนำเข้ารถบรรทุกจากต่างประเทศเข้ามาใช้งานเอง จึงส่งผลทำให้การจ้างผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกในไทยลดน้อยลง” นายทองอยู่กล่าว
นาย
ทองอยู่กล่าวว่า สหพันธ์การขนส่งมองว่าภาครัฐต้องลงมาดูแลส่วนหนึ่ง อย่างมาตรการการเยียวยาสมาชิกรถบรรทุก ซึ่งสหพันธ์จะพยายามทำหนังสือขอเข้าพบผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งของภาครัฐ หารือวิธีการช่วยเยียวยากลุ่มคนรถบรรทุก รวมถึงการนำเข้ารถบรรทุกของทางผู้ประกอบการต่างชาติ ที่ทางสหพันธ์จะนำเรื่องนี้เข้าไปคุยกับทางรัฐบาลเช่นกัน เนื่องจากปัญหาต่างชาติเข้ามาเปิดคลังสินค้าแบบเต็มรูปแบบเยอะเกินไป ค่อนข้างสร้างความเดือนร้อนให้กับกลุ่มคนรถสิบล้อในไทยค่อนข้างมาก และ สมาชิกก็ได้รับผลกระทบ
JJNY : ‘ยุบพรรคคือสลายเจตจำนงปชช.’│ชัยธวัชลุกซัดกลางสภา│ทุนจีน กระทบวงการรถบรรทุกไทย│รัสเซีย-ชาติตะวันตกแลกเปลี่ยนนักโทษ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4713121
สภา น.ศ. รามฯ งัดมาสคอตไดโนเสาร์ แถลงจุดยืนปมก้าวไกล ชี้ ‘ยุบพรรคคือสลายเจตจำนงปชช.’
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 15.00 น. ที่ ลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และอ่านแถลงการณ์ เรื่อง ‘ยุบพรรคการเมืองคือการสลายเจตจำนงประชาชน’
ใจความดังนี้
พรรคการเมืองเป็นการรวมตัวกันของประชาชนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน โดยกำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศเพื่อเป็นตัวเลือกให้ประชาชน ในการกำหนดแนวทางพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจะต้องส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ให้เป็นรากฐานที่แข็งแรงในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนจะได้มีทางเลือกที่หลากหลาย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่มีการออกแบบประเทศผ่านรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ที่ให้องค์กรอิสระเข้ามามีส่วนในการทำลายเจตจำนงของประชาชนผ่านการยุบพรรคการเมืองอยู่หลายครั้ง เช่น การยุบพรรคอนาคตใหม่ หรือการตัดสินยุบพรรคก้าวไกลที่กำลังมาถึง โดยมีศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไก ทั้งที่องค์กรเหล่านี้ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนที่มีสิทธิในการเลือกพรรคการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งนี้พรรคการเมืองจะต้องมีกรอบกฎหมายในการบริหาร และต้องมีการกำหนดบทลงโทษถ้าพรรคการเมืองดังกล่าวกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ต้องไม่ใช่การยุบพรรคการเมือง การที่พรรคการเมืองจะดำรงอยู่ได้นั้น ฝ่ายประชาชนจะต้องเป็นผู้ตัดสินตามระบอบประชาธิปไตยเอง
ในนามสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงขอคัดค้านการยุบพรรคการเมือง เพราะการยุบพรรคการเมืองเป็นการบั่นทอนระบอบประชาธิปไตยที่สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นการทำลายเจตจำนงร่วมของประชาชน
แถลงการณ์ดังกล่าว ลงนามโดย นางสาวกัญญารัตน์ บุญรีบส่ง ประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง, นางสาวเมธาวี หนูแก้ว รองประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง คนที่ 1, นายศุกลวัฒน์ ธนาสิริกุลพงศ์ รองประธานสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง คนที่ 2, นางสาวปราณี ใจสุขดี เลขาธิการสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และนายวรเทพ พันธุ์เณร ผู้ตรวจสอบการเงินสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ทั้งนี้ หลังการอ่านแถลงการณ์ดังกล่าว มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยโปรยกระดาษสีขาว มีสัญลักษณ์และเบอร์พรรคก้าวไกล พร้อมมาสคอตชุดไดโนเสาร์ เพื่อแสดงจุดยืนต่อกรณีคดียุบพรรคก้าวไกลที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคมนี้
