คือ ผมเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ไร้ห้นทางแล้วจริงๆนะผมมีปัญหาอย่างหนึ่งคือไม่กล้าปรึกษาคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว ญาติ ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อน
เพราะผมเกลียด " ครอบครัว " ตัวเองทุกคนจะว่า ว่าผมเป็นลูกเนรคุณก็ได้แต่ช่วยฟังผมหน่อย ครอบครัวผมมี พ่อ แม่ พี่ชายคนโตกับพี่ชายคนกลางและ ผมที่เป็นลูกสาวคนสุดท้องทุกคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมใช้คำแทนตัวเองว่าผมคือผมอยากแปลงเพศตัวเองเป็นผู้ชาย แต่ไม่ได้เป็นทอม ชอบผู้ชายนั้นแหละ และอยากเป็นผู้ชายด้วย โอเครมาต่อกัน คนส่วนใหญ่คงคิดว่าครอบครัวผมคงเป็นครอบครัวสุขสันต์สุดๆ จริงๆไม่ใช่เลย เพราะ
แม่เป็นคนที่ " เห็นแก่ตัวสุดๆ " แม่ไม่เคยถามผมเลยว่าผมอยากได้หรือไม่อยากได้ เขารู้ว่าผมเกลียดสีชมพู ไม่ชอบใส่กางเกงยีนส์ ไม่ชอบการมัดผม หรือ ไม่ชอบใส่กระโปรง และรู้ว่าผมเกลียดการบุกรุกความเป็นส่วนตัว แต่เขาทำทุกอย่าง เขาเป็นคนที่ถ้าตัวเขาว่าดีทุกคนต้องดีตาม แต่ผมโครตจะเกลียดเลย และถ้าผมทำอะไรขัดใจเขา เขาจะขึ้นเสียงใส่เลย มันมีวันหนึ่ง คือผมรักการเขียนนิยายใส่กระดาษสมุดและวาดรูปมาก อยู่ๆวันนั้นผมไม่อยู่บ้าน เขาเข้าไปหยิบสมุดที่มีนิยายที่ผมแต่งในนั้นไปฉีกจนเละเทะแล้วเขาทำเป็นไม่สนใจด้วยเขาพูดแค่ว่า " นึกว่าสมุดไม่ได้ใช้ " ในหัวผมโคตรขึ้นเลยมันจะไม่ใช้ได้ไงบนโต๊ะทำงานในห้องผม แต่ผมก็ไม่ได้พูดออกไปนอกจากกลับไปนอนร้องไห้ในห้อง ตอนป.4 ผมจัดงานวัดเกิดคนเดียว เพราะเขาบอกว่า มันไม่สำคัญ พอป.5 พี่คนกลางซื้อเค้กมาให้แต่เป็นเค้กช็อกโกแลตที่มีสตอเบอรี่ตกแต่งอยู่แน่นอน เพราะผมไม่กินสตอเบอรี่ แต่แม่อะชอบมากๆ ตอนป.6 แม่บอกของขวัญอยากได้อะไรเดี๋ยวซื้อให้ ผมบอกไป อยากได้นิยาย เขาบอกว่า " จะเอาไปทำไมนิยาย ซื้ออย่างอื่นดีกว่าเดี๋ยวพาไปซื้อรองเท้า "
ใช่ของขวัญวันเกิดที่ไม่ได้ตามใจเจ้าของทั้งที่ให้เลือกเอง
พอ จะจบป.6 ผมสอบติดโรงเรียนกีฬาที่กำแพงเพชรแห่งหนึ่ง เเล้วผมจะได้เข้าอยู่แล้ว
แต่พี่คนโตผม จะให้แม่ขึ้นไปอยู่สมุทรปราการด้วย ใช่ แล้วผมต้องขึ้นไปทั้งที่สอบติด นักกีฬาเปตองที่สาม
ตอนนั้นโคตรเสียใจแต่ผมก็ทำเหมือนเดิมทุกครั้งฝืนยิ้ม ตอนผมสอบติดร.รที่สมุทรปราการที่หนึ่งผมไม่ได้ดีใจเลยเพราะหมดทุกอย่างกับชีวิตใช่
