ท้องไม่พร้อม .. พร้อม หรือแค่อยากมี

เชื่อว่า หลายๆกรณีปัญหาสังคมที่เกิดจากเด็ก ไม่ว่าจะความรุนแรง ยา หรือ พฤติกรรมกวนเมือง อย่างคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูก 14 มีภรรยาไปฝากท้องโรงพยาบาล เป็นแก็งค์มอเตอร์ไซค์ แถมอาจจะติดยาอีกต่างหาก ปัญหาแบบนี้ วนเวียนเป็นวงกลมที่ไม่รู้จบและเริ่มตรงไหน 
จนคนตั้งคำถามถึงคำว่า "ท้องเมื่อพร้อม" กับคำว่า พร้อม ที่แตกต่างกันไป
ลองมาดูเรื่งอราวต่อไปนี้ครับ แล้วตอบคำถามดูว่า คำว่า"พร้อม" เอาอะไรวัด และ หากเป็นแบบนี้ สังคมเราจะไปทางไหนกันแน่

เริ่มเรื่อง.. ,มีหญิงสาวคนหนึ่ง คลั่งรัก ขาดความอบอุ่น ทำงาน อยู่ตัวคนเดียว ผ่านพบชายมากมายก็ต้องจบด้วยน้ำตาเพราะ ไม่เป็นน้อยเขา ก็จับได้ทีหลังว่ามีแฟนอยู่แล้ว จนในที่สุดก็ได้พบรักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ เพิ่งพ้นจากเรือนจำมาได้ไม่นานในคดีเสพย์ยา ใช้ชีวิตอยู่กับโรงงานต้มน้ำกระท่อมขายในชุมชนแออัดกลางเมือง

ทั้งสองพบรักกัน เพราะ สั่งน้ำกระท่อมมาดื่ม และ แวะเวียนมาหา จนในที่สุด ก็ย้ายมาอยู่กินด้วยกัน  ฝ่ายชาย ลุกขึ้นมาทำงานสุจริตเพื่อหาเลี้ยงดูฝ่ายหญิง ด้วยการเป็นไรเดอร์ วิ่งส่งอาหาร ต่อสู้กับเวลาและวิบากบนท้องถนน ฝ่ายหญิง พยายามขายของออนไลน์ช่วยกันทำมาหากิน แต่อนิจจา สภาพสังคมเมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายรุมเร้า ค่าห้องเช่าเดือนชนเดือน ค่าอาหารกินไปวันๆ ข้าวถุง แกงถุงจากตลาด จนในที่สุด ก็เริ่มระหองระแหง เพราะชีวิตแขวนบนเส้นด้ายให้ลุ้นทุกเดือน และเป็นอีกครั้งที่ เริ่มมีชายผู้พร้อมด้วยทรัพย์เข้ามาเกาะแกะเธอ

หนุ่มไรเดอร์สู้ครั้งสุดท้าย ทุ่มเทแรงกายทำงานอย่างหนักหาเงินได้เดือนละหลายหมื่นบาท เหลือกินเหลือใช้ และ ครองใจหญิงได้ในที่สุด พร้อมด้วยเป้าหมาย การสร้าง"ครอบครัว" เล็กๆ ของเราไปด้วยกัน
และในเวลาไม่นานจากนั้น สักขีพยานรักตัวน้อย ก็เริ่มก่อตัวเป็นเซลส์ขึ้นในอุ้งเชิงกรานของเธอ กับภาพฝัน ทำงาน เก็บเงินเป็นค่าเล่าเรียน มีครอบครัว เปิดร้านเล็กๆ 

