จีน เสนอขายเรือดำน้ำ ให้อินโดฯ ติดเครื่องเยอรมัน การันตีให้ด้วย ไม่ซ้ำรอยไทย
https://www.matichon.co.th/foreign/news_4663499
จีนเสนอขายเรือดำน้ำ รุ่นเดียวกับไทยให้อินโดนีเซีย พร้อมเครื่องยนต์เยอรมัน-ออพชั่นเสริม
Janes รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัท China State Shipbuilding Corporation (CSSC) เดินทางไปกรุงจาการ์ตาอีกครั้ง เพื่อเสนอเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า S26T รุ่นเดียวกับที่ประเทศไทยสั่งซื้อ ให้กับกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา
โดย Janes ยืนยันว่า มีการเสนอขาย S26T SSK ที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของกองทัพเรืออินโดนีเซีย แม้ว่าเรือจะผ่านกระบวนการสร้างแล้วก็ตาม
ในระหว่างการนำเสนอ เจ้าหน้าที่ CSSC ให้ความมั่นใจ กับกระทรวงกลาโหมของอินโดนีเซียว่า ข้อเสนอเรือดำน้ำ S26T ของอินโดนีเซีย จะไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดการส่งออกประเภทเดียวกันกับผู้ที่รับเรือลำดังกล่าว ก็คือ กองทัพเรือไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ CSSC ตั้งข้อสังเกตว่า สามารถรวมเครื่องยนต์ จากผู้จำหน่าย ทั้ง MTU (เครื่องยนต์เยอรมัน) เข้ากับ S26T SSK ได้
ในการเสนอดีล ครั้งนี้ CSSC ได้ยื่นข้อเสนอ ต่ออินโดนีเซีย ว่ารวมแพ็คเกตการปรับเปลี่ยนที่จะทำให้เรือดำน้ำ สามารถประจำการและปล่อยขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำ YJ-18 ที่ผลิตในจีนได้
นอกจากนั้น แล้ว S26T ส่วนใหญ่ ยังคงรักษาคุณลักษณะต่างๆ ตามเดิม ที่สั่งไว้สำหรับกองทัพจีน รวมถึงระบบขับเคลื่อนอิสระทางอากาศ
ทั้งนี้ ประเทศไทย ลงนามสัญญามูลค่า 13,500 ล้านบาท กับบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Company (CSOC) สำหรับเรือดำน้ำ S26T SSK ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของจีน ในปี 2560
สำหรับ Janes เป็นข่าวกรองด้านการป้องกันประเทศแบบโอเพ่นซอร์ส และ ชุดข้อมูลทางการทหาร รวบรวมโดยนักวิเคราะห์กว่า 500,000 ชั่วโมงทุกปี.
แม่ค้าบ่นเป็นเสียงเดียว ตลาดเงียบหนัก 18 ชม. ขายได้แค่ 3,000 บาท ท้อ ปีนี้หนักที่สุด
https://www.matichon.co.th/social/news_4662912
แม่ค้าบ่นเป็นเสียงเดียว ตลาดเงียบหนัก 18 ชม. ขายได้แค่ 3,000 บาท ท้อ ปีนี้หนักที่สุด
หากพูดถึงสภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ หลายคนคงได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะพ่อค้า แม่ค้า หรือแม้แต่ธุรกิจขายปลีกที่โดนตลาดออนไลน์จีนแทรกแซงและขายในราคาถูกมาก จนได้รับผลกระทบกันไปตามๆ กัน
โดยจะเห็นได้จากโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง
peolove1 ถ่ายบรรยากาศของร้านขายเสื้อผ้าที่เงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเข้ามาจับจ่าย พร้อมเผยว่า สินค้าจีนทะลักเข้าไทย ตลาดออนไลน์ขายถูกกว่าร้านขายส่ง ทำให้คนหันไปซื้อของออนไลน์มากขึ้น และตลาดปลีกส่งก็ต้องเงียบลง
ขณะเดียวกันติ๊กต็อกชื่อ
@honeyghetti แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง เผยว่า ทุกวันนี้ยังเรียกตัวเองว่าแม่ค้าได้อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ตลกตัวเอง ขายของไปแล้ววันละ 18 ชั่วโมง ขายของได้ไม่ถึง 3,000 บาท หักค่าเช่าและค่าพนักงานไปหนึ่งพัน ส่วนแม่ค้าหลายคนที่ร่วมชะตากรรมทั้งหลาย นั่งกินข้าว นั่งเล่นเกม นั่งกินขนม ถ้าวันนี้คุณขายของเงียบเหงา วังเวง เราคือเพื่อนกัน
ช่องติ๊กต็อกดังกล่าวได้ตอบกลับคอมเมนต์ “