ผมเกลียด ครอบครัวตัวเอง อันดับ1คือ แม่ อันดับ2 คือ พี่คนโต 3 พี่คนกลาง 4พ่อ
แล้วต้องมาอยู่ กับพี่คนโตที่โคตร " เอาแต่ใจ " พี่คนโต ผม เป็น คนที่ทำให้ผมเสียโอกาสการเรียนและชีวิตมาเยอะมาก ตอนเด็กผมควรได้เรียนในเมืองตอนนั้นกำลังดีเลย แต่พี่คนโตผมติดยา จนต้องกลับไป บ้านนอก พอ ติดกีฬา ก็ลากผมขึ้นไปสมุทรปราการ เอาจริงนะ สำหรับเด็กม.1 คนหนึ่งมันเยอะไปไหม
ตั้งแต่ป.4 ผมเป็นคนติดโลกโซเชียลมากจนทำช่องขึ้นมา แต่แม่ก็เอามือถือเครื่องเก่าทิ้งแล้วให้เครื่องใหม่มาแน่นอนผมไม่พอใจหรอกเพราะข้อมูลหายไปหมดแม้กระทั่งเพื่อน
ป.5 เบื่อทุกสิ่งแต่สร้างช่องใหม่ขึ้นมา
โดนเพื่อนนินทาทุกวันเพราะผมเป็นคนไม่เข้าสังคม บ้างครั้งเหนื่อยจนเกือบวู่มเลย
ป.6 เจอครูเเย่ๆ เขาไม่เคยสอนอะไรเลยเด็กมีปัญหากันก็ปล่อยไป ผมในตอนนั้นเกือบยอมแพ้กลับการมีชีวิตไปแล้วจนบอกกลับตัวเองว่า " อีกแค่ปีเดียวก็มีชีวิตใหม่แล้ว " ใช่แน่นอนมันไปใช่ อีกปีมาไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยแม้กระทั่งความรู้สึกที่ตอนเเรกก็แย่อยู่แล้วจนแย่ยิ่งกว่าเดิม ทุกวันถ้าไม่คิดเรื่อง ฆ.ต.ต ก็คิดว่า จะหายไปยังไงดี ที่เล่ามาคือคร่าวๆนะครับผมแค่อยากถามว่าควรเพิ่มพลังยังไงดีเพราะผมไม่มีที่เพิ่งสักคนเลย หรือมันเป็นเรื่องปกติ ของเด็ก ม.1 ที่ต้องเจอหรอครับ
ถ้าเหนื่อยจนไม่รู้จะไปต่อแล้วทำไงดี?
เพราะผมเกลียด " ครอบครัว " ตัวเองทุกคนจะว่า ว่าผมเป็นลูกเนรคุณก็ได้แต่ช่วยฟังผมหน่อย ครอบครัวผมมี พ่อ แม่ พี่ชายคนโตกับพี่ชายคนกลางและ ผมที่เป็นลูกสาวคนสุดท้องทุกคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมใช้คำแทนตัวเองว่าผมคือผมอยากแปลงเพศตัวเองเป็นผู้ชาย แต่ไม่ได้เป็นทอม ชอบผู้ชายนั้นแหละ และอยากเป็นผู้ชายด้วย โอเครมาต่อกัน คนส่วนใหญ่คงคิดว่าครอบครัวผมคงเป็นครอบครัวสุขสันต์สุดๆ จริงๆไม่ใช่เลย เพราะ
แม่เป็นคนที่ " เห็นแก่ตัวสุดๆ " แม่ไม่เคยถามผมเลยว่าผมอยากได้หรือไม่อยากได้ เขารู้ว่าผมเกลียดสีชมพู ไม่ชอบใส่กางเกงยีนส์ ไม่ชอบการมัดผม หรือ ไม่ชอบใส่กระโปรง และรู้ว่าผมเกลียดการบุกรุกความเป็นส่วนตัว แต่เขาทำทุกอย่าง เขาเป็นคนที่ถ้าตัวเขาว่าดีทุกคนต้องดีตาม แต่ผมโครตจะเกลียดเลย และถ้าผมทำอะไรขัดใจเขา เขาจะขึ้นเสียงใส่เลย มันมีวันหนึ่ง คือผมรักการเขียนนิยายใส่กระดาษสมุดและวาดรูปมาก อยู่ๆวันนั้นผมไม่อยู่บ้าน