ทว่า... เพียงไม่กี่เดือนจากนั้น ชายหนุ่ม กลับไปใช้ชีวิตเฉื่อยแฉะแบบเก่า เพราะ ภรรยาสุดรัก ที่ตอนนี้ท้องเริ่มป่อง ห่างเหินความรัก ความอบอุ่น หงุดหงิดง่าย จนเขาต้องหันกลับไปหายาอีกครั้ง และเล่นแรงขึ้นจนถึงระดับ"ผงขาว" เงินทองที่เคยหาได้เดือนละหลายหมื่น ก็กลับเหลือเพียงแค่พอหาข้าวใส่ปาก วิ่งวนหาค่าห้องเช่าเดือนชนเดือนแบบเก่าอีกครั้ง กระทั่งถึงวันคลอด ทั้งสอง ใช้สิทธิ์พื้นฐานในการคลอด โดยไม่มีเงินสด หรือเงินในบัญชีเกินห้าร้อยบาท
การคลอดผ่านไปได้ด้วยดี สามชีวิต ในห้องเช่าเล็กกลางกรุง กำลังดำเนินชีวิต อยู่ในสังคมนี้

ช่างน่าเศร้า ที่พ่อก็ยังไม่เลิกยา ฝ่ายแม่ ก็ประชดด้วยการติดไปด้วยกันอีกคน ลูกน้อย ถูกส่งไปอยู่กับตา กับยาย จากห้องเช่าปูนกลางกรุง ในที่สุด ก็โดนไล่ออกจากตึก เพราะ้างค่าเช่าทบเดือนชนอีกเดือน ทั้งสองชีวิต แบกข้าวหอบของ ไปแบ่งเช่าบ้านกับเพื่อนฝ่ายชาย ผู้คร่ำหวดในวงการของใต้ดิน ระหว่างนั้น ก็เฝ้ามองหาห้องเช่าใหม่ เพราะฝันคือการมี"ครอบครัว" ของเราสองคน

หญิงสาว ที่พักฟื้นจากการคลอด จนเริ่มกลับมามีน้ำมีนวลอีกครั้ง เริ่มลุกขึ้นมาทำงาน ไลฟ์สด ขายของ วีเจ ออนไลน์ วับๆแวมๆ สร้างความหรรษาให้กับหนุ่มๆ ในขณะที่ฝ่ายชายออกไปทำงานเป็นสิงห์ไรเดอร์ สลับกับแวะพักเทคยาเติมระหว่างวันแล้วงีบหลับตามสวน ตามแฟลต เพื่อคลายเครียด
เพื่อนของฝ่ายชาย ที่มีดีกรีถึงระดับ เจ้าของโรงต้มน้ำกระท่อม และ ธุรกิจเดินของผิดกฎหมายอีกหลายอย่าง เริ่มเข้ามาช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ซื้อของ อาหารดีๆ มาหใ้หญิงสาวกิน พาไปขี่รถเที่ยว ซื้อของ 
และ คงเป็นอย่างที่หลายท่านคาดไว้ ในที่สุด เธอกับชายคนใหม่ก็ได้เสียกันอีกครั้ง ในบ้านเช่าแบ่งกั้นด้วยผ้าขึงบางๆ กลางวันแสกๆ  แทบจะทันทีที่ ชายหนุ่มออกไปทำงาน เธอกับชายคนใหม่ก็เริ่มบรรเลงบทรักอย่างไม่เกรงใจใคร ในขณะที่ยามค่ำคืน ฝ่ายชายกลับมา ร่วมหลับนอนทับที่กัน และเพื่อนเจ้าของห้องเช่า ออกไปทำธุรกิจสีเทาเข้ม ตามวิถีคนราตรี