พอเงียบก็บ่น ไม่พัฒนาตัวเอง โทษแต่รัฐบาล โทษฟ้าฝน” ว่า เอาจริงๆ บางอย่าง เราไม่สามารถจะทำด้วยตัวเราเองได้ เราพัฒนาตัวเองแล้ว ปรับปรุงร้าน ลงทุนเพิ่มแล้ว แต่บางอย่างที่เราไม่สามารถทำเองได้ เช่น ของแพง ผักแพง น้ำมันแพง
นอกจากนี้ยังมี เจ้าของธุรกิจร่วม 10 ปี ออกมาเปิดใจผ่านติ๊กต็อกว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มันแย่มาก ขายของเงียบมาก ถ้าไม่เท่าทุนก็เข้าเนื้อ เป็นแบบนี้ทุกเดือน เมื่อก่อนจากห้างที่เคยขายดีมากๆ ตอนนี้ค่าที่บางทียังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หนำซ้ำค่าที่ยังขึ้นด้วย ไม่รู้ว่ารัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรบ้าง
ถัดมา ผู้ใช้ติ๊กต็อกอีกราย
sprince.s ถ่ายบรรยากาศร้านที่เงียบเหงา พร้อมเผยว่า ตลาดเงียบมาก ปีนี้ 2024 ยิ่งชัดขึ้น ว่าเศรษฐกิจแย่หนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย หลายห้างร้าน ตลาดออนไลน์ก็เงียบตัวลงเหมือนกัน ไม่ว่าหน้าร้าน-ออนไลน์ หลายร้านก็เงียบลงหมด เราก็เป็นผู้บริโภคคนหนึ่งที่ซื้อของออนไลน์ เดินตลาด ห้างสรรพสินค้าเราเดินปกติ แต่มองเห็นหลายๆ อย่างก็สงสารประชาชนเราๆ นี่แหละ
ชยพล ก้าวไกล ไม่ค้าน ‘สุทิน’ ซื้อ F-16 สงสัย กระตุ้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้แค่ไหน
https://www.matichon.co.th/politics/news_4663874
‘ชยพล’ ก้าวไกล ไม่ค้าน ‘สุทิน’ ซื้อเอฟ-16 แต่ต้องศึกษาให้ดี แนะอย่าวางตัวเป็นแค่ผู้ซื้อ หนุนสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นาย
ชยพล สท้อนดี ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ นาย
สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาระบุว่าสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ซื้อเครื่องบินเอฟ-16 มองว่าจะเป็นดีลที่คุ้มค่าหรือไม่ว่า จุดหลักไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า แต่ต้องดูว่าจะสามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศได้ขนาดไหน จะมีชิ้นส่วนที่สามารถใช้ของไทยได้หรือไม่ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งยังไม่เห็นนาย
สุทินพูด อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ตัดสินว่าดีลนี้ไม่ดี แต่อยากให้นายสุทินโฟกัสการป้องกันประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะมองว่าตอนนี้คิดแต่เรื่องวิธีการจ่าย
นาย
ชยพลกล่าวว่า ส่วนดีลนี้แพงไปหรือไม่นั้น อยากให้ตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศตอนนี้ว่าให้ความสำคัญด้านไหน เพราะฟังก์ชั่นของเครื่องบินแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน รวมถึงต้องคำนึงระบบเรดาร์ภาคพื้นดิน ทั้งนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าจะคุ้มหรือไม่ เพราะต้องรอรายละเอียดให้ชัดเจน
“
ไม่อยากให้วางประเทศไทยเป็นแค่ผู้ซื้อ หรือผู้ใช้ แต่อยากให้เป็น partner development และเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ เงินที่จ่ายไปจะได้ไม่หายไปเลย” นาย
ชยพลกล่าว
เมื่อถามว่า หากดีลนี้ไม่คุ้มจะนำไปเป็นเนื้อหาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นาย
ชยพลกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องว่าไปตามข้อมูล แต่ยืนยันว่าไม่ได้เล็งเป็นพิเศษ
โรม ชี้ดราม่าสีกากีจบไม่ง่าย หลัง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยื่นร้อง ป.ป.ช. จี้ ‘เศรษฐา’ สางปัญหาตำรวจ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4663513
โรม ชี้ดราม่าสีกากีจบไม่ง่าย ทำปชช.เสื่อมศรัทธารัฐบาล หลัง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยื่นร้อง ป.ป.ช. จี้ ‘เศรษฐา’ สางปัญหาตำรวจ ตั้ง ผบ.ตร. ต้องโปร่งใส
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.
สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ นาย
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.
ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ว่า ก็มีความสุ่มเสียง ต้องยอมรับว่าในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ หลักการคือมีเกณฑ์พิจารณาคนที่จะมาเป็น ผบ.ตร. ไม่ว่าจะเป็นหลักอาวุโส หรือความสามารถ ปัญหาคือ เรื่องความสามารถของแต่ละคนว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ใครที่โดดเด่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยถูกพูดคุยหรือนำเสนอ และมีความโปร่งใสเลย สุดท้ายถูกหาว่าเป็นเส้นสาย หรือสายสัมพันธ์กับใครต่อใคร เป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น
นาย
รังสิมันต์กล่าวต่อว่า คนที่เข้ามาเป็น ผบ.ตร.ไม่ควรจะเลือกจากคนที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายกฯ แต่ควรจะเลือกจากบุคคลที่มีความสามารถ และถูกยอมรับในหลักอาวุโสด้วย ส่วนในเรื่องความสามารถ รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงให้เกิดความโปร่งใสให้ได้ ซึ่งเราก็ยังไม่เห็นรัฐบาลชี้แจงให้เกิดความกระจ่างแต่อย่างใด กลายเป็นว่าสังคมได้แต่จินตนาการ และตั้งคำถาม ซึ่งส่งผลเสียต่อรัฐบาล ทั้งนี้ การตั้ง ผบ.ตร.มีความสำคัญต่อการเมืองและสังคมอย่างมาก แต่สังคมได้แต่เคลือบแคลง ตนคิดว่าการที่ไม่สามารถจัดการเรื่องนี้อย่างโปร่งใสได้ จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลแน่นอน
เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่อง ผบ.ตร.จะจบอย่างไร นาย
รังสิมันต์กล่าวว่า คงคาราคาซังอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คงใช้เวลาพิสูจน์ต่อไป แต่เชื่อว่าไม่ส่งผลดี เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันแค่ระดับพลตำรวจ แต่เป็นสายพวงกัน แต่ละก๊กก็มีขบวนการและเครือข่ายของตัวเอง ซึ่งเกิดขึ้นในทุกระดับ
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่า ฝ่ายการเมืองพยายามวางคนของตัวเอง เป็น ผบ.ตร.คนต่อไป นาย
รังสิมันต์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลไม่ได้คิดบนพื้นฐานของความสามารถ หรือจะแก้ปัญหาองค์กรตำรวจ แบบนี้ก็ใช้ไม่ได้ ทุกวันนี้มีทั้งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน รวมถึงสิทธิสวัสดิการ เงินเดือนของตำรวจแทบจะไม่เพียงพออยู่แล้ว สุดท้ายก็ต้องไปรับ ไปไถ สร้างระบบอุปถัมภ์ และทำลายความยุติธรรม ดังนั้นใครก็ตามที่มาเป็น ผบ.ตร. ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ควรจะมีความชัดเจน ถ้าตอบได้จะไม่มีใครสงสัย และจะได้พ้นจากระบบเส้นสาย ตนอยากเห็นองค์กรที่ใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วก็ไม่สามารถอยู่ต่อได้
