โคเรียนแอร์ ระทึก! ดิ่งวูบ 2 หมื่นฟุต ต้องวกกลับฉุกเฉิน ผดส.เผยสภาพภายในเครื่อง (เป็นโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 อีกแล้ว)


ภาพจำลองเหตุการณ์ลักษณะการดิ่งของ โคเรียนแอร์ เที่ยวบินที่ KE189 โดยใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737-700 จากเกม Infinite Flight ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ โบอิ้ง 737-8 (โบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8) ลำที่เกิดเหตุ
สงวนลิขสิทธิ์ © 2567 พระเจ้ากุกจง

เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 8 ของสายการบินโคเรียนแอร์ ประสบเหตุดิ่งวูบ 2 หมื่นฟุต ผู้โดยสารเผยสภาพภายในเครื่อง น่ากลัวยิ่งกว่ารถไฟเหาะ 

เว็บไซต์ ETtoday รายงานเหตุการณ์ เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 8 ของสายการบินโคเรียนแอร์ เที่ยวบิน KE-189 จากสนามบินอินชอนในเกาหลีใต้ เดินทางไปยังไทจง ไต้หวัน ประสบเหตุเครื่องดิ่งวูบที่ความสูง 30,000 ฟุต เหลือเพียง 9,000 ฟุต จนต้องวกกลับฉุกเฉิน หลังเครื่องขึ้นได้เพียง 50 นาที

โดยเที่ยวบินดังกล่าวออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติอินชอน ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.เวลา 16.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่ผ่านมา เกิดเหตุเครื่องบินดิ่งวูบราว 21,000 ฟุต หลังออกเดินทางได้ 50 นาที กัปตันต้องวกกลับฉุกเฉิน เบื้องต้น คาดอาจเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับระบบแรงดันบนท้องฟ้าเหนือเกาะเชจู

ข้อมูลของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งเกาหลีใต้ เผยว่า เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสาร 125 คน หลังเครื่องตกวูบ ส่งผลให้มีผู้โดยสาร 15 รายมีอาการปวดแก้วหูจนแก้วหูแตก บางคนถึงกับหายใจไม่สะดวก ในจำนวนนี้มี 13 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บสาหัส

ขณะที่ ผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินลำนี้ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ เล่าเหตุการณ์ว่า ตอนเครื่องกำลังดิ่งวูบอย่างกะทันหัน เธอกำลังทานอาหารบนเครื่องอยู่ มันไม่ใช่ครั้งเดียวแต่เครื่องดิ่งตกมากถึง 3 ครั้ง เธอรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก ความรู้สึกเหมือนการนั่งรถไฟเหาะ แต่น่ากลัวยิ่งกว่าการนั่งรถไฟเหาะเสียอีก พร้อมทั้งหน้ากากออกซิเจนที่ถูกปล่อยลงมา

อย่างไรก็ตาม เธอขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของกัปตัน และลูกเรือบนเครื่องบินลำนี้ อีกทั้งอยากจะแสดงความขอบคุณต่อผู้โดยสารในเที่ยวบินเดียวกันที่ร่วมแบ่งปันความยากลำบากเดียวกัน “ทุกคนทำงานหนักมาก”

ทั้งนี้ สายการบินโคเรียนแอร์ เปิดเผยว่า ทางสายการบินได้ใช้เครื่องบินอีกลำ เพื่อนำผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางไปไทจงในเที่ยวบินดังกล่าวอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน เวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมราว 19 ชั่วโมง

เนื้อหาข่าวต้นฉบับจาก:
https://www.sanook.com/news/9459798/ (Via ETtoday)
นำเสนอข่าวลงกระทู้พันทิปโดย พระเจ้ากุกจง