ชัยธวัช ลุกซัดกลางสภา ยุบพรรคสะท้อนชัด ความพยายามสถาปนา ระบอบอำนาจนิยมแบบไทยๆ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4713364
“ชัยธวัช” ถล่มอำนาจฉ้อฉล ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งครอบงำระบอบประชาธิปไตย ชี้พัฒนาการยุบพรรคน่ากลัวมากขึ้น พยายามสถาปนาระบอบอำนาจนิยม เผด็จการแบบไทยๆ โดยไม่มีปชช.อยู่ในสมการ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องข้อเสนอในการส่งเสริมสถาบันพรรคการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว
โดย นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า รายงานกมธ.ฉบับนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อพวกตน ไม่มีผลกระทบต่อชะตาชีวิตพวกตน เป็นเรื่องทุกพรรค และผลประโยชน์ประชาธิปไตยไทย ปัญหาใหญ่คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พยายามออกแบบให้ดูดี ควบคุมให้พรรคการเมือง เป็นสถาบันของประชาชน แต่ไม่บรรลุเจตนารมณ์ เพราะออกแบบจากฐานคิดต่อต้านประชาธิปไตยโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ไม่ไว้วางใจนักการเมือง และอำนาจจากการเลือกตั้ง มองพรรคการเมืองเป็นความเลวร้ายของการเมืองไทย ทุกอย่างจึงกลับตาลปัตรไปหมด เจตนารมณ์ที่อยากให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนไม่เกิดขึ้น กลับเป็นของกลุ่มทุนที่หาประโยชน์ พรรคที่มาจากอุดมการณ์ประชาชนจริงๆเกิดยากมาก
นายชัยธวัช กล่าวว่า ดังนั้น ขอสนับสนุนหลักพรรคเมืองเกิดง่าย ดำรงอยู่ง่าย ยุบยาก ต้องยุบโดยประชาชนเท่านั้น แต่รายงานฉบับนี้ไม่ควรเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การแก้พ.ร.ป.พรรคการเมืองเท่านั้น แต่ควรไปสู่การออกแบบสถาบัน กติกาการเมืองทั้งหมด ที่มีปัญหาจากฐานคิดชุดเดียวกันที่พยายาม ทำให้สังคมไทยเชื่อโดยไม่รู้ตัวว่า ปัญหาการเมืองไทยเกิดจากพรรคการเมือง นักการเมือง อำนาจการเลือกตั้ง แต่ปิดซ่อนเร้นอำนาจฉ้อฉลที่ไม่เคยถูกตรวจสอบจากอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สถานการณ์ปัจจุบันกำลังต่อสู้กับความพยายามสถาปนาระบอบการเมืองที่ทำให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนืออำนาจการเลือกตั้ง นี่คือปัญหาใจกลางสำคัญของรัฐธรรมนูญและพ.ร.ป.พรรคการเมือง รวมถึงความคิดปลูกฝังต่อประชาธิปไตยแบบไม่รู้ตัว โดยโยนความผิดให้พรรคการเมือง
นายชัยธวัช กล่าวว่า ส่วนการยุบพรรคนั้น อยากสื่อสารว่า พัฒนาการยุบพรรคน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การทำลายสถาบันการเมืองของประชาชน แต่ยังเริ่มเห็นอาการยุบพรรคการเมืองที่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสถาปนาระบอบอำนาจนิยม หรือเผด็จการแบบไทยๆ ที่เรียกว่า นิติรัฐแบบไทยๆ แปลกแยกออกจากออกหลักการพื้นฐานจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมากขึ้นทุกวัน เป็นอันตรายที่หลายคนอาจไม่สังเกต แต่ลองไปอ่านดูคำนิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ผ่านมาร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หลวงกว่าการคิดแค่จะแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อให้ระบบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตยจริงๆ เป็นของประชาชน มีความหมายจริงๆ ไม่ใช่มีอยู่ในตัวอักษรเท่านั้น ถูกตีความและบังคับใช้โดยที่ไม่ประชาชนอยู่ในสมการ
กระทั่ง เวลา 17.30 น. หลังจากที่สมาชิกอภิปรายครบถ้วนทุกคนแล้ว นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวว่า จากการอภิปราย ทุกคนเห็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงไม่จำเป็นต้องลงมติ ขอให้ส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
