
ครามืดคคนางค์
ธ สว่างทิฆัมพร
“คลองฟ้า”อดิศร
รุจิชอนพิไลตา
หมู่ดาวมหะพราว
สุจิราวกษีรา
ทอดยาว ณ นิศา
มหิมาวิลาวัณย์
เกินถ้อยภณะอ้าง
ศิวะสร้างประดิษฐ์สรรค์
งดงามชุติอัน
ฉลุฟ้าสะบัดแปรง

คราแสงสุริยา
ปะทะฟ้าก็บังแสง
“คลองฟ้า”บ่มิแข่ง
ศิวะแต่งทิวากร
หมู่เมฆวิจิมี
สกุณีปโยธร
โดยหัตถ์ศิวะกร
ทวิซ้อนนภาลัย
คลองฟ้า = ทางช้างเผือก
คคนางค์ ทิฆัมพร = ท้องฟ้า อดิศร= ผู้เป็นใหญ่ รุจิ=งาม แสงสว่าง
ชอน= พุ่งแยงออกมา, ใช้แก่แสงแดด หรือแสงไฟ พิไล = งาม
มหะ (มะ หะ)=มหา, ยิ่งใหญ่ สุจิ = สะอาด,หมดจด,ผ่องใส กษีรา = น้ำนม
นิศา ,นิศากาล = กลางคืน มหิมา = ยิ่งใหญ่,มากนัก วิลาวัณย์ = งามยิ่ง
ภณะ ( พะนะ) = กล่าว พูด บอก ชุติ = ความโพลง ความรุ่งเรือง ความสว่างไสว ดวงดา
ฉลุ = ปรุ, สลัก ทิวา ทิวากร = (๑) “ผู้กระทำซึ่งกลางวัน”, พระอาทิตย์ (๒) (กลอน) กลางวัน
ปโยธร = “ผู้ทรงไว้ซึ่งนํ้า” คือ เมฆ, “ผู้ทรงไว้ซึ่งนํ้านม” คือ ถัน
วิจิ = วีจิ, คลื่น, ลูกคลื่น ทวิ = สอง นภาลัย = ท้องฟ้า, กลางหาว
อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑: คลองฟ้า (ทางช้างเผือก)
ครามืดคคนางค์
ธ สว่างทิฆัมพร
“คลองฟ้า”อดิศร
รุจิชอนพิไลตา
หมู่ดาวมหะพราว
สุจิราวกษีรา
ทอดยาว ณ นิศา
มหิมาวิลาวัณย์
เกินถ้อยภณะอ้าง
ศิวะสร้างประดิษฐ์สรรค์
งดงามชุติอัน
ฉลุฟ้าสะบัดแปรง
คราแสงสุริยา
ปะทะฟ้าก็บังแสง
“คลองฟ้า”บ่มิแข่ง
ศิวะแต่งทิวากร
หมู่เมฆวิจิมี
สกุณีปโยธร
โดยหัตถ์ศิวะกร
ทวิซ้อนนภาลัย
คลองฟ้า = ทางช้างเผือก
คคนางค์ ทิฆัมพร = ท้องฟ้า อดิศร= ผู้เป็นใหญ่ รุจิ=งาม แสงสว่าง
ชอน= พุ่งแยงออกมา, ใช้แก่แสงแดด หรือแสงไฟ พิไล = งาม
มหะ (มะ หะ)=มหา, ยิ่งใหญ่ สุจิ = สะอาด,หมดจด,ผ่องใส กษีรา = น้ำนม
นิศา ,นิศากาล = กลางคืน มหิมา = ยิ่งใหญ่,มากนัก วิลาวัณย์ = งามยิ่ง
ภณะ ( พะนะ) = กล่าว พูด บอก ชุติ = ความโพลง ความรุ่งเรือง ความสว่างไสว ดวงดา
ฉลุ = ปรุ, สลัก ทิวา ทิวากร = (๑) “ผู้กระทำซึ่งกลางวัน”, พระอาทิตย์ (๒) (กลอน) กลางวัน
ปโยธร = “ผู้ทรงไว้ซึ่งนํ้า” คือ เมฆ, “ผู้ทรงไว้ซึ่งนํ้านม” คือ ถัน
วิจิ = วีจิ, คลื่น, ลูกคลื่น ทวิ = สอง นภาลัย = ท้องฟ้า, กลางหาว