เครื่องบินที่ประสบอุบัติการณ์ครั้งนี้เป็น เครื่องบินโบอิ้ง 737-8 (โบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8) ของสายการบินโคเรียนแอร์ เที่ยวบินที่ KE189 มีผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่อง 125 คน บินจากอินชอนไปยังไทจง ไต้หวัน โดยเครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกับ ไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ JT610 ที่ประสบอุบัติเหตุตกลงสู่ทะเลชวาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 และ เอธิโอเปียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ET302 ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 346 คน

โดยในขณะที่เกิดเหตุ เป็นช่วงเย็นของวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินกำลังบินอยู่ที่ความสูง 3 หมื่นฟุตเหนือเกาะเชจู

สาเหตุตามข่าวคาดว่าอาจจะเกิดจากปัญหาระบบแรงดันบนท้องฟ้าเหนือเกาะเชจู แต่จากคาดเดาของพระเจ้ากุกจงแล้ว คิดว่าน่าจะเกิดจาก 2 อย่าง คือ

1. ระบบ MCAS เช่นเดียวกับเครื่องบินสองลำนั้นที่ตกไป เพราะลักษณะการดิ่งก็ดูคล้ายกับสองลำนั้นเลย แต่ในปัจจุบันได้มีการอัพเดทซอฟท์แวร์ MCAS สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ทุกลำแล้ว ดังนั้น ระบบ MCAS สามารถทำงานได้แค่ครั้งเดียวต่อการบิน 1 ไฟลท์เท่านั้น จึงไม่น่าจะเป็นไปได้

2. ถ้าไม่เกี่ยวกับระบบ MCAS อะไรเลย ก็น่าจะเกิดจากเซ็นเซอร์ระบบ AOA (Angle of attack) หรือเซ็นเซอร์มุมการปะทะมีปัญหาจนทำให้เกิดทำงานผิดพลาด ทำให้เครื่องดิ่งลงฮวบแบบนั้น เพราะผู้โดยสารหญิงท่านหนึ่งที่อยู่บนไฟลท์นั้นให้สัมภาษณ์ว่า เครื่องบินดิ่งลงมาในลักษณะนั้นไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ถึง 3 ซึ่งนอกจากจะคล้ายกับสองลำนั้นแล้ว ยังคล้ายกับเหตุการณ์ควอนตัส เที่ยวบินที่ QF72 ซึ่งเป็นแอร์บัส A330-300 ที่ประสบอุบัติการณ์แบบเดียวกันเมื่อปี 2551 อีกด้วย ดังนั้นต่อให้เครื่องบินลำนั้นไม่มีระบบ MCAS แต่ถ้าระบบเซ็นเซอร์ AOA มีปัญหาหรือทำงานผิดพลาด ก็อาจจะทำให้เครื่องบินดิ่งลงมากะทันหันในลักษณะแบบนี้ได้เหมือนกัน

ยังดีนะที่เครื่อง KE ตอนดิ่งลงมา เครื่อง KE กำลังบินอยู่ที่ 3 หมื่นฟุต นักบินสามารถกู้เครื่องกลับคืนมาไว้ได้ทัน และสามารถลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ ไม่เหมือนเครื่อง JT610 และ ET302 ที่เกิดปัญหาระบบ MCAS หลังจากเทคออฟได้ไม่นาน และเกิดขึ้นที่ความสูงต่ำ ๆ ประมาณ 5000 ถึง 6000 ฟุต แล้วปักหัวลง นักบินไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน สุดท้ายเครื่องตกทั้งสองลำ ไม่มีใครรอด ถ้าเครื่อง KE ซึ่งเป็นโบอิ้ง 737 แม็กซ์ตกไปเป็นลำที่ 3 นี่ ก็คงสั่งกราวด์เครื่องรุ่นนี้อีกอย่างแน่นอนชนิดที่ว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันจะกลายเป็น Disaster ครั้งใหญ่ของโบอิ้งที่อาจจะทำให้โบอิ้งเจ๊งได้เลยทีเดียว พระเจ้ากุกจงไม่อยากเห็นภาพนั้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่