และแล้ว ไม่นานจากนั้น
พยานรักตัวน้อยก็ได้ปฎิสนธิ ขึ้นมาอีกครั้ง แม้แต่เธอ ก็ไม่รู้เลยว่า เด็กน้อยคนนี้เป็นทายาทของใคร หนุ่มไรเดอร์ ดีใจ ที่ได้ลูกคนใหม่ ทั้งๆที่ ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เขาและเธอไม่เคยส่งเงินไปช่วยค่าเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อย ที่ตาและยายรับไปเป็นภาระเลยแม้แต่แดงเดียว ครั้งนี้ เขา ให้คำสัญญาว่า จะปรับปรุงตัวใหม่ จะขยัน ทำงาน หาเงิน และขอเวลาเลิกยาให้ได้
อนิจจา ฝ่ายหญิง ตัดสินใต เลือกทางเดิน โดย สารภาพความจริงไปว่า เด็กน้อย คงไม่ใช่ลูกของเขา แต่เป็นลูกของเพื่อนเขา ซึ่งมีธุรกิจสีเทาเข้มอยู่ในมือ มีเงิน มีความมั่นคงสูงกว่าในสายตาของเธอ กลายเป็นเพื่อนรัก หักเหลี่ยมโหด แต่ด้วยสปิริตของวีรบุรุษรองเท้าคีบ หนุ่มทั้งสองเคลียร์กันแบบแมนๆ ก่อนที่ หนุ่มไรเดอร์ จะเก็บของ อำลาห้องแบ่งเช่านี้ไป เผชิญชีวิตกับรอยน้ำตาและสายฝนพรำ ค่ำไหน นอนนั่น ตามศาลเจ้า มุมแฟลต  ตามรถเข็นใต้ทางด่วน มีเีพยงตัวเขา และ สองล้อคู่ใจ หาเงินเพื่อซื้อข้าว ซื้อยา ใหชีวิตผ่านไปสู่เช้าอีกวันได้

ในขณะที่ฝ่ายหญิง จากเถ้าแก่เนี้ย โรงต้มน้ำกระท่อม คุมคนผลิตกัญชามวน กัญชาซอง ขายตามออเดอร์  เมื่อเธอเริ่มท้องป่องขึ้น ชีวิตเธอก็มาถึงจุดหักอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่า ชายชู้ที่ขยับมาเป็นสามีคนใหม่ ว่าที่พ่อของลูกนี้ ยามวิกาล ก็ฟาดหญิงไปเทั่ว สาวสก๊อยคนไหนหน้าใหม่ หลงเข้ามาแวดวงนี้ ก็ได้ลิ้มลองของดี แถมฟรีคือความเป็นผัวให้เมื่อยามของขาด เธอจึงรีบทวงสิทธิ์ความเป็นหลวงของเธอ ตามราวี และ รังควาญสาวน้อย สาวใหญ่ ที่มาเกาะแกะ ชายคนนี้ของเธอ เพราะในหัวเธอ ครอบครัวนี้ของเธอ ต้องเป็นของเธอเท่านั้น

อย่างน่าเศร้าใจ คำตอบที่เธอได้ กลับเป็นว่า เธอ ก็เป็นเหมือนกับสาวเหล่านั้น เป็นคนที่เท่าไหร่ของเขาก็ไม่รู้ ไม่มีใครเป็นหลวง เป้นหนึ่ง ยิ่งคิดก็ยิง่ช้ำ ยิ่งช้ำหนักซ้ำเมื่อเขาตีตัวออกห่างเธอ ทั้งกลางวันและกลางคืน จนในที่สุด ก็แทบไม่มีชีวิตร่วมกันอีกเลย ผ้าผืนใหญ่ ถูกกางกั้นห้องเช่านั้นอีกครั้ง ต่างคนต่างอยู่ และ เขา เรียกเก็บค่าเช่าจากเธอ  

ท้องโตใกล้คลอด เธอ ถูกไล่ออกมาจากห้องเช่านั้นอีกครั้ง ครั้นี้ มีเีพยงเธอ และลูกน้องในท้องใหญ่ เดินไปอย่างไร้จุดหมาย ในชุมชนแออัด และ ย่านแฟลตเอื้ออาทร กลางกรุง

ภาพของ พ่อค้า แม่ค้า ที่กำลังเข็นรถเข็นไปพื้นที่ซึ่งจับจองไว้ เพื่อเตรียมเปิดขายเกาเหลาเลือดหมู โจ๊กยามเช้า  กับเมืองที่กำลังค่อยๆเริ่มมีชีวิตอีกครั้ง กับความหวังที่สิ้นไปของเธอ 
ใจที่"พร้อม" และอยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ แตกสลายลงไป ทางออกเดียวที่เธอนึกได้คือ การเดินทางกลับไปหาพ่อและแม่ ที่ต่างจังหวัด พร้อมกับของขวัญ หลานคนใหม่ อีกหนึ่งคน

........................................