JJNY : 5in1 จีนเสนอขายเรือดำน้ำ│ตลาดเงียบหนัก│ก้าวไกลไม่ค้านซื้อ F-16│โรมชี้ดราม่าสีกากี│ยุโรปส่วนใหญ่สนับสนุนยูเครน
https://www.matichon.co.th/foreign/news_4663499
จีนเสนอขายเรือดำน้ำ รุ่นเดียวกับไทยให้อินโดนีเซีย พร้อมเครื่องยนต์เยอรมัน-ออพชั่นเสริม
Janes รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัท China State Shipbuilding Corporation (CSSC) เดินทางไปกรุงจาการ์ตาอีกครั้ง เพื่อเสนอเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า S26T รุ่นเดียวกับที่ประเทศไทยสั่งซื้อ ให้กับกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา
โดย Janes ยืนยันว่า มีการเสนอขาย S26T SSK ที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของกองทัพเรืออินโดนีเซีย แม้ว่าเรือจะผ่านกระบวนการสร้างแล้วก็ตาม
ในระหว่างการนำเสนอ เจ้าหน้าที่ CSSC ให้ความมั่นใจ กับกระทรวงกลาโหมของอินโดนีเซียว่า ข้อเสนอเรือดำน้ำ S26T ของอินโดนีเซีย จะไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดการส่งออกประเภทเดียวกันกับผู้ที่รับเรือลำดังกล่าว ก็คือ กองทัพเรือไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ CSSC ตั้งข้อสังเกตว่า สามารถรวมเครื่องยนต์ จากผู้จำหน่าย ทั้ง MTU (เครื่องยนต์เยอรมัน) เข้ากับ S26T SSK ได้
ในการเสนอดีล ครั้งนี้ CSSC ได้ยื่นข้อเสนอ ต่ออินโดนีเซีย ว่ารวมแพ็คเกตการปรับเปลี่ยนที่จะทำให้เรือดำน้ำ สามารถประจำการและปล่อยขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำ YJ-18 ที่ผลิตในจีนได้
นอกจากนั้น แล้ว S26T ส่วนใหญ่ ยังคงรักษาคุณลักษณะต่างๆ ตามเดิม ที่สั่งไว้สำหรับกองทัพจีน รวมถึงระบบขับเคลื่อนอิสระทางอากาศ
ทั้งนี้ ประเทศไทย ลงนามสัญญามูลค่า 13,500 ล้านบาท กับบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Company (CSOC) สำหรับเรือดำน้ำ S26T SSK ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของจีน ในปี 2560
สำหรับ Janes เป็นข่าวกรองด้านการป้องกันประเทศแบบโอเพ่นซอร์ส และ ชุดข้อมูลทางการทหาร รวบรวมโดยนักวิเคราะห์กว่า 500,000 ชั่วโมงทุกปี.