เขาเข้าไปหยิบสมุดที่มีนิยายที่ผมแต่งในนั้นไปฉีกจนเละเทะแล้วเขาทำเป็นไม่สนใจด้วยเขาพูดแค่ว่า " นึกว่าสมุดไม่ได้ใช้ " ในหัวผมโคตรขึ้นเลยมันจะไม่ใช้ได้ไงบนโต๊ะทำงานในห้องผม แต่ผมก็ไม่ได้พูดออกไปนอกจากกลับไปนอนร้องไห้ในห้อง ตอนป.4 ผมจัดงานวัดเกิดคนเดียว เพราะเขาบอกว่า มันไม่สำคัญ พอป.5 พี่คนกลางซื้อเค้กมาให้แต่เป็นเค้กช็อกโกแลตที่มีสตอเบอรี่ตกแต่งอยู่แน่นอน เพราะผมไม่กินสตอเบอรี่ แต่แม่อะชอบมากๆ ตอนป.6 แม่บอกของขวัญอยากได้อะไรเดี๋ยวซื้อให้ ผมบอกไป อยากได้นิยาย เขาบอกว่า " จะเอาไปทำไมนิยาย ซื้ออย่างอื่นดีกว่าเดี๋ยวพาไปซื้อรองเท้า "
ใช่ของขวัญวันเกิดที่ไม่ได้ตามใจเจ้าของทั้งที่ให้เลือกเอง
พอ จะจบป.6 ผมสอบติดโรงเรียนกีฬาที่กำแพงเพชรแห่งหนึ่ง เเล้วผมจะได้เข้าอยู่แล้ว
แต่พี่คนโตผม จะให้แม่ขึ้นไปอยู่สมุทรปราการด้วย ใช่ แล้วผมต้องขึ้นไปทั้งที่สอบติด นักกีฬาเปตองที่สาม
ตอนนั้นโคตรเสียใจแต่ผมก็ทำเหมือนเดิมทุกครั้งฝืนยิ้ม ตอนผมสอบติดร.รที่สมุทรปราการที่หนึ่งผมไม่ได้ดีใจเลยเพราะหมดทุกอย่างกับชีวิตใช่
ผมเกลียด ครอบครัวตัวเอง อันดับ1คือ แม่ อันดับ2 คือ พี่คนโต 3 พี่คนกลาง 4พ่อ
แล้วต้องมาอยู่ กับพี่คนโตที่โคตร " เอาแต่ใจ " พี่คนโต ผม เป็น คนที่ทำให้ผมเสียโอกาสการเรียนและชีวิตมาเยอะมาก ตอนเด็กผมควรได้เรียนในเมืองตอนนั้นกำลังดีเลย แต่พี่คนโตผมติดยา จนต้องกลับไป บ้านนอก พอ ติดกีฬา ก็ลากผมขึ้นไปสมุทรปราการ เอาจริงนะ สำหรับเด็กม.1 คนหนึ่งมันเยอะไปไหม
ตั้งแต่ป.4 ผมเป็นคนติดโลกโซเชียลมากจนทำช่องขึ้นมา แต่แม่ก็เอามือถือเครื่องเก่าทิ้งแล้วให้เครื่องใหม่มาแน่นอนผมไม่พอใจหรอกเพราะข้อมูลหายไปหมดแม้กระทั่งเพื่อน
ป.5 เบื่อทุกสิ่งแต่สร้างช่องใหม่ขึ้นมา
โดนเพื่อนนินทาทุกวันเพราะผมเป็นคนไม่เข้าสังคม บ้างครั้งเหนื่อยจนเกือบวู่มเลย
ป.6 เจอครูเเย่ๆ เขาไม่เคยสอนอะไรเลยเด็กมีปัญหากันก็ปล่อยไป ผมในตอนนั้นเกือบยอมแพ้กลับการมีชีวิตไปแล้วจนบอกกลับตัวเองว่า " อีกแค่ปีเดียวก็มีชีวิตใหม่แล้ว " ใช่แน่นอนมันไปใช่ อีกปีมาไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยแม้กระทั่งความรู้สึกที่ตอนเเรกก็แย่อยู่แล้วจนแย่ยิ่งกว่าเดิม ทุกวันถ้าไม่คิดเรื่อง ฆ.ต.ต ก็คิดว่า จะหายไปยังไงดี ที่เล่ามาคือคร่าวๆนะครับผมแค่อยากถามว่าควรเพิ่มพลังยังไงดีเพราะผมไม่มีที่เพิ่งสักคนเลย หรือมันเป็นเรื่องปกติ ของเด็ก ม.1 ที่ต้องเจอหรอครับ