นี่คือ เรื่องจริง ของสังคม นี่คือสิ่งสะท้อนว่า คำว่าพร้อม ไม่ได้เป็นคำตอบอะไรเลย เพราะ คนที่"อยาก" ก็คือ คนที่หลอกตัวเองว่าพร้อม ในขณะที่ คนที่พร้อมจริงๆ จะคิดแล้ว คิดอีก วางแผน กว่าจะมีได้ ก็อายุไม่น้อยแล้ว

แน่นอนว่า เด็ฏน้อยที่เกิดมา อาจเป็นเด็กดี กำลังของสังคม พัฒนาสังคม เอาการเอางาน แต่ใครจะไปรู้ล่ะครับ 
เพราะ แม่ของเด็กน้อย ก็มาจากครอบครัวที่ พ่อติดเหล้า ซ้อมแม่ทุกวัน ตาที่นอนไถเงินยายที่ทำขนมขาย ส่วนฝ่ายไรเดอร์ ก็เกิดและโตมากับชุมชนแออัดนี้แหละ พ่อเขาขับรถรับจ้าง แยกทางกับแม่แท้ๆและอยู่กับแม่เลี้ยงอดีตสาวบาร์ ส่วนแม่แท้ๆ ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่ คนเก็บของเก่ามารื้อขาย ชายหนุ่มจึงหนีออกจากบ้านตั้งแต่ย่างเข้าวัยรุ่น มาเผชิญชีวิต กิน อยู่ หลับ นอน ในชุมชนไม่ห่างจากแหล่งกำเนิด ส่วน ชายอีกคน หนุ่มผู้มากด้วยบารมี และเล่ห์เพทุบาย ก็คล้ายกัน เพียงแต่ มาจากครอบครัวที่มีอันจะกินมากกว่า ชนชั้นกลาง ที่ลูก หันออกจากระบบการศึกษา สู่เส้นทางชีวิตราตรี ฉวยหาโอกาส จับธุรกิจสีเทาเข้ม วนเวียนกับคนมีสีในท้องที่ ทำงานรับใช้ขาใหญ่กว่า ช่วยเป็นแหล่งระบายของให้กับนาย

ในวันที่เราคุยกันเรือ่ง ประชากรที่เกิดน้อยลง คนแก่มากขึ้น
ในวันที่สังคมเหลื่อมล้ำอย่างมาก และ ขาดแคลนทุนเพื่อสร้างสัวดิการให้คนได้มีพื้นฐานชีวิตที่ดีขึ้น

คำถามคือ ประชากร ที่เกิดมาแบบนี้ จะมีอีกมากน้อยขนาดไหน และคนเหล่านี้ แท้จริงแล้ว เป็นส่วนหนึ่งที่สร้าางสรรค์ พัฒนาสังคม หรือเป็น ภาระ ที่สังคมต้องอุ้มชูเอาไว้ เพราะ ตัวละครทั้งหมดนี้ ... ไม่มีใครเลยที่มีเกณฑ์รายได้ถึงระดับเสียภาษีให้ัรัฐ พวกเขา สร้างรายได้ให้รัฐผ่านภาษีมูลค่าเพิ่ม จากค่าอาหาร ของใช้อุปโภคทั่วไปเท่านั้น

สุดท้าย สิ่งสำคัญที่สุดของการพัฒนาสังคมก็คือ "คน" ที่มีคุณภาพ ผ่านระบบ "การศึกษา"
เพราะ ทักษะการไตร่ตรอง ประเมิน วางแผน จัดการ รวมถึง ความยับยั้งชั่งใจ ถูกพัฒนาในระบบการเรียนการสอนได้

ย้ำอีกครั้ง นี่คือ เรื่องจริง ชีวิตจริง สังคมจริง
ผมคงไม่ถามว่า ถ้าเป็นคุณ จะทำอย่างไร เพราะ เชื่อว่า หลายๆคนในที่นี้ คงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเอง ตกลงไปในหุบเหวขนาดนั้น ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่