ทุนจีน กระทบวงการรถบรรทุกไทย สหพันธ์จี้รบ.ดูแล จ่อเคลียร์ใจ ‘พีระพันธุ์-สุริยะ’ ดีเซลแพง
https://www.matichon.co.th/economy/news_4713596
สหพันธ์การขนส่ง ขอพบ ‘พีระพันธุ์-สุริยะ’ เคลียร์ใจ ปมดีเซลแพง-ต้นทุนสูง ทวงแผนมาตรการเยียวยา
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประชุมสมาชิกสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา เห็นชอบแต่งตั้ง นายทองอยู่ คงขันธ์ ตำแหน่งประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยคนใหม่ ต่อจาก นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง อดีตประธานสหพันธ์การขนส่งทางบก ที่ครบวาระ โดยนายทองอยู่เริ่มสานต่องานต่างๆ ในสหพันธ์การขนส่งตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม และสานต่อการวางแผนความเคลื่อนไหวของทางสหพันธ์การขนส่ง หลังราคาน้ำมันดีเซลตรึง 33 บาท
นายทองอยู่เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นต้องเร่งสานต่อคือการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 33 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป โดยในที่ประชุมสหพันธ์การขนส่งมีมติ ยังไม่ขึ้นราคาค่าขนส่งเพิ่มจากเดิมที่เคยขึ้น 3-9% ก่อนหน้านี้ และจะยังไม่มีการเคลื่อนไหวของคาราวานม็อบรถบรรทุกเร็วๆ นี้เช่นกัน แต่จะมีการเคาะ 2 แนวทาง ดังนี้
1.สหพันธ์การขนส่งจะขอเข้าพบ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยคาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อหารือรายละเอียดว่าทางกระทรวงพลังงานจะทำอย่างไรต่อไปกับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ โดยเฉพาะการเดินโครงสร้างแก้ไขข้อกฎหมายต่างๆ รวมถึงทางสหพันธ์การขนส่งต้องการไปให้กำลังใจนายพีรพันธุ์ด้วย
2.สหพันธ์การขนส่งเตรียมขอเข้าพบหารือกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหาหาแนวทางร่วมกันว่าทางกระทรวงคมนาคมจะมีแนวทางอย่างไรที่จะช่วยสหพันธ์การขนส่งในการเยียวยากลุ่มรถป้ายทะเบียนสีเหลืองขนส่งสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้นได้บ้าง ซึ่งคาดว่าจะขอเข้าพบกลางเดือนสิงหาคมนี้
นายทองอยู่กล่าวว่า สถานการณ์ของการวิ่งรถบรรทุกของสมาชิกสหพันธ์การขนส่งนั้น ปัจจุบันภาพรวมค่อนข้างซบเซา รถบรรทุกเกือบ 50% ของสมาชิกต้องจอด ด้วยสาเหตุจากผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้น งานจ้างขนส่งลดลง และหลังจากมีการปรับค่าขนส่งขึ้น 3-9% ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายสู้ไม่ไหว ขอยุติการเดินรถ
“หนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้กิจการรถบรรทุกไทยซบเซาคือ การเข้ามาของพลอตฟอร์มต่างชาติที่เข้ามาตั้งคลังส่งสินค้าเอง เช่น ผู้ประกอบการชาวจีน ที่เปิดกิจการขนส่งอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งนำเข้ารถบรรทุกจากต่างประเทศเข้ามาใช้งานเอง จึงส่งผลทำให้การจ้างผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกในไทยลดน้อยลง” นายทองอยู่กล่าว
นายทองอยู่กล่าวว่า สหพันธ์การขนส่งมองว่าภาครัฐต้องลงมาดูแลส่วนหนึ่ง อย่างมาตรการการเยียวยาสมาชิกรถบรรทุก ซึ่งสหพันธ์จะพยายามทำหนังสือขอเข้าพบผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งของภาครัฐ หารือวิธีการช่วยเยียวยากลุ่มคนรถบรรทุก รวมถึงการนำเข้ารถบรรทุกของทางผู้ประกอบการต่างชาติ ที่ทางสหพันธ์จะนำเรื่องนี้เข้าไปคุยกับทางรัฐบาลเช่นกัน เนื่องจากปัญหาต่างชาติเข้ามาเปิดคลังสินค้าแบบเต็มรูปแบบเยอะเกินไป ค่อนข้างสร้างความเดือนร้อนให้กับกลุ่มคนรถสิบล้อในไทยค่อนข้างมาก และ สมาชิกก็ได้รับผลกระทบ