แม่ค้าบ่นเป็นเสียงเดียว ตลาดเงียบหนัก 18 ชม. ขายได้แค่ 3,000 บาท ท้อ ปีนี้หนักที่สุด
https://www.matichon.co.th/social/news_4662912
แม่ค้าบ่นเป็นเสียงเดียว ตลาดเงียบหนัก 18 ชม. ขายได้แค่ 3,000 บาท ท้อ ปีนี้หนักที่สุด
หากพูดถึงสภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ หลายคนคงได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะพ่อค้า แม่ค้า หรือแม้แต่ธุรกิจขายปลีกที่โดนตลาดออนไลน์จีนแทรกแซงและขายในราคาถูกมาก จนได้รับผลกระทบกันไปตามๆ กัน
โดยจะเห็นได้จากโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง peolove1 ถ่ายบรรยากาศของร้านขายเสื้อผ้าที่เงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเข้ามาจับจ่าย พร้อมเผยว่า สินค้าจีนทะลักเข้าไทย ตลาดออนไลน์ขายถูกกว่าร้านขายส่ง ทำให้คนหันไปซื้อของออนไลน์มากขึ้น และตลาดปลีกส่งก็ต้องเงียบลง
ขณะเดียวกันติ๊กต็อกชื่อ @honeyghetti แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง เผยว่า ทุกวันนี้ยังเรียกตัวเองว่าแม่ค้าได้อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ตลกตัวเอง ขายของไปแล้ววันละ 18 ชั่วโมง ขายของได้ไม่ถึง 3,000 บาท หักค่าเช่าและค่าพนักงานไปหนึ่งพัน ส่วนแม่ค้าหลายคนที่ร่วมชะตากรรมทั้งหลาย นั่งกินข้าว นั่งเล่นเกม นั่งกินขนม ถ้าวันนี้คุณขายของเงียบเหงา วังเวง เราคือเพื่อนกัน
ช่องติ๊กต็อกดังกล่าวได้ตอบกลับคอมเมนต์ “พอเงียบก็บ่น ไม่พัฒนาตัวเอง โทษแต่รัฐบาล โทษฟ้าฝน” ว่า เอาจริงๆ บางอย่าง เราไม่สามารถจะทำด้วยตัวเราเองได้ เราพัฒนาตัวเองแล้ว ปรับปรุงร้าน ลงทุนเพิ่มแล้ว แต่บางอย่างที่เราไม่สามารถทำเองได้ เช่น ของแพง ผักแพง น้ำมันแพง
นอกจากนี้ยังมี เจ้าของธุรกิจร่วม 10 ปี ออกมาเปิดใจผ่านติ๊กต็อกว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มันแย่มาก ขายของเงียบมาก ถ้าไม่เท่าทุนก็เข้าเนื้อ เป็นแบบนี้ทุกเดือน เมื่อก่อนจากห้างที่เคยขายดีมากๆ ตอนนี้ค่าที่บางทียังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หนำซ้ำค่าที่ยังขึ้นด้วย ไม่รู้ว่ารัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรบ้าง
ถัดมา ผู้ใช้ติ๊กต็อกอีกราย sprince.s ถ่ายบรรยากาศร้านที่เงียบเหงา พร้อมเผยว่า ตลาดเงียบมาก ปีนี้ 2024 ยิ่งชัดขึ้น ว่าเศรษฐกิจแย่หนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย หลายห้างร้าน ตลาดออนไลน์ก็เงียบตัวลงเหมือนกัน ไม่ว่าหน้าร้าน-ออนไลน์ หลายร้านก็เงียบลงหมด เราก็เป็นผู้บริโภคคนหนึ่งที่ซื้อของออนไลน์ เดินตลาด ห้างสรรพสินค้าเราเดินปกติ แต่มองเห็นหลายๆ อย่างก็สงสารประชาชนเราๆ นี่แหละ
ชยพล ก้าวไกล ไม่ค้าน ‘สุทิน’ ซื้อ F-16 สงสัย กระตุ้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้แค่ไหน
https://www.matichon.co.th/politics/news_4663874
‘ชยพล’ ก้าวไกล ไม่ค้าน ‘สุทิน’ ซื้อเอฟ-16 แต่ต้องศึกษาให้ดี แนะอย่าวางตัวเป็นแค่ผู้ซื้อ หนุนสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายชยพล สท้อนดี ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาระบุว่าสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ซื้อเครื่องบินเอฟ-16 มองว่าจะเป็นดีลที่คุ้มค่าหรือไม่ว่า จุดหลักไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า แต่ต้องดูว่าจะสามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศได้ขนาดไหน จะมีชิ้นส่วนที่สามารถใช้ของไทยได้หรือไม่ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งยังไม่เห็นนายสุทินพูด อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ตัดสินว่าดีลนี้ไม่ดี แต่อยากให้นายสุทินโฟกัสการป้องกันประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะมองว่าตอนนี้คิดแต่เรื่องวิธีการจ่าย
นายชยพลกล่าวว่า ส่วนดีลนี้แพงไปหรือไม่นั้น อยากให้ตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศตอนนี้ว่าให้ความสำคัญด้านไหน เพราะฟังก์ชั่นของเครื่องบินแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน รวมถึงต้องคำนึงระบบเรดาร์ภาคพื้นดิน ทั้งนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าจะคุ้มหรือไม่ เพราะต้องรอรายละเอียดให้ชัดเจน
“ไม่อยากให้วางประเทศไทยเป็นแค่ผู้ซื้อ หรือผู้ใช้ แต่อยากให้เป็น partner development และเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ เงินที่จ่ายไปจะได้ไม่หายไปเลย” นายชยพลกล่าว
เมื่อถามว่า หากดีลนี้ไม่คุ้มจะนำไปเป็นเนื้อหาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายชยพลกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องว่าไปตามข้อมูล แต่ยืนยันว่าไม่ได้เล็งเป็นพิเศษ
โรม ชี้ดราม่าสีกากีจบไม่ง่าย หลัง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยื่นร้อง ป.ป.ช. จี้ ‘เศรษฐา’ สางปัญหาตำรวจ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4663513
โรม ชี้ดราม่าสีกากีจบไม่ง่าย ทำปชช.เสื่อมศรัทธารัฐบาล หลัง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยื่นร้อง ป.ป.ช. จี้ ‘เศรษฐา’ สางปัญหาตำรวจ ตั้ง ผบ.ตร. ต้องโปร่งใส
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ว่า ก็มีความสุ่มเสียง ต้องยอมรับว่าในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ หลักการคือมีเกณฑ์พิจารณาคนที่จะมาเป็น ผบ.ตร. ไม่ว่าจะเป็นหลักอาวุโส หรือความสามารถ ปัญหาคือ เรื่องความสามารถของแต่ละคนว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ใครที่โดดเด่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยถูกพูดคุยหรือนำเสนอ และมีความโปร่งใสเลย สุดท้ายถูกหาว่าเป็นเส้นสาย หรือสายสัมพันธ์กับใครต่อใคร เป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า คนที่เข้ามาเป็น ผบ.ตร.ไม่ควรจะเลือกจากคนที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายกฯ แต่ควรจะเลือกจากบุคคลที่มีความสามารถ และถูกยอมรับในหลักอาวุโสด้วย ส่วนในเรื่องความสามารถ รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงให้เกิดความโปร่งใสให้ได้ ซึ่งเราก็ยังไม่เห็นรัฐบาลชี้แจงให้เกิดความกระจ่างแต่อย่างใด กลายเป็นว่าสังคมได้แต่จินตนาการ และตั้งคำถาม ซึ่งส่งผลเสียต่อรัฐบาล ทั้งนี้ การตั้ง ผบ.ตร.มีความสำคัญต่อการเมืองและสังคมอย่างมาก แต่สังคมได้แต่เคลือบแคลง ตนคิดว่าการที่ไม่สามารถจัดการเรื่องนี้อย่างโปร่งใสได้ จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลแน่นอน
เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่อง ผบ.ตร.จะจบอย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงคาราคาซังอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คงใช้เวลาพิสูจน์ต่อไป แต่เชื่อว่าไม่ส่งผลดี เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันแค่ระดับพลตำรวจ แต่เป็นสายพวงกัน แต่ละก๊กก็มีขบวนการและเครือข่ายของตัวเอง ซึ่งเกิดขึ้นในทุกระดับ
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่า ฝ่ายการเมืองพยายามวางคนของตัวเอง เป็น ผบ.ตร.คนต่อไป นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลไม่ได้คิดบนพื้นฐานของความสามารถ หรือจะแก้ปัญหาองค์กรตำรวจ แบบนี้ก็ใช้ไม่ได้ ทุกวันนี้มีทั้งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน รวมถึงสิทธิสวัสดิการ เงินเดือนของตำรวจแทบจะไม่เพียงพออยู่แล้ว สุดท้ายก็ต้องไปรับ ไปไถ สร้างระบบอุปถัมภ์ และทำลายความยุติธรรม ดังนั้นใครก็ตามที่มาเป็น ผบ.ตร. ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ควรจะมีความชัดเจน ถ้าตอบได้จะไม่มีใครสงสัย และจะได้พ้นจากระบบเส้นสาย ตนอยากเห็นองค์กรที่ใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วก็ไม่สามารถอยู่ต่อได้